ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > “กสศ.” เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 “พรบ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา”

“กสศ.” เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 “พรบ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา”

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 14 ก.ย. 2561 เปิดอ่าน : 5,073 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement
“กสศ.” เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 “พรบ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา”
เปิดระบบ “iSEE” ค้นหาและช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยง แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ทุกปีมีเด็กและเยาวชนไทยที่มีศักยภาพต้องสูญเสียโอกาสและออกจากระบบการศึกษาจากปัญหาความยากจน ขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ รวมถึงปัญหาการจัดการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับความถนัดของตนเองไปจำนวนไม่น้อยกว่า 6.7 แสนคนต่อปี คิดเป็นมูลค่าการเสียโอกาสทางเศรษฐกิจที่สูงถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี

โดย “สุรินทร์” ก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ “ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ( iSEE )” ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พัฒนาขึ้นมาเพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยง โดยได้ค้นพบข้อมูลว่า มีเด็กนักเรียนจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 44.09 ที่มีปัญหาความยากจน และยังเป็นจังหวัดที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของจังหวัดที่มีเด็กนักเรียนฐานะยากจนมากที่สุด

ดังนั้นในการ จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 ครั้งที่ 2 ณ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของกองทุนฯ ในการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน จึงได้มีการลงพื้นที่นำเสนอกรณีศึกษาของการนำระบบ iSEE ที่สามารถค้นหาและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและกลุ่มเสี่ยง พร้อมระบบติดตามช่วยเหลือเยาวชนที่ออกกลางคัน ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือฝึกทักษะอาชีพตามความถนัด

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ.ร่วมกับสพฐ. จัดทำข้อมูลสถานการณ์นักเรียนยากจนในภาคอีสาน โดยสำรวจจาก ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) พบว่า 10 จังหวัดที่มีนักเรียนยากจนมากที่สุดได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยละ 54.95 ศรีสะเกษ 52.64 มหาสารคาม 49.91 บุรีรัมย์ 49.75 ร้อยเอ็ด 49.72 มุกดาหาร 48.33 อุบลราชธานี 47.28 ยโสธร 45.68 สกลนคร 45.21 และจังหวัดสุรินทร์ร้อยละ 44.09

“กสศ. ยังร่วมกับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำ ระบบหลักประกันโอกาสทางสังคมเพื่อเด็กและเยาวชนดอยโอกาสนอกระบบการศึกษา (Thai Out Of School Children Information System) สำรวจสถานการณ์เด็กนอกระบบ ในพื้นที่นำร่อง 6 จังหวัดประกอบไปด้วย จังหวัดสุรินทร์ ชุมพร ตาก สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี และหนองคาย พบว่า มีจำนวนเด็กนอกระบบรวมกันทั้งสิ้น 120,899 คน โดยจังหวัดสุรินทร์มีเด็กและเยาวชนนอกระบบอายุ 12-21 ปี มากที่สุด จำนวน 33,099 คน ซึ่งจากการประมวลผลข้อมูลยังพบว่า 5 ปัญหาสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาคือ 1.ไม่อยากเรียน เบื่อเรียน 2.ไม่มีทุนการศึกษา 3.เรียนไม่ไหว เรียนไม่ทันเพื่อน 4.ครอบครัวยากจนส่ง 5.เคยถูกทารุณกรรม ในขณะที่ 5 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เด็กกลับไปเรียนต่อและไม่หลุดออกนอกระบบ ประกอบไปด้วย 1.ทุนการศึกษา 2.เงินช่วยเหลือ เงินสงเคราะห์ 3.ความเข้าใจ ใส่ใจของครู 4.ค่าเดินทาง 5.เลิกคบเพื่อนไม่ดี”

โดยกรณีศึกษาของจังหวัดสุรินทร์ ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ iSEE ได้ค้นพบเด็กนักเรียนในระบบ ด.ญ.เกษจรินทร์ ทิศรักษ์ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ของ โรงเรียนบ้านนาเกา อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ที่มีผลการเรียนดีมากแต่ครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อและแม่พิการไม่สามารถทำงานได้ ต้องอาศัยรายได้จากพี่สาวที่ทำงานเพียงและมีรายได้เพียง 300 บาทต่อวัน ซึ่งไม่ได้รับการดูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็อาจจะไม่ได้รับโอกาสที่จะศึกษาต่อถึงในระดับมัธยมศึกษาตามที่ต้องการได้

ด.ญ.เกษจรินทร์ ทิศรักษ์ เล่าว่า ทุกวันจะตื่นนอนประมาณตี 5 เพื่อเตรียมหุงข้าว ทำกับข้าวและจัดสำหรับอาหารให้พ่อกับแม่ให้เรียบร้อยก่อนแต่งตัวไปโรงเรียน โดยจะมีสตางค์ไปกินขนมที่โรงเรียนวันละ 20 บาท ส่วนใหญ่จะออมไว้กับคุณครู 10 บาทบ้าง 5 บาทบ้าง บางวันก็ซื้อน้ำทานแค่ 5 บาท ส่วนเคล็ดลับทำให้เรียนดี มีเกรดเฉลี่ยถึง 3.5 คือตั้งใจฟังคุณครูสอนในชั้นเรียน หากไม่เข้าใจจะยกมือสอบถามครูทันที

“หนูชอบอ่านหนังสือ เวลากลับมาจากโรงเรียนแล้วจะมาอ่านทบทวน ตอนนี้หนูอยากจะเป็นหมอเพื่อที่จะได้มาดูแลพ่อแม่ที่ป่วยและช่วยเหลือคนอื่นๆ”
ส่วนการค้นพบเด็กนอกระบบ ด.ญ.จรรยา คงศรี อายุ 15 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชนวัดกำแพง ที่ออกจากการศึกษากลางคันมานานหลายปี เพราะมีฐานะยากจนและอยู่ห่างไกลสถานศึกษา โดยพบว่าครอบครัวนี้มีลูกสาว 3 คน ไม่ได้เรียนหนังสือจนจบ ป.6 เลยสักคน เพราะไม่มีเงินเหลือจาการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันพอที่จะส่งลูกไปเรียนหนังสือ โดยปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าได้ไปสอบถามความต้องการเพื่อให้ครอบครัวนี้ได้รับการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด ซึ่งน้องจรรยาได้ตัดสินใจกลับเข้าเรียน กศน. เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันและเพื่อให้มีเวลาในการช่วยครอบครัวหารายได้

นายแพทย์สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ทั้ง 2 กรณีศึกษาเป็นตัวอย่างหนึ่งในเด็กไทยจำนวนกว่า 4.3 ล้านคนที่ต้องการความช่วยเหลือและการสนับสนุนเพื่อให้ได้เข้าถึงการศึกษาที่สอดคล้องกับความจำเป็นในรายบุคคล เพื่อให้มีโอกาสที่จะสำเร็จการศึกษาและพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ซึ่งกองทุนฯ มีนโยบายที่สำคัญ 3 ข้อคือ 1.พยายามกำจัดอุปสรรค์ที่ทำให้เด็กไม่ได้เข้ามาเรียน ซึ่งจากการลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์พบว่า นอกจากปัญหาความยากจนแล้วก็ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่เข้ามาซ้ำเติมปัญหาความยากจนมากให้ยิ่งขึ้น 2.การมาโรงเรียนจะต้องทำให้เด็กนักเรียนเกิดการเรียนรู้ ด้วยการปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เป็นสถานที่ๆ เด็กอยากมาเรียนแล้วก็สามารถเรียนได้ดี ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับบทบาทของครู และบุคลากรด้านการศึกษาในการที่จะทำให้สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยแก่การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน และ 3.คือเด็กที่ยากจนแต่มีศักยภาพสูงก็ควรจะได้รับทุนสนับสนุนในการที่จะได้เรียนสูงขึ้นไปตามศักยภาพ

“ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำฝังรากลึกในประเทศไทยหลายทศวรรษ ปัจจุบันไทยก็เป็นอันดับ 3 ของโลกที่มีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูงรองจากรัสเซียและอินเดีย การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ใช่ว่าแค่ตั้งกองทุนขึ้นมาแล้วปัญหาจะหมดไปทั้งหมด กสศ. ทำได้เพียงเป็นเจ้าภาพในการชวนคนในสังคมมาร่วมกันทำงาน เพราะการแก้ปัญหาด้านการศึกษาเพียงมิติเดียวไม่ตอบโจทย์ปัญหาในชีวิตจริงของเด็กทั้งหมด มีทั้งเรื่องของความยากจน ปัญหาสุขภาพ ความปลอดภัยฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาร่วมกันได้ ซึ่ง กสศ. จะพัฒนาฐานข้อมูลของเด็กแต่ละคนอย่างละเอียดและแบ่งปันข้อมูลให้กับส่วนงานราชการต่างๆ ในการที่จะเข้าไปทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาในจุดเดียวกันเพื่อร่วมกันสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นในสังคมไทยตามพันธกิจของกองทุนฯ” ผู้จัดการ กสศ.กล่าวสรุป.

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> “กสศ.” เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 “พรบ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” , , “กสศ.” , เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ , 2 , “พรบ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”☕ 21 ก.ย. 2561
    “สพฐ.”ประกาศผลตัดสินหนังสั้น “เพิ่มเวลารู้แบบ Active Learning”
    เปิดอ่าน 4,357 ครั้ง
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม☕ 20 ก.ย. 2561
    การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบเงินอุดหนุน รายการค่าหนังสือเรียน ภาคเรียนที่ 1/2561 เพิ่มเติม
    เปิดอ่าน 10,866 ครั้ง
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว☕ 20 ก.ย. 2561
    ส่งงบฯหนังสือเรียนปี 61 ถึงสถานศึกษาแล้ว
    เปิดอ่าน 4,393 ครั้ง
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559☕ 20 ก.ย. 2561
    การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลน รุ่นที่ 4 ประจำปี 2559
    เปิดอ่าน 5,361 ครั้ง
    สอบครูผู้ช่วย 61 คนสอบได้ไม่ถึงครึ่ง☕ 19 ก.ย. 2561
    สอบครูผู้ช่วย 61 คนสอบได้ไม่ถึงครึ่ง
    เปิดอ่าน 18,700 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    "พิกุล" สรรพคุณดีกว่าที่คิด"พิกุล" สรรพคุณดีกว่าที่คิด
    เปิดอ่าน 6,500 ครั้ง
    กลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจกลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจ
    เปิดอ่าน 6,399 ครั้ง
    "ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี"ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี
    เปิดอ่าน 10,992 ครั้ง
    ธุรกิจเทคโนโลยีกับการคืนกำไรสู่สังคมธุรกิจเทคโนโลยีกับการคืนกำไรสู่สังคม
    เปิดอ่าน 24,371 ครั้ง
    ทำไมหน้าธนาคารถึงต้องมีครุฑทำไมหน้าธนาคารถึงต้องมีครุฑ
    เปิดอ่าน 10,467 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม