ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สมศ.สะท้อน 5 ปัจจัยยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย

สมศ.สะท้อน 5 ปัจจัยยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 พ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 2,503 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สมศ.สะท้อน 5 ปัจจัยยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย

Advertisement

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เผยผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ที่ผ่านมา พบว่า มี 5 ปัจจัยที่ ภาคการศึกษาขั้นพื้นฐาน อันได้แก่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา ต้องให้ความสำคัญเพื่อการยกระดับการศึกษาไทย

ทั้งนี้ สมศ ยังแนะการเตรียมตัวของสถานศึกษาต่อการประเมินรอบที่ 4 ให้ทุกสถานศึกษาต้องตื่นตัวต่อการประเมิน และนำข้อเสนอจากผลการประเมินรอบที่ 3 มาวางแผนพัฒนาเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

"ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์" ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า ในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 3 นั้น ทาง สมศ. ได้กำหนดตัวบ่งชี้ ไว้ 12 ข้อ เพื่อเป็นเกณฑ์วัดคุณภาพมาตรฐาน ให้เป็นไปตามกรอบแนวทางเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน แต่จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปนั้น พบว่า มีตัวบ่งชี้ ที่เป็นปัจจัยที่ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานต้องให้ความสำคัญเพื่อการยกระดับการศึกษาไทยอย่างมีคุณภาพ 5 เรื่อง ดังนี้

1.ความสำเร็จของผู้เรียน อันสอดคล้องตามตัวบ่งชี้ที่ 5 ที่ระบุเนื้อหาว่า “ผู้เรียนในระดับชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 สามารถผ่านการทดสอบทางวิชาการได้ในระดับดี” ทั้งนี้ ผลการสอบ โอเน็ต ที่ผ่านมาพบว่าผู้เรียนทำได้คะแนนค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยได้ค่าเฉลี่ยเพียง 9.77 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน

2. การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อันสอดคล้องตามตัวบ่งชี้ที่ 6 ของสมศ. โดยเนื้อหาดังกล่าว อาทิ เปิดโอกาสให้นักเรียนเป็นผู้เลือกหรือตัดสินใจในเนื้อหาสาระที่สนใจ เป็นประโยชน์ต่อตัว ผู้เรียน การเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสังคม ฯลฯ

3. ความสามารถด้านการคิดอย่างเป็นระบบของผู้เรียน ตามตัวบ่งชี้ที่ 4 คือการที่โรงเรียนส่งเสริมผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้อย่างมีสติสมเหตุผลโดยจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมพัฒนาทักษะการคิดได้แก่ กิจกรรมการเปรียบเทียบ จัดลำดับ การเล่าเรื่อง และการสร้างแผนผังความคิด ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้เพื่อฝึกทักษะการคิดทุก รายวิชาการอ่าน

4. ผู้เรียนได้ค้นคว้าหาความรู้จากการอ่าน โดยการอ่านเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่จะช่วยเพิ่มพูนศักยภาพของผู้เรียนได้ อาทิ กระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยกระตุ้นความจำ บริหารกระบวนการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเยาวชนไทยส่วนใหญ่ ดังให้ความสำคัญกับการอ่าน ตลอดจนพบว่า กว่า 30 % ของเยาวชน อ่านหนังสือไม่ออก

5. การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา และการประกันคุณภาพของสถานศึกษา ทั้งนี้ สถานศึกษาจะต้องจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพจากสถานศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ โดยการเตรียมความพร้อมดังกล่าวจะสามารถสะท้อนระบบการบริหารจัดการของสถานศึกษา อันจะส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน ดังนั้น สถานศึกษาเป็นแปรสำคัญในการกำหนดคุณภาพผู้เรียน

อย่างไรก็ตาม "ศ.ดร.ชาญณรงค์" กล่าวอีกว่า สมศ. มีข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 4 ที่จะเกิดขึ้นในปี 2559-2563 ด้วยข้อแนะนำ 4 ประการดังนี้

1) การให้สถานศึกษาทุกแห่งทำประกันคุณภายภายในทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาดินพอกหางหมู ในการจัดเตรียมเอกสารของบุคลากร

2) สถานศึกษาควรจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการปฏิบัติจริงให้สอดคล้องกับการประกันคุณภาพภายในอย่างเป็นระบบ เพื่อความสะดวกในการสืบค้น หรืออ้างอิงเพื่อทำประเมินในครั้งต่อไป

3) ให้ทุกสถานศึกษานำข้อเสนอแนะจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 มาวางแผนพัฒนาสถานศึกษาเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

4) ทุกสถานศึกษาควรสร้างการมีส่วนร่วมภายในสถานศึกษา ด้วยการเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอาทิ ผู้บริหาร บุคลากรในสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนรอบสถานศึกษา มาร่วมกันคิด วิเคราะห์ โดยใช้จุดที่ควรพัฒนาจากที่ สมศ.ได้แนะนำไว้จากการประเมินที่ผ่านมา เป็นแบบในการกำหนดกลยุทธ์ สู่การยกระดับและพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสถานศึกษาและตัวของผู้เรียนเอง

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 01 พ.ค. 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สมศ.สะท้อน 5 ปัจจัยยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย , ประเมินรอบสี่ , ประเมินรอบ 4 , ประเมิน สมศ. , สมศ. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ.ออกเกณฑ์จูงใจ คนเก่งสมัครใจ ไปเป็น ผอ.รร.ขนาดเล็ก หรือ รร.พื้นที่ห่างไกล กันดาร☕ 25 ก.พ. 2563
ก.ค.ศ.ออกเกณฑ์จูงใจ คนเก่งสมัครใจ ไปเป็น ผอ.รร.ขนาดเล็ก หรือ รร.พื้นที่ห่างไกล กันดาร
เปิดอ่าน 6,907 ครั้ง
ก.ค.ศ.ตั้งคณะทำงานจัดสวัสดิการพิเศษผู้บริหาร รร.เล็ก☕ 25 ก.พ. 2563
ก.ค.ศ.ตั้งคณะทำงานจัดสวัสดิการพิเศษผู้บริหาร รร.เล็ก
เปิดอ่าน 3,406 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2563☕ 24 ก.พ. 2563
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2563
เปิดอ่าน 3,176 ครั้ง
รมว.ศึกษาธิการ เริ่มเห็นแนวทางแล้ว รอถก รมว.คลัง แก้หนี้ครู☕ 24 ก.พ. 2563
รมว.ศึกษาธิการ เริ่มเห็นแนวทางแล้ว รอถก รมว.คลัง แก้หนี้ครู
เปิดอ่าน 5,375 ครั้ง
ตั้งทีมวิเคราะห์ข้อมูลครูทั้งระบบ☕ 24 ก.พ. 2563
ตั้งทีมวิเคราะห์ข้อมูลครูทั้งระบบ
เปิดอ่าน 1,681 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฝนดาวตกสิงโตฝนดาวตกสิงโต
เปิดอ่าน 13,021 ครั้ง
ติดพนันเสียคนตอนแก่เนื่องมาจากเป็นเพราะสมองเสื่อมโทรมติดพนันเสียคนตอนแก่เนื่องมาจากเป็นเพราะสมองเสื่อมโทรม
เปิดอ่าน 12,014 ครั้ง
กาฬโรคปอด Pneumonic Plagueกาฬโรคปอด Pneumonic Plague
เปิดอ่าน 12,790 ครั้ง
ผวาทั้งเอเชีย ข้าวพลาสติกเมดอินไชน่าระบาด กินแล้วอาจถึงตายผวาทั้งเอเชีย ข้าวพลาสติกเมดอินไชน่าระบาด กินแล้วอาจถึงตาย
เปิดอ่าน 15,739 ครั้ง
"ซอกแจ" เด็กเกาหลีป.4 ที่ถูกเพื่อนๆ เพิกเฉย ไปดูกันว่า คุณครูช่วยแก้ปัญหานี้อย่างไร?"ซอกแจ" เด็กเกาหลีป.4 ที่ถูกเพื่อนๆ เพิกเฉย ไปดูกันว่า คุณครูช่วยแก้ปัญหานี้อย่างไร?
เปิดอ่าน 11,144 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ