ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ปฏิรูปการศึกษาศตวรรษ 21 สร้าง ร.ร.เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

ปฏิรูปการศึกษาศตวรรษ 21 สร้าง ร.ร.เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ต.ค. 2559 เปิดอ่าน : 13,473 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปฏิรูปการศึกษาศตวรรษ 21 สร้าง ร.ร.เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

Advertisement

เป็นประจำทุกปีที่บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดงานมหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู (EDUCA) ซึ่งเป็นการจัดงานอย่างต่อเนื่องมาถึงปีที่ 9 โดยครั้งนี้มีแนวคิดหลักว่า "โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้" (School as Learning Community : SLC) ที่โรงเรียนต้องตระหนักถึงสิทธิในการเรียนรู้ของเด็กทุกคน

ต้นกำเนิดของแนวคิดดังกล่าวมาจาก "ศ.ดร.มานาบุ ซาโต" ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว และศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยกักคุชูอิน ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้นำเสนอมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว โดยได้รับความสนใจจากครูในญี่ปุ่นจำนวนมาก ทำให้เกิดการปฏิรูปโรงเรียนในระดับรากฐาน พร้อมขยายแนวคิดและแนวปฏิบัติไปทั่วญี่ปุ่นและระดับนานาชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเอเชีย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษาที่มีพลังสร้างสรรค์

ภายในงาน EDUCA "ศ.ดร.มานาบุ ซาโต" กล่าวถึงประเด็นหลักของแนวคิดว่าเป็นการสร้างความตระหนักในสังคมว่าทุกคนคนมีสิทธิในการเรียนรู้ ซึ่ง SLC จะเน้นการทำกิจกรรมที่ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านการทำงานในชั้นเรียน นับเป็นต้นแบบของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งการรับฟังเสียงของคนอื่นเป็นกระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้ โดยปัจจุบันแนวคิด SLC ถูกนำไปใช้แล้วกับ 3,500 กว่าโรงเรียนในญี่ปุ่น และในหลายประเทศ เช่น เม็กซิโก, จีน, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, อินโดนีเซีย และเวียดนาม

"การเรียนแบบ SLC โรงเรียนต้องเปิดกว้างให้เห็นการทำงานร่วมกัน ด้วยการเปิดห้องเรียนให้ครูคนอื่นได้มาศึกษาวิธีการเรียนการสอนด้วย เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่การสื่อสาร ซึ่งการฟังคนอื่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ การรับฟังในที่นี้เป็นการเรียนรู้ที่อาศัยการโต้ตอบกัน อันนำไปสู่การสร้างสังคมประชาธิปไตย"


สำหรับการสอนเป็นรูปแบบของโปรเจ็กต์ และครูอาจปรับให้เด็กได้เรียนรู้ระหว่างชั้นก็ได้ด้วยการคละเด็กต่างระดับมาเรียนและทำงานร่วมกัน เพื่อได้สัมผัสความหลากหลายทางความคิด โดยครูอาจออกแบบแผนการสอนที่มอบโจทย์ให้เด็กได้แบ่งปันไอเดียกัน เป็นการสร้างความก้าวหน้าในการเรียนรู้ด้วยกันโดยต้องไม่มีเด็กคนไหนที่ถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว

"ขณะเดียวกันครูต้องเปิดโอกาสให้ครูท่านอื่นมาเรียนรู้ห้องเรียนของตัวเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาโรงเรียน โดยครูชั้นเดียวกันอาจมาเรียนรู้ร่วมกันในรายวิชาเดียวกัน เพราะการสื่อสารสู่สาธารณะมีพลังมากกว่าการเก็บข้อมูลไว้คนเดียว ทั้งนั้น การถักทอชุมชนแห่งการเรียนรู้ระดับโลก หรือทำให้เกิดเป็นสาธารณรัฐของการเรียนรู้ที่สมาชิกทุกคนสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่มีพรมแดนกั้น จะทำให้เกิดความเข้มแข็งของเครือข่ายโรงเรียน อีกทั้งยังเป็นการก้าวข้ามปัญหาการเมืองทั้งในและนอกประเทศมาสู่การเรียนรู้ร่วมกันได้"

หนึ่งในประเทศที่นำSLC ไปใช้อย่างเกาหลีใต้ "ดร.ซอน อู ชอง" ผู้อำนวยการสถาบันชุมชนแห่งการเรียนรู้ ประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า เกาหลีใต้ได้นำการเรียนรู้แบบ SLC เข้ามาศึกษาตั้งแต่ปี 2544 และดำเนินการนำร่องในโรงเรียน 4 แห่งเมื่อปี 2547 ตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก มีการนิยามโรงเรียนที่ใช้ SLC ว่า เป็นโรงเรียนนวัตกรรม โดยประธานคณะกรรมการด้านการศึกษา ทำให้การเรียนแบบ SLC ขยายวงกว้างขึ้น อีกทั้งสำนักงานการศึกษาท้องถิ่นที่เริ่มสร้างโรงเรียนเชิงประชาธิปไตย ก็ได้นำ SLC มาเป็นต้นแบบสำหรับการสร้างโรงเรียนที่มีคุณภาพ

โรงเรียนในฐานะชุมชนการเรียนรู้เป็นวิธีที่ทำให้ครูเติบโตในวิชาชีพของตนเพราะได้ปฏิรูปการศึกษาด้วยการเปิดห้องเรียนให้ครูคนอื่นมาศึกษาการสอนห้องเรียนของตนเอง โดยลักษณะของห้องเรียนจะมีการจัดโต๊ะเป็นรูปตัว U เพื่อให้เด็กได้ร่วมเรียนรู้กันง่ายขึ้น และครูสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างเข้าถึงและมีประสิทธิภาพ ซึ่งลักษณะการเรียนการสอนแบบนี้แตกต่างจากการสอนจากมหาวิทยาลัยที่ให้ยึดวิธีการสอนที่เป็นระเบียบวิธีแน่นอน

"ขอยกตัวอย่างGunpo Middle School เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อยู่ในจังหวัดกยองกิ มีนักเรียน 27 คนต่อห้อง เด็กของโรงเรียนแห่งนี้มีผลการเรียนตกต่ำ โดย 70% ของนักเรียนไปศึกษาต่ออาชีวศึกษา อีก 30% เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่ง 1 ใน 3 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดไม่สนใจเรียนรู้ หลับในห้องเรียน และเป็นอย่างนี้ทุกห้อง"

"หลังจากนำ SLC มาใช้ ครูได้เปิดห้องเรียนให้ครูคนอื่นเข้ามาดูการเรียนการสอนเดือนละครั้ง โดยครูจะแบ่งนักเรียนให้นั่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อให้ได้ดูแลเพื่อนและร่วมกันเรียนรู้ ทำให้เด็กไม่หลับระหว่างเรียนอีกแล้ว ทุกคนอยากมีส่วนร่วมในการเรียน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ 70% ของเด็กอยากเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ขณะที่ครูก็มีความสุขกับการสอน และเกิดความหวังในตัวเด็กมากขึ้น"

ปัจจุบันเกาหลีใต้มีโรงเรียน 350 แห่ง ที่เข้าร่วมเครือข่ายของโรงเรียน SLC โดย 90% เป็นโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และมีสมาชิก 3,800 รายในชุมชนท้องถิ่น 38 แห่งทั่วเกาหลีใต้ โดยตั้งแต่ปี 2553 ทางเครือข่ายได้จัดประชุมรายปี และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีครู นักวิจัย ผู้บริหารโรงเรียน และตัวแทนของแต่ละจังหวัด รวมกว่า 1,000 คน มาเข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์ โดยครูจะนำสื่อหรือวิดีโอที่ถ่ายทำการสอนในโรงเรียนมาพูดคุยกันและแลกเปลี่ยนไอเดียการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน

"ดร.ซอนอู ชอง" กล่าวย้ำว่า ความสำเร็จของการขยายการเรียนแบบ SLC ในเกาหลีใต้ มีกุญแจสำคัญคือครู ซึ่งเขาจะพัฒนาตัวเองด้วยการเวิร์กช็อปและเทรนนิ่งต่าง ๆ ซึ่งหลังจากที่ครูมาใช้รูปแบบ SLC พบว่า เขาเกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากกว่าเดิม และพยายามหากิจกรรมอื่น ๆ ในการพัฒนาตนเอง นับเป็นหนึ่งกลไกที่ช่วยพัฒนาโรงเรียนของเกาหลีใต้ เพราะหากครูไม่เปลี่ยนมุมมองความคิด โรงเรียนก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 26 ต.ค. 2559 เวลา 04:30:00 น.

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปฏิรูปการศึกษาศตวรรษ 21 สร้าง ร.ร.เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ , , ปฏิรูปการศึกษาศตวรรษ , 21 , สร้าง , ร.ร.เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ยันเดินหน้าแผนการศึกษาจังหวัดต่อแม้ไร้"เสมา1"☕ 26 ก.พ. 2564
ยันเดินหน้าแผนการศึกษาจังหวัดต่อแม้ไร้"เสมา1"
เปิดอ่าน 2,524 ครั้ง
เปิดโปรฯ "524 รร.เอกชน" คืนค่าธรรมเนียมผู้ปกครอง 561 ล้านบาท☕ 25 ก.พ. 2564
เปิดโปรฯ "524 รร.เอกชน" คืนค่าธรรมเนียมผู้ปกครอง 561 ล้านบาท
เปิดอ่าน 1,239 ครั้ง
ก.ค.ศ.ไฟเขียวเกณฑ์วิทยฐานะผอ.สถานศึกษา☕ 25 ก.พ. 2564
ก.ค.ศ.ไฟเขียวเกณฑ์วิทยฐานะผอ.สถานศึกษา
เปิดอ่าน 9,057 ครั้ง
"ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน☕ 24 ก.พ. 2564
"ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน
เปิดอ่าน 4,264 ครั้ง
คำสั่ง สพฐ.ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปปฏิบัติหน้าที่ใน สพม.ตามการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาใหม่ จำนวน 62 เขต☕ 24 ก.พ. 2564
คำสั่ง สพฐ.ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปปฏิบัติหน้าที่ใน สพม.ตามการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาใหม่ จำนวน 62 เขต
เปิดอ่าน 19,178 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีเลือกของขวัญมีค่า-ไม่แพงวิธีเลือกของขวัญมีค่า-ไม่แพง
เปิดอ่าน 15,437 ครั้ง
ช็อกโกแลตชาร์จสมอง ช่วยให้หัวแล่นทำคำนวณได้ไวดี ช็อกโกแลตชาร์จสมอง ช่วยให้หัวแล่นทำคำนวณได้ไวดี
เปิดอ่าน 7,447 ครั้ง
แนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาวแนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาว
เปิดอ่าน 10,640 ครั้ง
ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 23,851 ครั้ง
เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)
เปิดอ่าน 5,343 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ