ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > แนะพ่อแม่เลือกเฟ้น หลีกของเล่นอันตราย

แนะพ่อแม่เลือกเฟ้น หลีกของเล่นอันตราย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 ม.ค. 2552 เปิดอ่าน : 5,277 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ชี้ของเล่นเด็กอันตรายเพียบ สารตะกั่วปนเปื้อนมากทำลูกไม่พัฒนา เสียงดังเกินอันตรายต่อหู สายยาวเสี่ยงรัดคอเด็กขอบแหลมคม แนะพ่อแม่ซื้อของเล่นเป็นของขวัญให้เด็กสังเกตตรา มอก. รณรงค์ปี 52 เป็นปีแห่งของเล่นปลอดภัย ย้ำของเล่นสำคัญต่อเด็กแต่ต้องเลือกให้ปลอดภัยและเหมาะสม

น.พ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้แทนราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวในการแถลงข่าวเรื่อง “อันตรายจากของเล่นเด็กและอุบัติเหตุในกทม.” ที่แพทยสภา ว่า

ในปี 2551 ที่ผ่านมา ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยร่วมกับภาคี เก็บตัวอย่างของเล่นที่เล่นแล้วจากศูนย์พัฒนาเด็กสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 23 ศูนย์ มาตรวจหาสารตะกั่ว พบว่าของเล่นจาก 4 ศูนย์ หรือคิดเป็นร้อยละ 17 มีสารตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐานกำหนดที่ 600 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม อีกทั้งเก็บตัวอย่างของเล่นที่วางขายหน้าโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร 26 แห่ง พบว่ามีของเล่นจากหน้าโรงเรียน 4 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 15 มีสารตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐานกำหนด

น.พ.อดิศักดิ์กล่าวต่อว่า ช่วงปลายปี 2551 ราชวิทยาลัยฯ ได้ซื้อหาของเล่นที่ราคาไม่สูง ครอบครัวสามารถซื้อหาให้เด็กได้ง่ายทั้งจากห้างและตลาดทั่วไปในกรุงเทพฯ พิจิตร บุรีรัมย์ สระแก้ว และชลบุรี จำนวน 126 ชิ้น ส่งตรวจคุณสมบัติทางกายภาพจำนวน 50 ชิ้น พบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนดจำนวน 9 ชิ้น หรือร้อยละ 18 โดยมีเสียงดังเกิน 75-85 เดซิเบล เป็นอันตรายต่อเซลประสาทการได้ยิน 4 ชิ้น เส้นสายยาวเกินกว่า 30 เซนติเมตร มีความเสี่ยงต่อการพันรัดคอเด็ก 3 ชิ้น มีช่องรูระหว่าง 5-12 มิลลิเมตร เสี่ยงต่อนิ้วเด็กติดค้างในช่องรู 2 ชิ้น และมีขอบแหลมคม 1 ชิ้น รวมถึงส่งตรวจคุณสมบัติทางเคมีโดยตรวจหาสารตะกั่วจำนวน 80 ชิ้น พบว่ามีสารตะกั่วสูงกว่าค่ามารตฐานกำหนด 6 ชิ้น หรือร้อยละ 7.5

“ของเล่นที่มีค่าสารตะกั่วเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่จะอมของเล่นเข้าทางปาก จะทำให้สารตะกั่วเข้าไปสะสมอยู่ในกระดูกและจะติดอยู่กับตัวเด็กไปจนโตซึ่งจะ ละลายเข้าเนื้อเยื่อ ทำให้มีผลต่อเซลสมอง หากได้รับซ้ำๆ จะก่อให้เกิดพัฒนาการที่ล่าช้า ระดับไอคิวต่ำ ดังนั้นการเลือกซื้อของเล่นให้กับเด็ก พ่อแม่ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีตรา มอก. แม้จะไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็พอบรรเทาอันตรายได้ระดับหนึ่ง ขณะนี้ผมและทีมงานกำลังดำเนินการตรวจสอบเครื่องมือศิลปะในศูนย์เด็กเล็ก ทั้งดินน้ำมัน สีแท่ง สีเทียน สีทาบ้านว่ามีการปนเปื้อนของสารที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อเด็กหรือไม่ คาดว่าอีก 3 เดือนจึงจะรู้ผล” น.พ.อดิศักดิ์กล่าว

พ.ญ.นิตยา คชภักดี อนุกรรมการพัฒนาเด็ก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์ฯ กล่าวว่า หากเด็กเลือกได้จะเล่นมากกว่ากิน เล่นมากกว่าเรียน หรือเล่นมากกว่านอน ที่เป็นแบบนี้เพราะเด็กนั้นเห็นการเล่นเป็นชีวิตจิตใจ จากการวิเคราะห์ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ พัฒนาการของเด็กไทยในช่วงประถมวัยก่อน 6 ขวบ เมื่อปี 2543-2544 จากการสำรวจเด็กไทย 3,000-4,000 คน พบว่ามีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 28 ขณะที่ในปี 2547 ใกล้เคียงกัน คือราวๆ ร้อยละ 30 แต่เมื่อถึงปี 2550 พบว่าเด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 32 แปลว่าในเด็กไทย 10 คน มีพัฒนาการล่าช้าอยู่ถึงประมาณ 3 คน

พ.ญ.นิตยากล่าวต่อว่า พัฒนาการของเด็กไทยที่พบว่าล่าช้ามี 2 ด้าน คือ 1.ด้านภาษา 2.พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ ซึ่งรวมกันเป็นไอคิว การเล่นเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญต่อเด็ก เพราะสมองของเด็กกำลังเติบโตและกำลังพัฒนาจากสิ่งรอบตัว การเล่นเปรียบเสมือนสารอาหารที่สำคัญ ทั้งเป็นการพัฒนาทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม และเชาว์ปัญญา ในส่วนของเด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กที่พ่อแม่ทำมาหากินไม่มีเวลาเลี้ยงดู และเด็กที่อยู่ในสภาวะยากจน เราต้องคอยดูแลพวกเขาและให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยขยายความให้เขามีความรู้ความเข้าใจกว้างมากขึ้น หรือการให้ของเล่นกับเด็กต้องเหมาะสมกับความยากง่ายของตัวเด็กเองด้วย ถ้ายากเกินไปเด็กจะโมโหมากเพราะทำไม่ได้

สุดท้ายของเล่นเหล่านี้ต้องไม่กระตุ้นเร้าความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความรุนแรง ไม่เกิดอันตรายจากตัวมันเอง ทั้งความคมหรือการปนเปื้อนจากสารตะกั่ว จึงอยากให้ภาครัฐ ส่วนองค์กรของจังหวัด และชุมชนท้องถิ่น รวมถึงคนภายในครอบครัวร่วมมือกัน ส่วนราชวิทยาลัยกุมารแพทย์จะช่วยในเรื่องการให้ความรู้ความเข้าใจ และการสนับสนุนประสานงาน หากมีเด็กบาดเจ็บจากของเล่นให้เก็บตัวอย่างส่งตรวจโดยผ่านราชวิทยาลัยฯ

“อย่างไรก็ตาม อยากย้ำว่าของเล่นยังเป็นสิ่งสำคัญของเด็ก เหมือนเป็นอาหารสมองและจิตใจ จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสังคม แต่ต้องเลือกชนิดที่ปลอดภัย และเหมาะกับระดับความสามารถของเด็กแต่ละคน”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> แนะพ่อแม่เลือกเฟ้น หลีกของเล่นอันตราย , , แนะพ่อแม่เลือกเฟ้น , หลีกของเล่นอันตราย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
ประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟ

ประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟ
เปิดอ่าน 32,754 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
สูตรอาหารแก้ท้องผูก

สูตรอาหารแก้ท้องผูก
เปิดอ่าน 11,004 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ประโยชน์ของมะระ

ประโยชน์ของมะระ
เปิดอ่าน 10,982 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน☕ คลิกอ่านเลย
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน
เปิดอ่าน 1,943 ครั้ง
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี☕ คลิกอ่านเลย
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี
เปิดอ่าน 2,568 ครั้ง
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency
เปิดอ่าน 2,635 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 7,573 ครั้ง
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?☕ คลิกอ่านเลย
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?
เปิดอ่าน 4,743 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู
เปิดอ่าน 11,547 ครั้ง
"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา
เปิดอ่าน 23,330 ครั้ง
คีเลชั่น (Chelation) คืออะไร คีเลชั่น (Chelation) คืออะไร
เปิดอ่าน 8,264 ครั้ง
ทำไม? คนเราถึงไม่ซื่อสัตย์ทำไม? คนเราถึงไม่ซื่อสัตย์
เปิดอ่าน 6,588 ครั้ง
เซอร์บาเดน เพาเวลเซอร์บาเดน เพาเวล
เปิดอ่าน 10,190 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ