ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "หมอประเวศ" แนะ 8 แนวทางปรับความคิด สร้างคนคุณภาพพัฒนาประเทศ

"หมอประเวศ" แนะ 8 แนวทางปรับความคิด สร้างคนคุณภาพพัฒนาประเทศ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 28 ก.พ. 2561 เปิดอ่าน : 6,076 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

สสส.-โชว์ผลงาน 15 ปี ด้าน “เด็ก เยาวชน ครอบครัว” สานพลังเครือข่าย เสริมพลังรัฐ สร้างคุณค่า"หมอประเวศ" แนะ 8 แนวทางปรับความคิด สร้างคนคุณภาพพัฒนาประเทศ

วันที่ (27 ก.พ.) ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว (สำนัก 4) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะให้กับคนทุกช่วงวัย จัดมหกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว “กว่าทศวรรษ พัฒนาครอบครัวอบอุ่น สร้างคุณค่าคน คือผลงานของเรา” ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2561

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ในฐานะประธานเปิดการประชุมพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สร้างคนไทยคุณภาพ : จากการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ” ใจความตอนหนึ่ง ว่า กุญแจสำคัญที่จะช่วยถักทอการพัฒนาประเทศไทย คือการจะสร้างคนไทยคุณภาพได้อย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาอย่างบูรณาการและเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ คนไทยทุกคนล้วนมีศักยภาพ มีศักดิ์ศรี มีคุณค่าความเป็นมนุษย์ และไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งหนใดก็ควรมีโอกาสได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพของความเป็นมนุษย์ทั้งสิ้น แต่การพัฒนาประเทศในยุคนี้นำเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ศีลธรรมและคุณภาพคน มาถักทอกันอยู่เป็นระบบที่ซับซ้อนที่ยากจะเข้าใจและแก้ไข

ศ.นพ.ประเวศ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้น ต้องหาว่าจะมีกุญแจอะไรที่จะไขเราออกจากกรอบตรงนี้ เพราะที่ผ่านมาพบว่ายังใช้กระบวนทัศน์เก่าในการพัฒนา ได้แก่

1.การใช้อำนาจ
2.การขาดความต่อเนื่องทางปัญญา ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การพัฒนาไม่ไปสู่ความสำเร็จ
3.การขาดความเชื่อมโยงทั้งนโยบาย วิชาการและผู้ปฏิบัติ และ
4.การใช้ความรู้โดยไม่เรียนรู้

โดยแต่ละเรื่องล้วนทำแบบแยกส่วน ทำเป็นเรื่องๆขาดความเชื่อมโยงกัน ซึ่งจะนำไปสู่วิกฤติ ผลที่ออกมาก็ไม่สำเร็จ ขณะที่เมื่อลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง พบว่า การสร้างคุณภาพคนหนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การจะสร้างคนไทยให้มีคุณภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงกรอบคิดพื้นฐาน 8 ประการ คือ

1.เคารพศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นคนของทุกคน
2.เคารพความรู้ในตัวคน
3.เอื้ออาทรและจริงใจต่อกัน
4.เกิดความเชื่อถือไว้วางใจกัน
5.สามัคคีธรรม สร้างพลังทางสังคม
6.เกิดปัญญาร่วม สู่การสร้างนวัตกรรม
7.ฝ่าความยากไปสู่ความสำเร็จ และ
8.เกิดความสุขประดุจบรรลุนิพพาน นี่คือคำตอบและทิศทาการพัฒนาคนไทยคุณภาพ

"ถ้าเราเคารพกันแค่ในตำราก็จะมีความรู้แต่ในตำราเท่านั้น แต่ถ้าเราเคารพความรู้ในตัวคน ก็จะมีเกียรติ มีความสุข ความเสมอภาค ดังนั้น จึงต้องปรับกระบวนทัศน์ใหม่ บูรณาการและเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะทำเกิดพลัง เกิดความสุข ความสำเร็จ ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา สสส.เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพคนไทยในลักษณะต่างๆ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพเด็ก เยาวชน การสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ โดยขับเคลื่อนงานทั้งในรูปองค์กร ผ่านโรงเรียน ชุมชน เป็นต้น" ศ. นพ.ประเวศ กล่าว

ด้าน นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า วัตถุประสงค์สำคัญในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อรวบรวมนำเสนอและต่อยอดขยายผลนวัตกรรม องค์ความรู้ เครื่องมือ สำหรับการสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว อีกทั้ง เพื่อสร้างความตระหนักในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการให้ความสำคัญการพัฒนาคุณภาพคนตลอดช่วงชีวิต ในช่วงระยะเวลา 15 ปี ของ สสส.ในการทำงานด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว ได้สนับสนุนนโยบาย “การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต” ของรัฐบาล เพราะเด็ก เยาวชนและครอบครัวคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ และจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเมื่อประเทศไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

นางเพ็ญพรรณ กล่าวต่อว่า ความสำเร็จของการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ส่งผลกระทบที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนงานระดับนโยบาย ซึ่งสามารถเห็นผลเชิงประจักษ์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจ ดังนี้ กลุ่มปฐมวัย (แรกเกิด-5 ปี) 1)ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดทำคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย หรือ DSPM ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขใช้เป็นเครื่องมือตรวจวัดพัฒนาการเด็กปฐมวัยทุกคน 2)ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สปสช. สมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด และเครือข่าย พัฒนาระบบการดูแล รักษา และป้องกันเด็กพิการแต่กำเนิดใน 5 โรคสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีการจดทะเบียนและสร้างระบบการดูแลรักษาและป้องกันความพิการตั้งแต่แรกเกิด ในระบบสุขภาพแล้ว 3)พัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยการยกระดับคุณภาพด้วยกระบวนการก้าวกระโดด (Benchmarking) ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้ 55 แห่ง และเครือข่ายทั่วประทศไม่น้อยกว่า 2,000 แห่ง 4)สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายทุกระดับในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ

กลุ่มเด็กและเยาวชน (6-24 ปี) 1)พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนสุขภาวะ กว่า 2,500 โรงเรียน โดยให้ความสำคัญกับการทำให้ผู้เรียนเป็นสุขทั้งด้าน กาย จิต สังคม และปัญญา 2)สร้างสุขภาวะเด็ก เยาวชน กลุ่มเฉพาะ อาทิ เด็ก เยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม เด็กในสถานสงเคราะห์ เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เด็กชายขอบ ไร้สัญชาติ 3)สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายระดับต่างๆ เช่น สร้างแกนนำเยาวชนในสถานศึกษา สนับสนุนคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม สร้างเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์ สนับสนุนเยาวชนจัดทำฐานข้อมูลด้านเยาวชนในจังหวัด และในกลุ่มครอบครัว 1)ร่วมพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว (พ.ศ.2560-2564)และขับเคลื่อนการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 2)พัฒนาหน่วยวิชาการครอบครัว เพื่อพัฒนาสุขภาวะในครอบครัวกลุ่มเปราะบาง

“15 ปี เราได้สร้างกลไกการทำงาน นวัตกรรม รูปแบบ เครื่องมือ และวิธีการทำงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในระดับองค์กรและระดับพื้นที่ ดังนั้น การจัดงานมหกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว ในวันนี้ ผลงานที่นำมาแสดงทั้งรูปแบบวิชาการและนิทรรศการ จะทำให้ทุกคนมีความเข้าใจและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมเพื่อเป็นพลังสำคัญในการสานพลังร่วมสร้างสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว ให้ขับเคลื่อนอย่างมุ่งผลสัมฤทธิ์ เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป” นางเพ็ญพรรณ กล่าว

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "หมอประเวศ" แนะ 8 แนวทางปรับความคิด สร้างคนคุณภาพพัฒนาประเทศ , , , หมอประเวศ , , แนะ , 8 , แนวทางปรับความคิด , สร้างคนคุณภาพพัฒนาประเทศ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    ว13/2561 การนำวิธีการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ มาใช้สำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)☕ 22 ก.ย. 2561
    ว13/2561 การนำวิธีการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ มาใช้สำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)
    เปิดอ่าน 6,461 ครั้ง
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”☕ 21 ก.ย. 2561
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”
    เปิดอ่าน 5,565 ครั้ง
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม☕ 20 ก.ย. 2561
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม
    เปิดอ่าน 12,263 ครั้ง
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว☕ 20 ก.ย. 2561
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว
    เปิดอ่าน 5,512 ครั้ง
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559☕ 20 ก.ย. 2561
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559
    เปิดอ่าน 6,307 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ความเชื่อของชาวอีสาน ความเชื่อของชาวอีสาน ''คะลำ ''
    เปิดอ่าน 46,423 ครั้ง
    20 เคล็ดลับเจ๋ง ๆ ช่วยทำให้ตัวเองดูเด็กลง20 เคล็ดลับเจ๋ง ๆ ช่วยทำให้ตัวเองดูเด็กลง
    เปิดอ่าน 10,880 ครั้ง
    ASEANASEAN
    เปิดอ่าน 9,538 ครั้ง
    เรื่องที่คุณครูต้องอ่านเรื่องที่คุณครูต้องอ่าน
    เปิดอ่าน 4,293 ครั้ง
    คลิปเรื่องเด่นเย็นนี้ กับความเป็นจริงเรื่อง การถอดวิชานาฏศิลป์ ?คลิปเรื่องเด่นเย็นนี้ กับความเป็นจริงเรื่อง การถอดวิชานาฏศิลป์ ?
    เปิดอ่าน 6,426 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม