ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

อวสานแท็บเล็ต 2.4 ล้านเครื่อง ซากขยะที่รอวันกำจัด


ข่าวการศึกษา 16 ก.พ. 2558 เวลา 08:51 น.

6,212

views
Advertisement

อวสานแท็บเล็ต 2.4 ล้านเครื่อง ซากขยะที่รอวันกำจัด

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

 

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากสารพัดแกดเจ็ตไอที กำลังเป็นปัญหาระดับชาติ ส่งผลให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ต้องหามาตรการในการจัดการขยะเหล่านี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากมลพิษและสารเคมีที่เกิดจากการทำลายเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์

หนึ่งในมาตรการจัดการ คือการเร่งออกร่าง  พ.ร.บ.จัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่น โดยวันนี้ คพ.จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เบื้องต้น คพ.ได้จัดทำร่างกฎหมายจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

สำหรับเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการจัดการซากผลิตภัณฑ์คอยตรวจสอบดูแล การควบคุมผลิตภัณฑ์ การกำหนดผลิตภัณฑ์ที่ถูกควบคุม การควบคุมผู้ผลิตและจัดจำหน่าย การรับคืน การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ การจัดการซาก การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษ และมีการช่วยเหลือด้านภาษี หรือค่าธรรมเนียมในอัตราพิเศษ และมีบทลงโทษทั้งจำคุกและโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงห้าแสนบาท 

หนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกนิยามว่าเป็น "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" ที่สร้างปัญหาให้กับระบบการจัดการ ก็คือ "แท็บเล็ตนักเรียน" ตามโครงการแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยกเลิกไปแล้ว

"แท็บเล็ต" ที่เคยเป็นนโยบายติดอาวุธทางปัญญาในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่วันนี้กลับกลายเป็นซากขยะและมลพิษที่กำลังสร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ประเมินกันว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีการแจกแท็บเล็ตให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศไปไม่ต่ำกว่า 2.4 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็นงบประมาณ 7,000 ล้านบาท และตลอดเวลาของการแจกแท็บเล็ต มีปัญหาตามมาหลายเรื่อง ทั้งการใช้งานที่ค่อนข้างช้าเมื่อบรรจุเนื้อหาลงไปมาก ตามมาด้วยการสัมผัสหน้าจอก็เริ่มตอบสนองน้อยลง รวมถึงแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพเร็ว

ปัจจุบัน แบตเตอรี่ของแท็บเล็ตล็อตแรก 8.6 แสนเครื่อง เริ่มหมดอายุการใช้งาน และเมื่ออยู่นอกเหนือเงื่อนไขการประกัน หากยังจะใช้งานต่อไปโรงเรียนแต่ละแห่งจะต้องสำรวจค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพื่อเสนอของบประมาณซ่อมแซมเอง โดยสนนราคาแบตเตอรี่แต่ละเครื่อง อยู่ที่ 500 บาท

แท็บเล็ตซึ่งมีสถานะเป็นครุภัณฑ์จากโรงเรียนเช่นเดียวกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ ศธ.จัดหาให้โรงเรียนทั่วๆ ไป กำลังกลายเป็นอุปกรณ์ที่ไม่เป็นที่ต้องการ เด็กนักเรียนเริ่มหมดความอยากรู้อยากเห็น รวมถึงหมดสนุกเพราะตัวเครื่องทำงานช้า

ส่วนเนื้อหาและแอพพลิเคชั่นที่บรรจุไว้ในเครื่อง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องการเรียน ซึ่งก็ทดแทนหนังสือเรียนหรือสื่ออื่นๆ ที่สะดวกกว่าไม่ได้ ทำให้แท็บเล็ตจำนวนมากกว่า 8.6 แสนเครื่องในล็อตแรก ถูกเก็บทิ้งไว้ในตู้ต้องรอวันให้ ศธ.ออกมาประกาศมาตรการที่ชัดเจนในการจัดการเรื่องนี้

วิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระบุว่า ปีที่ผ่านมามีขยะจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ประมาณ 2.2 ล้านชิ้น โดยมีแท็บเล็ต ซึ่งมีอายุการใช้งาน 3-5 ปี และอุปกรณ์ส่วนใหญ่เสื่อมสภาพแล้ว มากกว่า 5 แสนเครื่อง มีน้ำหนักรวมทั้งหมด 260 ตัน

"สารตะกั่วจากหลอดรังสีแคโทด ปะเก็น โลหะบัดกรีบนแผงวงจร จะทำลายระบบประสาทส่วนกลางและคู่ขนาน รวมถึงระบบโลหิต ขณะที่ปรอทในสวิตช์และจอภาพแบบแบน หากได้รับในปริมาณสูงจะส่งผลต่อสมอง ตับ ไต ส่วนแคดเมียมจากแผงวงจร แบตเตอรี่ และจอภาพแบบเก่า หากสะสมในร่างกายมากๆ จะทำให้เป็นโรคไต กระดูกผุกร่อน รวมทั้งสารเคมีอีกสารพัดชนิด ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง"

อธิบดี คพ. บอกอีกว่า "แท็บเล็ตแจกนักเรียน" จะต้องตกลงกับผู้ค้าเรื่องมาตรการในการเก็บรวบรวมส่วนที่ใช้งานไม่ได้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างเป็นระบบ ซึ่ง ร่าง พ.ร.บ.ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณา จะเป็นประโยชน์ทันที เนื่องจากจะสามารถเพิ่มความรับผิดชอบให้ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้มีกระบวนการรวบรวมสินค้าคืน ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายแห่งบังคับในเรื่องนี้ จึงเป็นระเบียบที่บริษัทผู้ผลิต ที่มีสินค้ากลุ่มนี้ขายทั่วโลกคุ้นเคยดีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้ คพ.เตรียมเร่งผลักดัน กฎกระทรวงอีก 4 เรื่อง คือ 1.กฎกระทรวงการคัดแยก เก็บขน และกำจัดขยะมูลฝอย 2.กฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป 3.กฎกระทรวงอัตราค่าธรรมเนียมการเก็บขน และกำจัดขยะมูลฝอย

และ 4.ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการขนและการกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ สำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขทุกประเภทและทุกขนาด รวมถึงยกร่างกฎหมายฉบับใหม่คือ พ.ร.บ.การจัดการขยะแห่งชาติ พ.ศ.... ซึ่งจะสามารถทำให้จัดการขยะได้ครอบคลุมทั้งระบบ

 

 

ที่มา โพสต์ทูเดย์ 16 กุมภาพันธ์ 2558


อวสานแท็บเล็ต 2.4 ล้านเครื่อง ซากขยะที่รอวันกำจัดอวสานแท็บเล็ต2.4ล้านเครื่องซากขยะที่รอวันกำจัด

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

สพฐ.แจ้งเกณฑ์ประเมินย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2569 ฉบับใหม่ พร้อมขยายเวลายื่นคำร้อง 16-30 กรกฎาคมนี้

สพฐ.แจ้งเกณฑ์ประเมินย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2569 ฉบับใหม่ พร้อมขยายเวลายื่นคำร้อง 16-30 กรกฎาคมนี้

เปิดอ่าน 6,096 ☕ 1 ก.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2570
สพฐ.เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2570
เปิดอ่าน 253 ☕ 21 ก.ค. 2569

"สมใจ" ประกาศ 3 ภารกิจ ฟื้น สกสค. ชูครูเป็นศูนย์กลาง เร่งแก้หนี้-ยกระดับสวัสดิการ
"สมใจ" ประกาศ 3 ภารกิจ ฟื้น สกสค. ชูครูเป็นศูนย์กลาง เร่งแก้หนี้-ยกระดับสวัสดิการ
เปิดอ่าน 247 ☕ 21 ก.ค. 2569

"ประเสริฐ" ร่วมคณะนายกฯ เยือนปักกิ่ง ลงนาม MOU ไทย-จีน ปูทางประยุกต์ใช้ AI เพื่อการศึกษาอย่างยั่งยืน
"ประเสริฐ" ร่วมคณะนายกฯ เยือนปักกิ่ง ลงนาม MOU ไทย-จีน ปูทางประยุกต์ใช้ AI เพื่อการศึกษาอย่างยั่งยืน
เปิดอ่าน 119 ☕ 21 ก.ค. 2569

สพฐ.ประกาศผลคัดเลือก "โรงเรียนต้นแบบลูกเสือ" ประจำปี 2569 รวม 48 โรงเรียนทั่วประเทศ
สพฐ.ประกาศผลคัดเลือก "โรงเรียนต้นแบบลูกเสือ" ประจำปี 2569 รวม 48 โรงเรียนทั่วประเทศ
เปิดอ่าน 4,971 ☕ 20 ก.ค. 2569

ก.ค.ศ. เดินหน้ากำหนดแนวทางประเมินผลงานทางวิชาการ สร้างมาตรฐานการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก.ค.ศ. เดินหน้ากำหนดแนวทางประเมินผลงานทางวิชาการ สร้างมาตรฐานการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา
เปิดอ่าน 1,895 ☕ 19 ก.ค. 2569

ศธ.เดินหน้าพัฒนา "Education Super App" รวมบริการการศึกษาไว้ในแอปเดียว คาดเปิดใช้ภายในสิ้นปี 2569
ศธ.เดินหน้าพัฒนา "Education Super App" รวมบริการการศึกษาไว้ในแอปเดียว คาดเปิดใช้ภายในสิ้นปี 2569
เปิดอ่าน 306 ☕ 19 ก.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ซอฟต์แวร์ Open Source คืออะไร?
ซอฟต์แวร์ Open Source คืออะไร?
เปิดอ่าน 53,113 ครั้ง

นม ร.ร.ป้องกัน มะเร็ง ช่วยไม่ให้เกิดขึ้นเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่
นม ร.ร.ป้องกัน มะเร็ง ช่วยไม่ให้เกิดขึ้นเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่
เปิดอ่าน 14,298 ครั้ง

องค์กรของคุณใช้เครื่องมืออัตโนมัติด้านไอทีที่เหมาะสมหรือไม่
องค์กรของคุณใช้เครื่องมืออัตโนมัติด้านไอทีที่เหมาะสมหรือไม่
เปิดอ่าน 11,055 ครั้ง

เฉาก๊วยทำมาจากอะไร
เฉาก๊วยทำมาจากอะไร
เปิดอ่าน 20,701 ครั้ง

หัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริง
หัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริง
เปิดอ่าน 23,050 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ