ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > “ลูกเสือทักษะชีวิต” ปรับปรุงหลักสูตรลูกเสือให้ทันสมัย แก้ไขปัญหาเด็กแข่งวิชาการจนไม่มีทักษะการใช้ชีวิต ตอบโจทย์ปฏิรูป การศึกษาไทย

“ลูกเสือทักษะชีวิต” ปรับปรุงหลักสูตรลูกเสือให้ทันสมัย แก้ไขปัญหาเด็กแข่งวิชาการจนไม่มีทักษะการใช้ชีวิต ตอบโจทย์ปฏิรูป การศึกษาไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ก.ค. 2561 เปิดอ่าน : 12,853 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการลูกเสือเสริมสร้างทักษะชีวิต เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาด้วยกระบวนการลูกเสือ โดยให้เด็กและเยาวชนลงมือปฏิบัติด้วยตนเองในการทำกิจกรรมอย่างครบวงจร ณ อาคารสมเด็จอุปถัมภ์ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

นางสาวลัดดา จิตรวัฒนแพทย์ ผู้จัดการโครงการลูกเสือเสริมสร้างทักษะชีวิต กล่าวว่า โครงการฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้กิจกรรมลูกเสือเสริมสร้างทักษะชีวิตเป็นประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชนแท้จริง รวมทั้งมีความยั่งยืนในระบบการศึกษา โดยได้พัฒนาครูผู้สอนและวิทยากรของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งขยายผลไปสู่เด็กและเยาวชนในโรงเรียน จำนวน 2,105,063 คน ควบคู่กับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการลูกเสือของโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศด้วยกระบวนการเทียบระดับ (Benchmarking) ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมกิจการลูกเสือของประเทศไทย ซึ่งจะครบรอบ 107 ปี ในปี 2561 ให้สามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีทักษะชีวิตเพิ่มขึ้น เพื่อให้อยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างเป็นปกติสุข ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา มีมติให้ประกาศใช้หลักสูตรลูกเสือเสริมสร้างทักษะชีวิตอย่างเป็นทางการในโรงเรียนทั่วประเทศ

ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร กรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า จากผลการวิจัยของศูนย์นวัตกรรมการศึกษาและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2560 ระบุว่า เด็กและเยาวชนไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบทางสังคม 10 เรื่อง ได้แก่ ความรุนแรง คุณแม่วัยใส ยาเสพติด ติดแท็บเล็ตอยู่กับสังคมก้มหน้า ขาดวินัยอย่างรุนแรง ชีวิตไม่มีความสุข เครียดกดดัน ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์รอบสถานศึกษา เด็กยากจนด้อยโอกาส กลุ่มชาติพันธุ์ การตกเป็นเครื่องมือทางเพศ การใช้แรงงานเด็ก ขอทานเด็ก และเด็กไทยเกิดน้อยด้อยคุณภาพ ส่วนสถานการณ์เชิงบวก คือ เด็กและเยาวชนได้เห็นแบบอย่างที่ดี โดยเฉพาะพระจริยวัตรและพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

"จากข้อมูลดังกล่าวยิ่งสะท้อนว่าถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนควรมีบทบาทในการเสริมสร้างสถานการณ์ทางบวกและลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีทักษะสังคม ทักษะชีวิตที่พร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว ซึ่งสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ เป็นอีกองค์กรสาธารณประโยชน์ที่พัฒนาเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการนำกระบวนการลูกเสือมาช่วยเสริมสร้างทักษะชีวิตถือเป็นวิธีการที่แยบยลที่ทำให้เด็กและเยาวชนได้รับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมผ่านกิจกรรมลูกเสือได้แท้จริง" ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง กล่าว

ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ลูกเสือทักษะชีวิตไม่ใช่เพียงการตอบโจทย์แค่เรื่องทักษะในศตวรรษที่ 21 แต่จะตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษา โดยมีการสำรวจข้อมูลถึงคุณลักษณะของเด็กไทยที่ต้องการ พบว่า 80-90% ของประชาชนไทยเห็นด้วยว่าเด็กไทยต้องมีทักษะชีวิต ประกอบด้วยบันได 4 ขั้นคือ ขั้นแรก รู้จักตนเอง ขั้นที่สอง อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ใช่เพียงแค่จำแต่ต้องเรียนรู้ ขั้นที่สาม สามารถทำงานเป็นทีมได้ และขั้นสุดท้าย ความเป็นพลเมือง มีจิตอาสาและเกื้อกูลต่อสังคม ถือเป็นความต้องการในด้านการศึกษาของทุกภาคส่วน ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องถามตนเองได้ว่าสามารถผลิตได้แบบนี้หรือไม่ ที่สำคัญต้องส่งเสริมเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ควบคู่ไปด้วย รวมถึงทักษะไอทีเป็นทักษะที่เด็กไทยยุคนี้ต้องมี แต่ส่วนใหญ่พบว่าเราใช้ไอทีเพื่อความสนุกสนานแต่ไม่ได้ใช้เพื่อการเรียนรู้เท่าที่ควร ซึ่งกิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตสามารถทำให้เด็กรู้ตนเอง หากใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย แต่หลายปีมานี้ลูกเสือไม่ถูกหยิบมาเป็นกิจกรรมสำคัญของโรงเรียน ส่วนใหญ่ทำแบบที่เคยทำๆมา เพราะฉะนั้น ถ้าเอาทักษะชีวิตเป็นตัวตั้ง ส่งเสริมจัดกิจกรรมให้เด็กรู้เท่าทันผ่านกระบวนการลูกเสือมาใช้สร้างทักษะชีวิตก็จะช่วยให้เด็กหลุดพ้นจากอันตรายที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ปัญหาเด็กติดมือถือ เด็กติดเกม ติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งล้วนแต่ส่งผลเสียต่อเด็ก

“ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศแรกในโลกที่รับรองหลักสูตรลูกเสือสร้างเสริมทักษะชีวิต ซึ่งอยากให้นำเสนอในระดับสากลว่ากิจกรรมลูกเสือสามารถพัฒนาเด็กเยาวชนได้ และขยายผลในวงกว้าง สำหรับประเทศไทยขอฝากว่าอย่าหยุดเรื่องลูกเสือทักษะชีวิตไว้เพียงเท่านี้ ขอให้ครูใช้เป็นรากฐานพัฒนาเด็ก โดยสามารถนำกระบวนการ Professional Learning Community : PLC ที่ครูต้องรวมตัวกันแลกเปลี่ยนความรู้ในการจัดการเรียนรู้ให้เด็ก มาใช้เป็นวิธีหนุนเสริมงานของครู กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและรู้ว่ามีวิธีการใหม่ๆที่จะช่วยพัฒนาการเรียนการสอน และทักษะชีวิตแก่เด็กได้ และควรจะขยายเครือข่ายเป็นกลุ่ม PLC ระหว่างโรงเรียนด้วย รวมถึงขอให้จัดกิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตให้มีความต่อเนื่อง โดยนำโจทย์ใหม่ๆมาเป็นตัวตั้ง อาศัยเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบันมาเป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างทักษะชีวิต เช่น กรณีเด็กเยาวชนนักฟุตบอลและโค้ช 13 คนทีมหมูป่าอคาเดมี่ ติดในถ้ำหลวงวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่นำมาสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ เป็นต้น ทั้งนี้ ควรนำเด็กและเยาวชนที่ผ่านลูกเสือทักษะชีวิต เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น จัดกิจกรรม ชมรมที่เขาขับเคลื่อนกันเอง ตรงนี้จะเป็นพลังสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนกันในกลุ่มเยาวชน เป็นความสำเร็จในทักษะที่เด็กไทยต้องมีตามบันได 4 ขั้นรวมถึงการมีคุณธรรมและจริยธรรมด้วย” นพ.ยงยุทธ กล่าว

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> “ลูกเสือทักษะชีวิต” ปรับปรุงหลักสูตรลูกเสือให้ทันสมัย แก้ไขปัญหาเด็กแข่งวิชาการจนไม่มีทักษะการใช้ชีวิต ตอบโจทย์ปฏิรูป การศึกษาไทย , , “ลูกเสือทักษะชีวิต” , ปรับปรุงหลักสูตรลูกเสือให้ทันสมัย , แก้ไขปัญหาเด็กแข่งวิชาการจนไม่มีทักษะการใช้ชีวิต , ตอบโจทย์ปฏิรูป , การศึกษาไทย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    ว13/2561 การนำวิธีการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ มาใช้สำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)☕ 22 ก.ย. 2561
    ว13/2561 การนำวิธีการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ มาใช้สำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2)
    เปิดอ่าน 3,156 ครั้ง
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”☕ 21 ก.ย. 2561
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”
    เปิดอ่าน 4,652 ครั้ง
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม☕ 20 ก.ย. 2561
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม
    เปิดอ่าน 11,229 ครั้ง
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว☕ 20 ก.ย. 2561
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว
    เปิดอ่าน 4,638 ครั้ง
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559☕ 20 ก.ย. 2561
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559
    เปิดอ่าน 5,561 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ปรับฮวงจุ้ย รับหน้าฝนปรับฮวงจุ้ย รับหน้าฝน
    เปิดอ่าน 5,312 ครั้ง
     คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย
    เปิดอ่าน 55,828 ครั้ง
    หลักในการออกแบบสวนหลักในการออกแบบสวน
    เปิดอ่าน 9,774 ครั้ง
    วิธีการปลอกเปลือกไข่ต้มที่สมบูรณ์แบบและรวดเร็วที่สุดวิธีการปลอกเปลือกไข่ต้มที่สมบูรณ์แบบและรวดเร็วที่สุด
    เปิดอ่าน 8,362 ครั้ง
    กินไข่ต้ม ช่วยให้หลับง่าย จริงหรือ?กินไข่ต้ม ช่วยให้หลับง่าย จริงหรือ?
    เปิดอ่าน 12,177 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม