ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย พบปรากฎการณ์เร่งเรียนตั้งแต่วัยอนุบาล

เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย พบปรากฎการณ์เร่งเรียนตั้งแต่วัยอนุบาล

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 25 มี.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,219 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย พบปรากฎการณ์เร่งเรียน มุ่งติวตั้งแต่วัยอนุบาล ส่งผลสูญเสียโอกาสการพัฒนาทักษะทางพฤติกรรม “มีวินัย คิดสร้างสรรค์” คุณลักษณะสู่ความสำเร็จในอนาคต ขณะที่เด็กอีก 12%กลับไม่เข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ เปิด 3 ข้อเสนอพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องสร้างความพร้อมทั้งเด็ก ครอบครัว และระบบการศึกษา

เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย พบปรากฎการณ์เร่งเรียน มุ่งติวตั้งแต่วัยอนุบาล ส่งผลสูญเสียโอกาสการพัฒนาทักษะทางพฤติกรรม “มีวินัย คิดสร้างสรรค์” คุณลักษณะสู่ความสำเร็จในอนาคต ขณะที่เด็กอีก 12%กลับไม่เข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ เปิด 3 ข้อเสนอพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องสร้างความพร้อมทั้งเด็ก ครอบครัว และระบบการศึกษา

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่อาคารไอบีเอ็ม สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) ร่วมกับเครือข่ายคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์และครูปฐมวัย จัดงานแถลงข่าว “ปฐมวัย : ลงทุนอย่างไรให้คุ้มค่า” โดย ผศ.ดร.ศศิลักษณ์ ขยันกิจ ประธานสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากผลการวิจัยและติดตามพัฒนาการของเด็กปฐมวัยของไทยพบว่า เด็กปฐมวัยกำลังถูกเร่งรัดให้มีพัฒนาการที่เกินวัยอย่างไม่สมดุลซึ่งจะส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะด้านการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต เช่น เร่งรัดพัฒนาการด้านวิชาการที่เกินวัยเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนต่อในโรงเรียนประถมชื่อดังจึงเกิดปรากฎการณ์กวดวิชาตั้งแต่อนุบาล ทั้งในช่วงวันหยุดและวันปิดเทอม เร่งเรียนเขียนอ่าน เกินพัฒนาการเด็กซึ่งเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากคาดหวังของผู้ปกครองที่ต้องการให้เด็กอนุบาลอ่านออกบวกลบเลขได้ ผู้บริหารสถานศึกษาที่ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย รวมถึงการวัดผลด้วยการทดสอบความรู้ด้านเนื้อหาสาระ ทำให้ระบบการเรียนการสอนเด็กในระดับอนุบาลและประถมศึกษาตอนต้นมุ่งเน้นการท่องจำความรู้ ซึ่งเป็นการสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้จากหน้าต่างแห่งโอกาส เพราะเด็กในช่วงปฐมวัยสมองจะเปิดรับการเรียนรู้ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะทักษะด้านพฤติกรรม เช่น ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะทางอารมณ์ การพูดและการเคลื่อนไหว แต่เมื่อเด็กถูกพัฒนาทักษะเพียงด้านเดียวส่งผลให้เด็กขาดแรงจูงใจการเรียนรู้ ขาดทักษะในการทำงานร่วมกับคนอื่น และขาดทักษะความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นการเสียโอกาสที่มีอยู่อย่างจำกัดในการสร้างทักษะทางด้านพฤติกรรม ซึ่งจะส่งผลต่อคุณลักษณะความสำเร็จด้านการศึกษาและการทำงานในอนาคตของเด็ก


ผศ.ดร.ศศิลักษณ์ กล่าวว่า จากการระดมความเห็นของเครือข่ายคณาจารย์ครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ ศึกษานิเทศก์ ครูอาจารย์ปฐมวัย และผู้เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาเพื่อเด็กปฐมวัย มี 3 ข้อเสนอในการสร้างความพร้อมสู่การจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ ประกอบด้วย “เด็กพร้อม ครอบครัวพร้อม ระบบการศึกษาพร้อม” โดยการสร้างความพร้อมของเด็ก ประกอบด้วย การขยายโอกาสทางการศึกษาปฐมวัยให้แก่เด็กทุกคน การจัดการเรียนรู้แก่เด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับธรรมชาติตามวัย การจัดสรรงบประมาณให้ครอบคลุมเด็กทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มเด็กปฐมวัยด้อยโอกาส ในส่วนของครอบครัวพร้อม มีทั้งการให้ความรู้แก่พ่อแม่และปู่ย่าตายาย สนับสนุนสวัสดิการการดูแลบุตรตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยขยายระยะเวลาการลาคลอดให้ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เป็นต้น และระบบการศึกษาพร้อม ได้แก่ รัฐกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาคุณลักษณะของคนไทยโดยนโยบายและกำหนดหลักสูตรในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเหมาะสมกับช่วงวัย การจัดสรรงบประมาณเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัยให้ทัดเทียมกันทั้งในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน การปรับเปลี่ยนการวัดประเมินผลเด็กปฐมวัย (อนุบาล-ประถมต้น) ที่เหมาะสม ไม่ใช้การสอบ การแก้ปัญหาการสอบเข้าเรียนต่อระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และการพัฒนารอยต่อทางการศึกษาในแต่ละช่วงวัย ทั้งจาก บ้าน-โรงเรียน หรือศูนย์เด็กเล็ก จากอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นต้น


ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค. กล่าวว่า ยังมีเด็กปฐมวัยอีก 12% ที่ขาดโอกาสในการเตรียมความพร้อม จากข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี 2555 พบว่า มีเด็กจำนวน 365,506 คน จากจำนวนเด็กช่วงอายุ 0-5 ปี 4,585,759 คน หรือ คิดเป็น 12% ของเด็กในช่วงอายุ 2-5 ปี ที่ไม่ได้รับโอกาสในการเข้าเรียนในศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงปฐมวัย สถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศไทยในอนาคตเป็นอย่างมาก จากข้อมูลของเจมส์ แฮคแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 2543 ระบุว่า การลงทุนในเด็กปฐมวัยผ่านการพัฒนาทักษะด้านพฤติกรรม จะสร้างผลตอบแทนคืนกลับทั้งต่อเด็กเยาวชนและต่อสังคมในอนาคตสูงมากถึง 7 เท่า เพราะหน้าต่างแห่งโอกาส ในการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของมนุษย์ จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ในช่วงปฐมวัยเท่านั้น


ดร.นฤมล เนียมหอม ครูปฐมวัย ร.ร.ทุ่งมหาเมฆ โรงเรียนในสังกัด สพป.กทม. กล่าวว่า โรงเรียนต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการจัดการเรียนการสอนตามหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย ไม่จัดตามใจผู้ปกครองที่ต้องการให้สอนอ่านเขียนเรียนเลขในวัยอนุบาล การทำงานเช่นนี้ต้องอาศัยการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองค่อนข้างมาก เพื่อให้เกิดความยอมรับในการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก ซึ่งเด็กวัยอนุบาล 3-5 ปีเป็นวัยที่เรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นกิจกรรมที่สำคัญต่อชีวิตของเด็ก การที่ครูจัดกิจกรรมประจำวันให้เด็กได้เล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายจะทำให้เด็กได้สังเกต ได้ทดลอง ได้คิดแก้ปัญหา ได้ค้นพบ ได้เล่นและทำงานร่วมกัน จึงเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กและทำให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งวัยนี้เป็นวัยที่เด็กมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การที่เด็กได้เสนอความคิด ได้ทำตามที่ตนเองจินตนาการหรือวาดมโนภาพไว้ เด็กจะมีพื้นฐานที่ดีในการเป็นผู้สร้าง เป็นนักคิดในอนาคต หากเด็กเรียนแบบเร่งรัดวิชาการย่อมทำลายพื้นฐานที่มีค่านี้ไป เพียงเพื่อตอบสนองต่อผู้ที่ไม่เข้าใจพัฒนาการเด็ก ให้เกิดความพอใจว่าเด็กอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็นตั้งแต่เล็ก

“เด็กที่โรงเรียนมาจากต้นทุนที่ไม่สูง เพราะเป็นโรงเรียนของรัฐ แต่เมื่อได้รับการส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสมตามวัยและความต่างของเด็กแต่ละคน เด็กทุกคนก็สามารถอ่านออกเขียนได้เมื่อเข้าสู่ชั้นประถม 1 แถมยังมีข้อได้เปรียบที่เด็กเหล่านี้จะเป็นคนรักเรียน ไม่ต้องถูกบังคับให้เรียน และเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียนก็สามารถเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนมัธยมของรัฐได้” ดร.นฤมล กล่าว

 

 

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- ปฐมวัย : รากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คลิก

 

ที่มาจาก สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)

 


 

ชี้เด็กไทย เรียนเกินวัย ส่งผลพัฒนาการ

นักวิชาการเปิดผลวิจัย พบเด็กไทยพัฒนาการล่าช้า ทั้งสติปัญญา-คิดวิเคราะห์-การคิดสร้างสรรค์-ภาษา-การปรับตัว ชี้เหตุเกิดจากเร่งรัดให้เรียนเกินวัย พ่อแม่ส่งติวตั้งแต่อนุบาล แนะรัฐแก้ปัญหา ปรับการประเมินผลเด็ก

วันนี้ (24 มี.ค.) ที่อาคารไอบีเอ็ม สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดแถลงข่าว "ปฐมวัย" ลงทุนอย่างไรให้คุ้มค่า โดย ผศ.ดร.ศศิลักษณ์ ขยันกิจ ประธานสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากผลการวิจัยและติดตามพัฒนาการของเด็กปฐมวัยของไทย พบว่า เด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าทั้งด้านสติปัญญา การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ ภาษา และการปรับตัว เพราะเด็กถูกเร่งรัดให้มีพัฒนาการที่เกินวัยอย่างไม่สมดุล เช่น ถูกเร่งรัดด้านวิชาการเกินวัย เพื่อให้สอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนประถมชื่อดัง ทำให้เกิดการเรียนกวดวิชาตั้งแต่อนุบาล ทั้งในช่วงวันหยุด และปิดเทอม, เร่งเรียนเขียนอ่านเกินพัฒนาการของเด็กและเน้นท่องจำความรู้ ทำให้เด็กขาดทักษะด้านพฤติกรรม เช่น การคิดสร้างสรรค์ อารมณ์การพูด และการเคลื่อนไหว

“ในการสร้างความพร้อมสู่การจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพนั้น ต้องจัดการเรียนรู้ให้เหมาะกับวัย รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้ครอบคลุมโดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส ควรจัดสรรงบฯเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัยให้ทัดเทียมกันทั้งรัฐและเอกชน ควรสนับสนุนสวัสดิการการดูแลบุตรตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และควรปรับการวัดประเมินผลเด็กปฐมวัยที่เหมาะสม โดยอาศัยการสังเกตเป็นหลัก ไม่ใช่การสอบอีกทั้งควรแก้ปัญหาการสอบเข้าเรียนต่อระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วย” ผศ.ดร.ศศิลักษณ์ กล่าว.

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์ศึกษา สสค. กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ปี 2555 พบว่า มีเด็ก 365,506 คน คิดเป็น 12%ของเด็กในช่วงอายุ 2-5 ปี ที่ไม่ได้รับโอกาสเข้าเรียนในศูนย์เด็กเล็ก หรือ โรงเรียนอนุบาล เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงปฐมวัย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศไทยในอนาคตเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ จากข้อมูลเจมส์ แฮคแมนนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 2543 ระบุว่า การลงทุนในเด็กปฐมวัยผ่านการพัฒนาทักษะด้านพฤติกรรมจะสร้างผลตอบแทนคืนกลับทั้งต่อเด็กเยาวชน และต่อสังคมในอนาคตสูงมากถึง 7 เท่า.

 

 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันอังคาร 24 มีนาคม 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย พบปรากฎการณ์เร่งเรียนตั้งแต่วัยอนุบาล , , เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย , พบปรากฎการณ์เร่งเรียนตั้งแต่วัยอนุบาล << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.แจ้งครูและบุคลากรทางการศึกษา กรอกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลกลาง (Big Data) ของกระทรวงศึกษาธิการ☕ 22 ต.ค. 2562
สพฐ.แจ้งครูและบุคลากรทางการศึกษา กรอกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลกลาง (Big Data) ของกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 12,980 ครั้ง
ว11/2562 มาตรฐานตำแหน่งคณาจารย์และมาตรฐานภาระงานทางวิชาการ ตำแหน่งคณาจารย์ในสถาบันอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.☕ 21 ต.ค. 2562
ว11/2562 มาตรฐานตำแหน่งคณาจารย์และมาตรฐานภาระงานทางวิชาการ ตำแหน่งคณาจารย์ในสถาบันอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.
เปิดอ่าน 3,611 ครั้ง
ด่วนที่สุด! การจัดสรรอัตราให้ผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ตำแหน่งธุรการโรงเรียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563☕ 21 ต.ค. 2562
ด่วนที่สุด! การจัดสรรอัตราให้ผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ตำแหน่งธุรการโรงเรียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
เปิดอ่าน 10,477 ครั้ง
ด่วนที่สุด การจัดสรรอัตราผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563☕ 21 ต.ค. 2562
ด่วนที่สุด การจัดสรรอัตราผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
เปิดอ่าน 10,946 ครั้ง
คาดปรับโครงสร้างศธ.ส่วนภูมิภาคเสร็จสิ้นปีนี้☕ 21 ต.ค. 2562
คาดปรับโครงสร้างศธ.ส่วนภูมิภาคเสร็จสิ้นปีนี้
เปิดอ่าน 4,459 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้
เปิดอ่าน 7,740 ครั้ง
"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา
เปิดอ่าน 22,184 ครั้ง
แปลงความยากจน ให้เป็นต้นทุนแห่งการเรียนรู้แปลงความยากจน ให้เป็นต้นทุนแห่งการเรียนรู้
เปิดอ่าน 6,041 ครั้ง
เผยแพร่ตัวอย่างเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุงพ.ศ.2561)ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551เผยแพร่ตัวอย่างเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุงพ.ศ.2561)ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
เปิดอ่าน 26,014 ครั้ง
"ปลาไทย" โอเมก้าสูง กิน "เป็น" แล้ว "ดี""ปลาไทย" โอเมก้าสูง กิน "เป็น" แล้ว "ดี"
เปิดอ่าน 12,919 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ