ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ตั้งบอร์ดกศจ.ครบทีมประชุมนัดแรก7เม.ย.

ตั้งบอร์ดกศจ.ครบทีมประชุมนัดแรก7เม.ย.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 เม.ย. 2559 เปิดอ่าน : 8,493 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

"บิ๊กหนุ่ย-บิ๊กป๊อก" จับมือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่า 76 จังหวัด ลั่นตั้งบอร์ด กศจ.ครบ 22 คน ในอีกวัน-สองวัน ผู้ว่าฯ จัดประชุมได้ 7 เม.ย. "ดาว์พงษ์" วอนช่วยขับเคลื่อนปฏิรูปเพิ่มคุณภาพการศึกษาสำเร็จ วางยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการในท้องถิ่น

ตั้งบอร์ดกศจ.ครบทีมประชุมนัดแรก7เม.ย.

Advertisement

วันที่ 4 เม.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 10/2559 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และคำสั่งที่ 11/2559 เรื่องการบริหารราชการของ ศธ. สั่ง ณ วันที่ 21 มี.ค. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทั้ง 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนภูมิภาค เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบวิดีคอนเฟอเรนซ์

พล.อ.อนุพงศ์กล่าวว่า การประชุมในวันนี้สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายด้านการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางการศึกษาแก่ประชาชน ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของประเทศ โดยได้มีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 10/2559 และคำสั่งที่ 11/2559 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว และได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค โดยมี รมว.ศธ.เป็นประธาน และให้ในแต่ละจังหวัดมี กศจ. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ดังนั้น มท.จึงได้ร่วมกับ ศธ.จัดการประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการศึกษาให้แก่ส่วนราชการ หน่วยงาน และภาคส่วนต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

โดย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการ ศธ.ในภูมิภาคให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเอกภาพ สามารถประสาน เชื่อมโยง และบูรณาการภารกิจในเรื่องการศึกษาของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเพื่อช่วยสนับสนุนการบริหารการศึกษาและการบริหารงานบุคคล โดยมี กศจ.ทำหน้าที่บูรณาการการปฏิบัติงานทั้งหมดในพื้นที่ ดังนั้นจึงขอเน้นย้ำให้ผู้ว่าฯ ดำเนินการตามกรอบการทำงานของ ศธ.ที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า ขอมอบนโยบายสำคัญแก่ผู้ว่าฯ

1.ประเทศของเรามีปัญหาด้านการบริหาร การขาดคุณภาพการศึกษา โอกาสการศึกษา รวมทั้งการผลิตและพัฒนานักเรียนให้ตรงตามความต้องการของท้องถิ่นเพื่อการมีงานทำ

2.ผู้ว่าฯ ในฐานะประธาน กศจ. ต้องมีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษา โดยจะมีการโอนหน้าที่ของอนุคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเดิม รวมทั้งประธาน กศจ.ต้องกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการศึกษา เห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด กำกับ เร่งรัด ติดตามวางแผนจัดการศึกษา การบริหารงานบุคคล และอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

3.ภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องมีการสรรหากรรมการ กศจ.ทั้ง 7 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น ข้าราชการครูในท้องถิ่น และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะด้านการบริหารงานบุคคลที่จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

4.การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาระดับจังหวัด การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา และการจัดสรรโอกาสทางการศึกษาของเด็กนักเรียน และ

5.การสร้างความเข้าใจและสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ได้เน้นย้ำในเรื่องการปฏิบัติงานในหน้าที่ของผู้ว่าฯ ด้านการจัดการศึกษา โดยเน้นการบูรณาการการทำงานในพื้นที่และการกำกับติดตาม โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 57 และบทบาทการประสาน เชื่อมโยงองค์กรทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ ซึ่งผู้ว่าฯ จะต้องเป็นจุดเชื่อมโยงการบริหารราชการแผ่นดินทุกระดับให้เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา และกรอบยุทธศาสตร์ของ ศธ. และยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ต้องการเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพคน

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ดาว์พงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ถึงแนวทางในการทำงานตามคำสั่งของ คสช.ที่ก่อให้เกิด กศจ.ขึ้น โดยเป็นการปฏิรูปการแก้ปัญหาการศึกษาในส่วนภูมิภาคทั้งหมด ประเด็นที่ทำความเข้าใจกับทางผู้ว่าฯ นั้นคือ เราต้องรีบให้เกิดคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาก่อน เพราะมีงานเร่งด่วนที่ครูเขารออยู่ เช่น เรื่องการจัดย้ายครูตามวงรอบ เป็นต้น โดยคณะกรรมการทั้ง 22 คนนี้ มีอยู่ 15 คนที่เป็นโดยตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่ปัญหา แต่ที่เราต้องมาคุยกันคือ อีก 7 ตำแหน่งที่ต้องมาจากการคัดสรร โดยทางคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาคได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา และได้นำเสนอต่อผู้ว่าฯ แล้วว่า ทางคณะกรรมการคัดสรร 7 คนนั้น ประกอบด้วย ผู้แทนครู 2 ท่าน ผู้แทนภาคประชาชน 2 ท่าน และผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ใช้วิธีเสนอรายชื่อให้ผู้ว่าฯ เลือก โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะมีอายุงานแค่ 3 เดือนก่อน เพราะต้องรีบทำงานเร่งด่วน

ขณะที่ทางคณะกรรมการฯ ก็จะออกกติกาในการคัดสรรตัวจริงมา ในกรรมการ 7 ท่านที่มาจากการคัดสรรนั้นเป็นผู้แทนครู ได้มอบให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปพิจารณาครูในจังหวัดนั้นๆ โดยกำหนดคุณสมบัติคือ ต้องสอนอยู่ในจังหวัดนั้นๆ มากกว่า 10 ปี เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับ เมื่อ สพฐ.เลือกมาแล้วก็จะนำมาเข้าบอร์ด แล้วส่งชื่อให้ผู้ว่าฯ อีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มของผู้แทนภาคประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านนั้น ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ได้จัดทำรายชื่อผู้ทรงคณวุฒิด้านต่างๆ มอบให้จังหวัด เป็นบัญชีรายชื่ออยู่ประมาณ 400 ชื่อ ให้ทางจังเลือกจังหวัดละ 3 ท่าน ซึ่งทาง พล.อ.อนุพงษ์ได้ให้ผู้ว่าฯ ส่งรายชื่อทั้งหมดนี้กลับมาที่ตนภายในวันที่ 5 เม.ย. โดยทาง ศธ.จะรีบออกคำสั่ง เมื่อออกคำสั่งก็จะเกิด กศจ.ทั้ง 76 จังหวัด โดยทาง กทม.มีตัวบอร์ดใหญ่เป็นกรรมการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายในวันที่ 7 เม.ย.นี้จะทำให้ทางผู้ว่าฯ เรียกประชุมได้ เพื่อทำงานที่เร่งด่วนได้ทันเดือน เม.ย.นี้

"สำหรับการดำเนินการที่อยู่ระหว่างช่วงรอยต่อ โดยเฉพาะการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูนั้นบอร์ด กศจ.ก็จะรับหน้าที่ต่อจากผู้แทน อ.ก.ค.ศ.ไปพิจารณาแต่งตั้งตามบัญชีเดิมที่เคยทำไว้แล้ว ส่วนเรื่องปัญหาทุจริตที่ยังค้างการพิจารณากว่า 100 เรื่อง ตนจะนำมาพิจารณาก่อนสรุปข้อมูลให้ กศจ.นำไปดำเนินการต่อไป" รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเสริมว่า เรื่องการศึกษามี 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ

1.การจัดการศึกษา ขณะนี้ทาง ศธ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ครบหมดแล้วทั้ง 6 ด้าน และออกมาเป็นโครงการทั้งหมด 65 โครงการ กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ส่วนการบริหารจัดการศึกษานั้น ตนมองว่า มท.น่าจะไปเสริมในด้านของการกำกับดูแลให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของ ศธ. และ

2.การบริหารงานบุคคล ขณะนี้ได้มีโครงสร้างอยู่แล้ว ขณะนี้ผู้ว่าฯ ในฐานะ กศจ. สามารถจะบูรณาการงานของการบริหารการศึกษา การจัดการศึกษา และการบริหารงานบุคคลได้ตามกรอบที่ ศธ.ทำไว้ ในรูปแบบของบอร์ดคณะกรรมการ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทั้ง 2 ส่วนมีกรอบการทำงานอยู่แล้ว

ต่อคำถามว่าให้อำนาจผู้ว่าฯ จะกลายเป็นการรวมศูนย์อำนาจหรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ไม่ได้ให้อำนาจผู้ว่าฯ แต่เป็นการทำให้เกิดการบูรณาการได้เป็นหลัก เพราะปัญหาของการศึกษานั้น คือบุคลากรทางการศึกษาที่น่าจะมีพอเพียง แต่ไม่สามารถเกลี่ยได้ เพราะบางแห่งขาด บางแห่งเกิน ไม่สามารถบูรณาการในเชิงนโยบายได้ ซึ่งผู้ว่าฯ จะสามารถบูรณาการได้เฉพาะในกรอบของ ศธ.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ จะต้องสามารถใช้มติของบอร์ดทำให้ได้ตามกรอบที่เขามีอยู่ ก็จะเกิดความเที่ยงธรรมของการบริหารคน.

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 5 เมษายน 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ตั้งบอร์ดกศจ.ครบทีมประชุมนัดแรก7เม.ย. , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2564 (20 กันยายน 2564)☕ 20 ก.ย. 2564
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2564 (20 กันยายน 2564)
เปิดอ่าน 3,205 ครั้ง
"ตรีนุช" ลงนามระเบียบฯจัดตั้งสถาบันหลักสูตร☕ 20 ก.ย. 2564
"ตรีนุช" ลงนามระเบียบฯจัดตั้งสถาบันหลักสูตร
เปิดอ่าน 249 ครั้ง
โครงการ "ครูดีไม่มีอบายมุข" ปีที่ 11 (ปีการศึกษา 2564)☕ 20 ก.ย. 2564
โครงการ "ครูดีไม่มีอบายมุข" ปีที่ 11 (ปีการศึกษา 2564)
เปิดอ่าน 703 ครั้ง
"ตรีนุช" คาดโทษ ขรก.รับผลประโยชน์☕ 18 ก.ย. 2564
"ตรีนุช" คาดโทษ ขรก.รับผลประโยชน์
เปิดอ่าน 1,456 ครั้ง
ดร.รัชชัยย์ ฯ เป็นห่วงผลข้างเคียงกรณี ศธ เสนอให้ฉีดวัคซีนกันโควิด-19ให้เด็กอายุระหว่าง 12-15 ปี☕ 18 ก.ย. 2564
ดร.รัชชัยย์ ฯ เป็นห่วงผลข้างเคียงกรณี ศธ เสนอให้ฉีดวัคซีนกันโควิด-19ให้เด็กอายุระหว่าง 12-15 ปี
เปิดอ่าน 943 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อารยธรรมกรีกโบราณอารยธรรมกรีกโบราณ
เปิดอ่าน 21,013 ครั้ง
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษรายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
เปิดอ่าน 15,233 ครั้ง
การวาดภาพนกเบื้องต้นการวาดภาพนกเบื้องต้น
เปิดอ่าน 56,091 ครั้ง
รอบรู้เรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกายรอบรู้เรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
เปิดอ่าน 23,527 ครั้ง
การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบการวิเคราะห์ข้อสอบแบบอื่นนอกเหนือจากแบบเลือกตอบ
เปิดอ่าน 16,461 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ