ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ชำแหละ..."รธน.ร่างแรก" "เด่น-ด้อย" การศึกษาไทย!!

ชำแหละ..."รธน.ร่างแรก" "เด่น-ด้อย" การศึกษาไทย!!

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 ก.พ. 2559 เปิดอ่าน : 5,971 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ชำแหละ..."รธน.ร่างแรก" "เด่น-ด้อย" การศึกษาไทย!!

Advertisement

ในที่สุด "ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2559 ร่างแรก" ฉบับที่ "นายมีชัย ฤชุพันธุ์" เป็นประธานคณะกรรมการร่างรรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ยกร่าง 270 มาตรา รวมบทเฉพาะกาล ก็คลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนมีชัย และเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบแล้ว จากนี้ กรธ. จะปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอแนะของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ฯลฯ โดยคาดว่าจะกำหนดวันออกเสียงประชามติได้ประมาณวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

สำหรับเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับการจัด "การศึกษา" ในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ถูกเขียนอยู่ในหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ในมาตรา 50 และมาตรา 267 ของบทเฉพาะกาล มีดังนี้

หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 50 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงโดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย

รัฐต้องดำเนินการ หรือจัดให้มีการศึกษาก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง

รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนต้องได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่างๆ รวมทั้ง การศึกษาตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการกำกับส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และดำเนินการให้ผู้ด้อยโอกาสได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดของตน ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และดำเนินการ และตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย

การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

บทเฉพาะกาล มาตรา 267 ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ร่วมกันดำเนินการ และผลักดันให้มีการปฏิรูปการศึกษาของชาติให้แล้วเสร็จ เพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 50 วรรค 2 และวรรค 3 และให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา 50 วรรค 4 โดยเร็ว โดยจะต้องจัดทำแนวทางการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ และเริ่มดำเนินการภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

ในกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นสมควร จะเสนอแนะต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อประกอบการพิจารณาตามที่เห็นสมควรก็ได้

จากแนวนโยบายการจัดการศึกษาที่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่ารัฐไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเท่าที่ควร เนื่องจากไม่ได้กำหนดให้ประชาชนต้องได้รับการศึกษาอย่างน้อย 12 ปี เหมือนที่ปรากฏในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ส่วนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา มาตรา 49 ระบุว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่า 12 ปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ..."

เรื่องนี้ "นายสมพงษ์ จิตระดับ" อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกางร่างรัฐธรรมนูญศึกษารายละเอียดในประเด็นนี้แล้วเห็นว่า ภาพรวมเนื้อหาของรัฐธรรมนูญร่างแรก ในหมวดหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 50 เขียนเกี่ยวกับการศึกษาได้ละเอียดมากเมื่อเทียบกับฉบับ พ.ศ.2550 เพราะมีข้อบังคับมากขึ้น โดยมาตราดังกล่าวเน้นการพัฒนาผู้เรียนในช่วงปฐมวัย เด็กยากจน และนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา

โดยมาตรา 50 ระบุว่า "รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงโดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย" หมายถึง รัฐต้องช่วยอุปถัมภ์เด็กยากจนให้มีการศึกษาตามภาคบังคับ ส่วนวรรค 1 ที่ระบุว่า "รัฐต้องดำเนินการ หรือจัดให้มีการศึกษาก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง" หมายถึง รัฐต้องการเน้นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ครอบคลุมไปถึงการศึกษาระดับปฐมวัยด้วย

เมื่อดูวรรค 2 ที่ระบุว่า "รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนต้องได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่างๆ รวมทั้ง การศึกษาตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการกำกับส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และดำเนินการให้ผู้ด้อยโอกาสได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดของตน ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย"

วรรคนี้จะเน้นผลักดัน และสนับสนุนนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา ที่เรียนตามความถนัด และเน้นให้รัฐสนับสนุนการจัดการศึกษาทุกระดับร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ แต่มีจุดอ่อนที่เน้นการจัดทำแผนการศึกษาของชาติมากเกิน หากเทียบกับ พ.ร.บ. อื่นๆ ที่ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง แต่ยังผลักดันไม่สำเร็จ

ส่วนวรรคที่ 3 ระบุว่า "การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ" หมายถึง การเน้นให้พัฒนาเด็กปฐมวัย ให้เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีวินัย คุณธรรม และรักชาติ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐาน

นอกจากนี้ ในส่วนข้อบังคับยังเขียนไว้ชัดเจนไม่ให้เปลี่ยนแผนการศึกษา หรือหากเปลี่ยนต้องมีผลงานวิจัยมายืนยันว่าแผนที่เปลี่ยนดีกว่าแผนเดิม

สำหรับมาตรา 267 ของบทเฉพาะกาล เน้นการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี หลังจากประกาศรัฐธรรมนูญ โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องดำเนินการตามข้องบังคับในรัฐธรรมนูญตามมาตราดังกล่าว ด้วยการปฏิรูปการศึกษา และออกแผนการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ตามแนวทางที่นายมีชัยเคยกล่าวไว้ว่า "เราต้องกลับมาทำเรื่องเด็กปฐมวัย เน้นให้เด็กมีวินัย เพื่อตั้งความหวังกับเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นเด็กที่มีคุณภาพ เพื่อในอนาคตเด็กเหล่านี้จะมีส่วนร่วมในการเมือง"

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการจากจุฬาฯ ท่านนี้เห็นว่า แม้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการศึกษาจะเขียนละเอียด และค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ยังมี "จุดอ่อน" ให้เห็นคือ รัฐธรรมนูญร่างแรกนี้ไม่ได้ระบุถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากนี้ ในมาตรา 267 ที่ระบุให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผลักดันให้มีการปฏิรูปการศึกษาของชาติ ซึ่งอาจจะเกิดข้อถกเถียงตามมาได้ ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ยังเป็นปัญหามากคือ ในร่างดังกล่าวเน้นการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติมากเกินไป

ขณะที่ "พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ" รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้มอบให้ทุกองค์กรหลักใน ศธ. ช่วยกันศึกษาร่างรัฐธรรมนูญในทุกมาตรา เพื่อส่งกลับไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะมาตรา 50 ที่เขียนเกี่ยวกับการศึกษา และในบทเฉพาะกาลยังกำหนดให้ปฏิรูปการศึกษาให้เสร็จภายใน 1 ปี หลังจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ประกาศใช้ แสดงให้เห็นว่า กรธ. เห็นความสำคัญของการศึกษา ซึ่งเป็นโจทย์ที่ ศธ. ต้องปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2560

นอกจากนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ ยังระบุว่า ต้องปรับแก้กฎหมายเพื่อปฏิรูปการศึกษา โดยยกร่างกฎหมายใหม่ เช่น การปรับโครงสร้าง ศธ. ซึ่งขณะนี้ สนช. ได้ร่างกฎหมายออกมาแล้ว 11 ฉบับ อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ โดยจะใช้คู่ขนานกับสิ่งที่ ศธ. กำลังทำอยู่

ก็ต้องลุ้นกันว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2559 ร่างแรก จะผ่านการประชามติหรือไม่!!


ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 12 - 18 ก.พ. 2559 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ชำแหละ..."รธน.ร่างแรก" "เด่น-ด้อย" การศึกษาไทย!! , , ชำแหละ... , รธน.ร่างแรก , , , เด่น-ด้อย , , การศึกษาไทย!! << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการ สังกัด สพฐ. (ประกาศคลัสเตอร์/แต่งตั้งประธานคลัสเตอร์)☕ 1 ธ.ค. 2563
การบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการ สังกัด สพฐ. (ประกาศคลัสเตอร์/แต่งตั้งประธานคลัสเตอร์)
เปิดอ่าน 2,327 ครั้ง
สพฐ. แจงกรณีนักเรียนนัดใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน 1 ธ.ค.☕ 1 ธ.ค. 2563
สพฐ. แจงกรณีนักเรียนนัดใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน 1 ธ.ค.
เปิดอ่าน 4,779 ครั้ง
ก.ค.ศ.เอาจริง ลงโทษทางวินัย ไล่ออกครู25 ราย ทุจริต ชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศ☕ 1 ธ.ค. 2563
ก.ค.ศ.เอาจริง ลงโทษทางวินัย ไล่ออกครู25 ราย ทุจริต ชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศ
เปิดอ่าน 4,636 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปรับอัตรากำลังครูสังกัดสพฐ.ใหม่เปิดช่องขนาดรร.ที่มีนร.120คนขึ้นไปให้มีรอง.ผอ.ได้1คน☕ 30 พ.ย. 2563
ก.ค.ศ.ปรับอัตรากำลังครูสังกัดสพฐ.ใหม่เปิดช่องขนาดรร.ที่มีนร.120คนขึ้นไปให้มีรอง.ผอ.ได้1คน
เปิดอ่าน 11,575 ครั้ง
ก.ค.ศ.ไฟเขียวกรอบพัฒนาตัวเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง☕ 26 พ.ย. 2563
ก.ค.ศ.ไฟเขียวกรอบพัฒนาตัวเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
เปิดอ่าน 6,428 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

9 วิธีเด็ด แก้หลับเวลากวดวิชา9 วิธีเด็ด แก้หลับเวลากวดวิชา
เปิดอ่าน 9,567 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการครูฯ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการครูฯ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์
เปิดอ่าน 9,493 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 12 การเล่นที่ผิดกติกาและประพฤติผิด ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 12 การเล่นที่ผิดกติกาและประพฤติผิด
เปิดอ่าน 49,734 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่1ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่1
เปิดอ่าน 10,164 ครั้ง
11 ผู้นำ ... ที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในโลก ( ยุคปัจจุบัน )11 ผู้นำ ... ที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในโลก ( ยุคปัจจุบัน )
เปิดอ่าน 23,152 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ