ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ค้าน"คลัง"ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก.

ค้าน"คลัง"ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 9 ธ.ค. 2559 เปิดอ่าน : 19,264 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ค้าน"คลัง"ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก.

Advertisement

คสร.ค้านคลังเตรียมยกงบ 7 หมื่นล้านให้ธุรกิจประกันภัยดูแลสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เชื่อกระทบระบบ รพ.รัฐ เสนอให้ราชการบริหารเอง ไม่ใช่เอื้อประโยชน์เอกชน กรมบัญชีกลางต้องปรับปรุงระบบสิทธิประโยชน์ ใช้ยาสมเหตุสมผล

วันที่ 7 ธ.ค. ที่ห้องประชุมศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (คสร.) จัดแถลงข่าว "คัดค้านกระทรวงการคลังเตรียมยกงบประมาณ 7 หมื่นล้านบาทให้ธุรกิจประกันภัยดูแลสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ" โดยมีอดีตผู้บริหารภาครัฐ เป็นข้าราชการบำนาญเข้าร่วมแถลงครั้งนี้ นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และตัวแทน คสร. กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังยอมรับว่าได้เตรียมการในการนำเรื่องการโอนเงิน 7 หมื่นกว่าล้านไปให้ธุรกิจประกันภัยบริหารจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและครอบครัว โดยย้ำว่าจะไม่มีการลดสิทธิใดๆ และไม่เพิ่มงบประมาณของประเทศ สิ่งที่เราไม่สามารถรับได้เนื่องจากมีประสบการณ์เรื่องการบริหาร พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ.2535 โดยบริษัทเอกชนนอกจากมีค่าบริหารจัดการแล้ว ยังต้องการกำไรอีก อีกทั้งผู้ประสบภัยจากรถพบปัญหามากมายในการเบิกเงินจนต้องเบิกจากสิทธิอื่นๆ ทั้งสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สิทธิข้าราชการ และสิทธิประกันสังคม จาก พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ ทางบริษัทเอกชนรับไปกว่าร้อยละ 40

"หากยังให้บริษัทเอกชนมาบริหารงบประมาณการรักษาพยาบาลของข้าราชการอีก การเบิกจ่ายคงมีปัญหาเช่นเดียวกัน งบประมาณกองทุนสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการประมาณ 7 หมื่นกว่าล้านบาท หากคิดค่าบริหารจัดการให้ธุรกิจประกันภัย คิดขั้นต่ำร้อยละ 10 หรือประมาณ 7,200 ล้านบาท งบส่วนนี้แทนที่จะถูกส่งไป รพ.รัฐ ซึ่งเป็นงบหมุนเวียนกันอยู่กลับต้องไปที่เอกชน หากถูกคิดค่าบริหารจัดการถึงร้อยละ 40 เงินจะหายจากระบบเท่าไร แน่นอนว่า รพ.รัฐต้องประสบปัญหาแน่ๆ ยิ่ง รพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องอยู่แล้ว ดังนั้น เราต้องช่วยกันปิดกั้น อย่าสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น การบอกว่าผ่านการประชุมแล้ว พร้อมเสนอ ครม. ไม่ถูกต้อง ที่ผมกลัวคือ กลัวจะใช้มาตรา 44 ออกกฎหมาย หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น" นพ.มงคลกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการทำหนังสือทักท้วงหรือไม่ นพ.มงคลกล่าวว่า ทางที่ดีที่สุด ข้าราชการที่มีสิทธิ รวมทั้ง รพ. โดยเฉพาะ รพ.สธ. รวมทั้งระบบสุขภาพอื่นๆ ต้องลุกมาต่อต้าน หากยอม เกิดปัญหาแน่ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเกิดจากความบกพร่องของการบริหารจัดการของกรมบัญชีกลางที่ไม่มีระบบตรวจสอบการให้สิทธิและการบริการสิทธิประโยชน์เลย เมื่อเกิดปัญหา มีค่าบริหารจัดการ กลับแก้ไขโดยการโยนให้เอกชนทำ

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัญหามาจากงบประมาณพุ่งสูง ทำให้ต้องโยนให้ธุรกิจประกันภัยไปดำเนินการ ต้องถามว่าเกาถูกที่คันแล้วหรือไม่ สิ่งสำคัญของปัญหาสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการต้องไปดูต้นเหตุว่ามาจากอะไร ยกตัวอย่าง กรมบัญชีกลางเคยเรียกเงินคืนจาก รพ.แห่งหนึ่ง เพราะพบว่าสั่งจ่ายยาให้คนไข้มากเกินความจำเป็น เป็นยานอกบัญชียาหลัก ราคาแพง กรมบัญชีกลางสามารถตรวจสอบบัญชีการใช้ยาต่างๆ ให้เหมาะสมได้ ทางออกคือ วิเคราะห์ปัญหา และให้ข้าราชการ สถาบันวิชาการ รวมทั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มาร่วมกันศึกษาว่าจะหาทางออกกันอย่างไร

ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอเรื่องดังกล่าวโดยไม่สอบถามความคิดเห็นจากข้าราชการผู้มีสิทธิ ซึ่งปัญหาการใช้จ่ายยาไม่สมเหตุสมผลของสิทธิข้าราชการนั้น จะพบปัญหาที่ผู้ป่วยนอก เพราะผู้ป่วยในจะมีการควบคุมการใช้จ่ายยาตามกลุ่มโรค หรือดีอาร์จี ทั้งนี้ เคยมีข้อเสนอบันได 8 ขั้นแก้ปัญหา อาทิ กรมบัญชีกลางประกาศใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล โดยกำหนดให้มีการส่งเหตุผลการใช้ยาเยอะใน รพ.ที่ใช้ยาเกินกำหนด การกำหนดให้ทุก รพ.ใช้ยาชื่อสามัญแทนยาต้นแบบ เป็นต้น ดังนั้น กรมบัญชีกลางต้องปรับปรุงระบบสิทธิประโยชน์ให้สมเหตุสมผล และควรแยกหน่วยงานอิสระในการติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ หากไม่สามารถทำได้ก็อาจให้ สปสช. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หรือให้หน่วยอิสระกลางแห่งใดมาทำก็ได้ ทั้งนี้ ค่าบริหารจัดการ หากเป็นภาครัฐ อย่าง สปสช. คิดค่าบริหารจัดการเพียงประมาณ 1% แต่เอกชนน่าจะเกิน 25%

นางรัศมี วิศทเวทย์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า ตนเคยทำงานที่ สคบ. พบการร้องเรียนมากมาย ทั้งเรื่องการประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ มีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งนี้ ข้าราชการไทยส่วนมากไม่ได้มีฐานะร่ำรวย และปัจจุบันสิทธิข้าราชการลดน้อยลง ไม่สามารถเบิกยาบางตัวได้ หากให้ธุรกิจเอกชนบริหารจะกระทบต่อผู้มีสิทธิในการเบิกจ่าย ควรให้ข้าราชการบริหารระบบ ไม่ใช่เอื้อประโยชน์แก่เอกชน อย่างไรก็ตาม หากมอบให้ สปสช.เป็นผู้บริหารมีข้อได้เปรียบ เพราะบุคลากรมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการระบบ.


ขอบคุณที่มาจาก ไทยโพสต์ วันที่ 8 ธันวาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ค้าน"คลัง"ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การปรับราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย☕ 27 ต.ค. 2563
การปรับราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย
เปิดอ่าน 2,835 ครั้ง
ก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ผ่านระบบออนไลน์เน้นการสอนในห้องเรียน : 28 ต.ค.นี้ ทบทวน ว.13 ☕ 27 ต.ค. 2563
ก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ผ่านระบบออนไลน์เน้นการสอนในห้องเรียน : 28 ต.ค.นี้ ทบทวน ว.13
เปิดอ่าน 6,370 ครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการยกเครื่องหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ ให้มีความทันสมัย☕ 26 ต.ค. 2563
กระทรวงศึกษาธิการยกเครื่องหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ ให้มีความทันสมัย
เปิดอ่าน 4,741 ครั้ง
ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ.กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556☕ 26 ต.ค. 2563
ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ.กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556
เปิดอ่าน 2,022 ครั้ง
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน☕ 26 ต.ค. 2563
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน
เปิดอ่าน 660 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

โรงเรียนยุคมิลเลนเนียลโรงเรียนยุคมิลเลนเนียล
เปิดอ่าน 5,167 ครั้ง
บริหารงานอย่างไร จึงจะครองใจลูกน้องบริหารงานอย่างไร จึงจะครองใจลูกน้อง
เปิดอ่าน 4,963 ครั้ง
อาหารมงคลในงานแต่งแบบไทยอาหารมงคลในงานแต่งแบบไทย
เปิดอ่าน 16,243 ครั้ง
ลักษณะสำคัญของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนลักษณะสำคัญของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
เปิดอ่าน 34,761 ครั้ง
11 เว็บไซต์เรียนภาษาสุดเจ๋ง ที่คนอยากเก่งอังกฤษไม่ควรพลาด!11 เว็บไซต์เรียนภาษาสุดเจ๋ง ที่คนอยากเก่งอังกฤษไม่ควรพลาด!
เปิดอ่าน 12,011 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ