ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

รัฐบาลมุ่งหวังให้นักเรียน - นักศึกษาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสร้างการเรียนรู้ให้กับพ่อ แม่ และผู้ปกครอง


ข่าวการศึกษา 12 ม.ค. 2560 เวลา 07:54 น.

6,630

views
Advertisement


รัฐบาลมุ่งหวังให้นักเรียน - นักศึกษาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสร้างการเรียนรู้ให้กับพ่อ แม่ และผู้ปกครอง

รัฐบาลมุ่งหวังให้นักเรียน - นักศึกษาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสร้างการเรียนรู้ให้กับพ่อ แม่ และผู้ปกครอง พร้อมกับเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

รัฐบาลมุ่งหวังให้นักเรียน - นักศึกษาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสร้างการเรียนรู้ให้กับพ่อ แม่ และผู้ปกครอง พร้อมกับเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
วันนี้ (11 มกราคม 2560) เวลา 09.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบโอวาทเด็กและเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 779 คน มีผู้ร่วมงานประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นักเรียน นักศึกษา ตัวแทนเด็กและเยาวชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวรายงานว่า รัฐบาลได้ตระหนักแล้วได้ให้ความสำคัญแก่เด็กและเยาวชนมาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อเด็กและเยาวชน ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โโยมุ่งหวังให้เด็ก้ป็นผู้มีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ และต่อประเทศชาติ รู้รักสามัคคี รักประเทศชาติ ประพฤติและปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยอันดี มีความรู้ ความสามารถ ควบคู่คุณธรรม และร่วมตะหนักถึงความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคม และประเทศชาติ ตามคำขวัญวันเด็กประจำปี 2560 “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายในตอนหนึ่งว่า รู้สึกยินดีและขอชื่นชมเด็กเยาวชนดีเด่นที่สามารถนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ รัฐบาลและทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตมาโดยตลอด รัฐบาลได้เดินหน้าปฏิรูปทางการศึกษาต่อเนื่อง พร้อมทั้งเป็นสะพานเชื่อมสร้างเส้นทางเชื่อมให้เด็กและเยาวชนไทยเดินหน้าไปในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม เด็กและเยาวชนก็จะต้องตั้งเป้าหมายในอนาคตด้วยตัวเอง และจะต้องมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ให้ได้ ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจจากสภาวะภายนอก และความต้องการของวิชาอาชีพในตลาดสากลด้วยว่า อีก 5 ถึง 20 ปีข้างหน้า อาชีพอะไรจะที่จำเป็นที่ต้องการในอนาคต ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 พัฒนาประเทศด้วย อุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่ ๆ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า เด็กและเยาวชน จะเป็นกำลังสำคัญที่จะเติมเต็มการพัฒนาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเด็กและเยาวชน ที่จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง เช่น การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน นำสิ่งเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเองและครอบครัว ควบคู่ไปกับการนำไปใช้ในระบบการศึกษาอย่างถูกต้อง อีกทั้ง ศึกษาหาความรู้ทางด้านการเกษตรกรรม ตัวอย่างการนำสมุนไพรไทยเข้ามาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งในวันข้างหน้าสมุนไพรไทย จัดเป็นเวชภัณฑ์สำหรับยาสามัญประจำบ้านให้กับทุกครอบครัว ที่สำคัญ สมุนไพรไทยจะช่วยส่งเสริมและสสนับสนุนให้เกษตรกรไทยเกิดรายได้จากการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนภาระค่าใช้จ่ายด้านเวชภัณฑ์ของคนไทย และจะช่วยทดแทนการซื้อยาราคาสูงจากต่างประเทศมารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเริ่มต้นสร้างการรับรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษา รัฐบาลได้ฝากขอความร่วมมือกับโรงเรียนทุกโรงเรียนทั่วทุกประเทศนำยาสมุนไพรเข้ามาใช้ปฐมพยาบาลทั่วทั้งประเทศอีกด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ระบบการศึกษาของประเทศไทยนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำเด็กนักเรียนและเยาวชนไปสู่เป้าหมายของตัวเองในชีวิต ซึ่งที่ผ่านมานั้น การศึกษาในประเทศไทย ก็ถือว่าอยู่ในพื้นฐานที่ดี แต่เพื่อการพัฒนาเด็กนักเรียนไทยให้เท่าทันสากลโลก จะต้องมีการปรับปรุงและส่งเสริมการเรียนรู้นอกจากการเรียนการสอนภายในห้องเรียน โดยการนำความรู้จากภายนอกห้องเรียนมาใช้ พร้อมกันกับการสอนให้นักเรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สอนควบคู่ไปกับการศึกษาไทย เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักการนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง เช่น วิชาการทางด้านภาษาต่างประเทศ นักเรียนนักศึกษามีความรู้จากในตำราหนังสือ สามารถใช้ในการสอบแข่งขันได้ แต่ไม่สามารถใช้ในการสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ เนื่องการขาดความมั่นใจ ซึ่งแตกต่างกับ วิชาการทางด้านเทคโนโลยี นักเรียนและนักศึกษาไทยสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและว่องไว นี่การเรียนรู้อย่างรวดเร็วจนบางครั้งอาจจะนำไปสู่การใช้งานในทางที่ผิด แต่เมื่อนำมาใช้ในด้านทางวิชาการ และการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้ ก็ไม่อาจจะนำมาใช้งานได้อย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง เด็กนักเรียนและเยาวชนไทยทุกคน จะต้องร่วมมือสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันให้เข้าใจอย่างถูกต้อง ปฏิรูปการศึกษาให้เชื่อมโยงไปสู่การสอนโดยใช้ประสบการณ์จริง ปรับให้เข้ากับระบบการศึกษาไทยแต่เดิม เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เกิดความเข้มแข็งในสังคมได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไทย และสนับสนุนลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองสำหรับการจ่ายค่าเรียนพิเศษเพิ่มเติมให้แก่บุตร รัฐบาลได้สั่งการให้ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการรวบรวมตำราความรู้นอกเหนือจากเดิม เพิ่มเติมจากสถาบันสอนพิเศษที่มาตรฐานและมีผลงานด้านการสอนพิเศษที่เป็นที่ยอมรับ รวบรวมทั้งหมดเลยกำลัและนำมาบังคับใช้ในระบบการศึกษาไทยที่ได้กำหนดไว้ ให้ดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นประชารัฐ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน และที่สำคัญจะต้องดำเนินการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาให้แล้วเสร็จให้ให้ได้ภายใน 1 ปี

ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถคิดอย่างเป็นกระบวนการและเป็นขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ สามารถคิดริเริ่มในสิ่งใหม่ ๆ ตั้งแต่แผนงานการดำเนินการ ไปสู่การปฏิบัติ จนกระทั่งเกิดผลสำเร็จ โดยมุ่งหวังให้นักเรียนและเยาวชนไทย เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้กับพ่อแม่และผู้ปกครอง ถึงแนวทางการพัฒนาประเทศไทยด้วยนวัตกรรมใหม่ ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทั้งยังมุ่งหวังให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ทำให้ทุกคนในครอบครัวคิดดีทำดี ไม่มีความขัด และไม่เป็นปัญหาสังคม สร้างพื้นฐานสังคมให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อต่างชาติ ร่วมกันดำเนินการทั้งหมดอย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอีก 20 ปี ผ่านทางเด็กนักเรียนและเยาวชน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย ที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและ ยังยืนต่อไป

 

ที่มา เว็บไซต์รัฐบาลไทย วันที่ 11 มกราคม 2560

 


รัฐบาลมุ่งหวังให้นักเรียน - นักศึกษาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสร้างการเรียนรู้ให้กับพ่อ แม่ และผู้ปกครองรัฐบาลมุ่งหวังให้นักเรียน-นักศึกษาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสร้างการเรียนรู้ให้กับพ่อแม่และผู้ปกครอง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

เปิดอ่าน 6,843 ☕ 24 ก.ย. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ครม.ไฟเขียวโยก 3 บิ๊ก ศธ. "พิเชฐร์ วันทอง" นั่งเลขาฯ ก.ค.ศ. สลับ "วิษณุ-สุภชัย" ข้ามห้วย
ครม.ไฟเขียวโยก 3 บิ๊ก ศธ. "พิเชฐร์ วันทอง" นั่งเลขาฯ ก.ค.ศ. สลับ "วิษณุ-สุภชัย" ข้ามห้วย
เปิดอ่าน 163 ☕ 20 ต.ค. 2569

สพฐ. ออกมาตรการลดใช้สื่อหน้าจอในเด็กปฐมวัยอย่างจริงจัง งดใช้ทุกชนิดในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ย้ำโรงเรียนจัดกิจกรรมเน้นเล่นและลงมือปฏิบัติจริง
สพฐ. ออกมาตรการลดใช้สื่อหน้าจอในเด็กปฐมวัยอย่างจริงจัง งดใช้ทุกชนิดในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ย้ำโรงเรียนจัดกิจกรรมเน้นเล่นและลงมือปฏิบัติจริง
เปิดอ่าน 728 ☕ 15 ต.ค. 2569

ประกาศรายชื่อ 30 ผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก ตำแหน่ง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา เตรียมประเมิน ภาค ข และ ค วันที่ 19-22 ต.ค. 2569
ประกาศรายชื่อ 30 ผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก ตำแหน่ง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา เตรียมประเมิน ภาค ข และ ค วันที่ 19-22 ต.ค. 2569
เปิดอ่าน 31,073 ☕ 14 ต.ค. 2569

สพฐ. ออกประกาศ 5 มาตรการเข้ม! เฝ้าระวังพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรงในโรงเรียน
สพฐ. ออกประกาศ 5 มาตรการเข้ม! เฝ้าระวังพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรงในโรงเรียน
เปิดอ่าน 988 ☕ 14 ต.ค. 2569

แผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ระยะ 5 ปี (ปีการศึกษา 2569-2573)
แผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ระยะ 5 ปี (ปีการศึกษา 2569-2573)
เปิดอ่าน 3,373 ☕ 14 ต.ค. 2569

"ธนู" รับตำแหน่งวันแรก ดึงมือดีนอกระบบขับเคลื่อนงาน สพฐ.ลุยสางปัญหาร้องเรียนค้างท่อ-ให้ความรู้กฏระเบียบ-เดินหน้าสอบผอ.เขตฯ
"ธนู" รับตำแหน่งวันแรก ดึงมือดีนอกระบบขับเคลื่อนงาน สพฐ.ลุยสางปัญหาร้องเรียนค้างท่อ-ให้ความรู้กฏระเบียบ-เดินหน้าสอบผอ.เขตฯ
เปิดอ่าน 1,845 ☕ 2 ต.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีการสอนนกแก้ว นกขุนทองพูด
วิธีการสอนนกแก้ว นกขุนทองพูด
เปิดอ่าน 88,289 ครั้ง

ประโยชน์ของกวักมรกต
ประโยชน์ของกวักมรกต
เปิดอ่าน 3,950 ครั้ง

ขจัดกลิ่นเหม็น ภายในบ้าน
ขจัดกลิ่นเหม็น ภายในบ้าน
เปิดอ่าน 14,004 ครั้ง

สกินแคร์มีอะไรบ้าง? รวมประเภทผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้และพัฒนาผลิตภัณฑ์
สกินแคร์มีอะไรบ้าง? รวมประเภทผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้และพัฒนาผลิตภัณฑ์
เปิดอ่าน 267 ครั้ง

เอกสารแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2559
เอกสารแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2559
เปิดอ่าน 30,993 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ