ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ชี้ พัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย
ชี้ พัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย
✎ โพสต์เมื่อวันที่ : 13 ม.ค. 2562 เปิดอ่าน : 7,190 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน

ชี้ พัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย

Advertisement

“หมอธี”เผยเด็กไทย 50% กำพร้าเทียม ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เข้าโรงเรียนไร้คุณภาพ ชี้ พัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย

วันนี้ (10 ม.ค.)นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “การศึกษาปฐมวัยเพื่อสังคมที่เสมอภาคและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล” ในงานมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค) เปิดตัวคณะการศึกษาปฐมวัย และโรงเรียนสาธิตปฐมวัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมี นายกลินท์ สารสิน นายกสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ,รศ.ดร. เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และรศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ประธานโครงการไรซ์ไทยแลนด์ ร่วมแถลงข่าว ว่าปัจจุบันเด็กไทย ประมาณ 50 % เป็นเด็กกำพร้าเทียม คือไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ซึ่งตัวเลขทั้งโลกชัดเจนอยู่แล้วว่าเด็กอยู่กับพ่อเดี่ยวแม่เดี่ยว ประมาณ 70 % เพราะปัญหาครอบครัวหย่าร้าง แต่นั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้ามีคุณภาพ แต่สำหรับประเทศไทยเด็กกำพร้าเทียม ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มีปัญหา และเมื่อไปอยู่ในสถานศึกษาก็เหมือนถูกซ้ำเดิมเข้าไปอีกเพราะโรงเรียนไม่มีคุณภาพ ดังนั้น รู้สึกดีใจที่ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดคณะการศึกษาปฐมวัยและโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพราะตั้งแต่เป็นรมว.ศธ.มีหน้าที่ 2-3 อย่าง คือ ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา ซึ่งในฐานะที่อยู่ภาครัฐ ต้องเป็นการศึกษาเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประเทศ แต่การศึกษาที่ดีต้องเป็นการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า นโยบายด้านการศึกษาไม่ใช่ออกโดยไม่รู้ว่าอะไรดี ไม่ดี หรือทำเพียงการเพิ่มดีกรีให้แก่ครู เพิ่มเงินเดือนครู เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ครูสอนดีขึ้น และการพัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย ที่ผ่านมามีนโยบายด้านการศึกษาที่มีทั้งผลบวก และผลลบ โดยผลบวกคือการจัดการศึกษาเด็กปฐมวัยมีหลายแนวคิด เป็นการจัดการศึกษาที่ดีต่อเด็กแต่ผลที่ได้มากน้อยต่างกัน แต่ก็ต้องลงทุนสำหรับเด็กเล็กอย่างจริงจัง เพราะสมองเด็กกำลังสร้าง ซึ่งถ้าช้ากว่านี้จะสายไปเสียแล้ว ส่วนผลลบเป็นเรื่องการย้ายของครูและนักเรียน เมื่อวาน(9 ม.ค.) ตนเองให้สัมภาษณ์ ไม่ได้คิดอะไร พูดเฉยๆ และนักข่าวเอาไปลง คือ อยากให้ขยายเวลาเกษียณครูไปเดือนมี.ค. เพราะอยากให้ครูอยู่กับเด็กจนจบภาคเรียน” นายธีระเกียรติ กล่าว

“การศึกษาปฐมวัยต้องเป็นการเพิ่มทักษะการเรียนรู้แก่เด็ก ซึ่งขณะนี้ที่มีการส่งเสริมทักษะให้แก่เด็กมหาวิทยาลัย เด็กอาชีวะแต่ไม่ค่อยเห็นการพัฒนาเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเกิดจากตอนเด็กเล็กไม่ได้มีการปลูกฝังทักษะเหล่านี้ หลักสูตรไฮสโคป เป็นหลักสูตรเน้นการปฏิบัติ การฝึกฝน ฝึกทักษะที่จำเป็นแก่เด็กซึ่ง รศ.ดร.วีรชาติ ได้มีการนำหลักสูตรดังกล่าวมาทดลองใช้ในกลุ่มโรงเรียนสังกัดต่างๆ ซึ่งในส่วนของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ไม่ได้การตอบรับเท่าที่ควร เพราะติดปัญหาหลายอย่าง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีแต่เรื่อง กระทรวงผมยุบได้น่าจะดีที่สุด ผมไม่เสียดายตำแหน่ง” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่าการศึกษาปฐมวัย ต้องคิด 4 เรื่องใหญ่ๆ คือ

1.การเข้าถึงการศึกษา ซึ่งโชคดีไม่มีปัญหาในเรื่องนี้
2.เรื่องคุณภาพ ซึ่งมีปัญหาเรื่องคุณภาพที่ไม่เท่าเทียมกัน
3.ความไม่เสมอภาพ และ
4.การลงทุนที่ต้องได้รับผลตอบแทน

ปีนี้ศธ.ได้ใช้งบด้านการศึกษาลดลงไป 2.7% เหลือ 4.7 แสนล้านบาท และมีการลงทุนเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย หรือเด็กอนุบาลอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง โดยขณะนี้ 50 % เด็กปฐมวัยอยู่ในศูนย์เด็กเล็กและมาศึกษาต่อในโรงเรียนของรัฐ 25% เรียนต่อโรงเรียนอนุบาลเอกชน 25% และมีประมาณ 10% ไม่รู้ว่าเด็กไปอยู่ที่ไหน ไม่ได้อยู่ในระบบโรงเรียน อย่างไรก็ตาม การศึกษา ถ้าเป็น 4.0 ต้องOpen up ซึ่งการเป็น Open up ในยุคนี้ ไม่ง่าย เพราะขณะเป็นรมว.ศธ.มีหลายเรื่องที่อยากทำแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีคนเวลาอยู่กระทรวง การที่ ม.หอการค้าไทย เปิดคณะศึกษาปฐมวัย ซึ่งไม่ใช่สาขาเล็กๆ อยู่ในคณะศึกษาศาสตร์ และเปิดโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถือเป็นความกล้าหาญ และเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนในระยะยาวและเป็นการช่วยพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศไทยได้

ด้านรศ.ดร.วีระชาติ กล่าวว่าโรงเรียนสาธิตปฐมวัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ไม่ใช่ Direct Instruction แต่คือ Direct Experiences ที่จะไม่เน้นสอนแบบท่องจำ แต่จะเน้นส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านการ “ลงมือทำอย่างมีชีวิตชีวา” (active participatory) เปิดโอกาสให้เด็กเกิดกระบวนการ “ตัดสินใจ” (child initiative) ต่อยอดการคิดวิเคราะห์ พัฒนาทักษะรอบด้าน ภายใต้การสนับสนุนของคุณครูทุกคน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ (STEAM) ผ่านกิจกรรมที่เด็กปฐมวัยได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

รศ.ดร. เสาวณีย์ กล่าวว่า โรงเรียนสาธิตปฐมวัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบไฮสโคปทุกห้อง ตั้งแต่เตรียมอนุบาลไปจนถึงอนุบาล 3 โดยรับนักเรียนชั้นละไม่เกิน 25 คน ตั้งแต่ปีแรกเพื่อสร้างมาตรฐานให้เด็กไม่ล้นห้องและทำให้เราสามารถดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง โดยสุดท้ายแล้วเด็กตลอด 4 ชั้นปีจะมีจำนวน 100 คนซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่เราต้องการและเหมาะสม เพราะจะได้จำนวนนักเรียนในแต่ละชั้นปีที่เหมาะสมกับจำนวนครูที่คอยดูแล เราจะไม่ใช้ระบบครูพี่เลี้ยงเข้ามาช่วย แต่เราจะใช้ครูปฐมวัยจริงๆ เข้ามาดูแลทุกห้อง ครูทุกคนจะได้รับการอบรมในสถานที่จริงอย่างเข้มข้นก่อนจะเริ่มสอนจริง จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้แบบไฮสโคปเท่าเทียมกัน ซึ่งจะทำให้ห้องเรียนมีความพร้อมและสามารถพัฒนาเด็กทุกคนได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้เด็กเหล่านี้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ชี้ พัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย ชี้พัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ประกาศผลสอบท้องถิ่น 2564 ภาค ก และ ภาค ข และรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)

ประกาศผลสอบท้องถิ่น 2564 ภาค ก และ ภาค ข และรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)
เปิดอ่าน 2,905 ครั้ง
ว 1/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ว 1/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 1,623 ครั้ง
ประกาศผลการคัดเลือกนวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของนักเรียน ประจำปี 2564

ประกาศผลการคัดเลือกนวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของนักเรียน ประจำปี 2564
เปิดอ่าน 1,326 ครั้ง
สพฐ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

สพฐ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 3,204 ครั้ง
ว 2/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ อาจารย์,ผศ.,รศ.,ศ. เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.

ว 2/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ อาจารย์,ผศ.,รศ.,ศ. เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.
เปิดอ่าน 926 ครั้ง
จุดเน้นของ สพฐ. 9 จุดเน้น ที่จะใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ พ.ศ.2566

จุดเน้นของ สพฐ. 9 จุดเน้น ที่จะใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ พ.ศ.2566
เปิดอ่าน 1,586 ครั้ง
ขรก.เฮ! ครม.ไฟเขียวลาคลอดเต็มพิกัด 188 วัน ขรก.ชายลาเลี้ยงลูก 15 วันสอดคล้องอนามัยโลก

ขรก.เฮ! ครม.ไฟเขียวลาคลอดเต็มพิกัด 188 วัน ขรก.ชายลาเลี้ยงลูก 15 วันสอดคล้องอนามัยโลก
เปิดอ่าน 3,304 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เปิดอ่าน 926 ☕ 12 ม.ค. 2565
ว 2/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ อาจารย์,ผศ.,รศ.,ศ. เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.
ว 2/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ อาจารย์,ผศ.,รศ.,ศ. เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เปิดอ่าน 654 ☕ 16 ม.ค. 2565
"รัชชัยย์" ขอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาลดโทษงดโทษ ผู้ถูกกล่าวหาคดีฟุตซอล
"รัชชัยย์" ขอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาลดโทษงดโทษ ผู้ถูกกล่าวหาคดีฟุตซอล

เปิดอ่าน 768 ☕ 15 ม.ค. 2565
ศบค.ชุดเล็กเห็นชอบจัดฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ปี "ตรีนุช" เตรียมแผนเผชิญเหตุเปิดเรียน On-site
ศบค.ชุดเล็กเห็นชอบจัดฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ปี "ตรีนุช" เตรียมแผนเผชิญเหตุเปิดเรียน On-site

เปิดอ่าน 1,452 ☕ 14 ม.ค. 2565
สมศ. เปิดรับสมัครผู้ประเมินภายนอก ประจำปี 65
สมศ. เปิดรับสมัครผู้ประเมินภายนอก ประจำปี 65

เปิดอ่าน 555 ☕ 14 ม.ค. 2565
กรรมการปฏิรูปฯ การศึกษา ชี้โจทย์ปี 65 เร่งเพิ่มทักษะ "ครูอาชีวะ"
กรรมการปฏิรูปฯ การศึกษา ชี้โจทย์ปี 65 เร่งเพิ่มทักษะ "ครูอาชีวะ"

เปิดอ่าน 1,876 ☕ 13 ม.ค. 2565
สพฐ.ตั้งงบฯปี 66 รวม 2.8 แสนล้าน พัฒนาจุดเน้นตาม 12 นโยบาย 7 วาระเร่งด่วน
สพฐ.ตั้งงบฯปี 66 รวม 2.8 แสนล้าน พัฒนาจุดเน้นตาม 12 นโยบาย 7 วาระเร่งด่วน

เปิดอ่าน 530 ☕ 13 ม.ค. 2565
กยศ.หั่นดอกเบี้ยกู้-ลดเงินต้น กระตุ้นเด็กเรียน "อาชีวะ-ปริญญาตรี"
กยศ.หั่นดอกเบี้ยกู้-ลดเงินต้น กระตุ้นเด็กเรียน "อาชีวะ-ปริญญาตรี"

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,311 ครั้ง
ไขมันพืช (น้ำมันปาล์ม) สาเหตุหนึ่งของอาการป่วยทางสมอง
ไขมันพืช (น้ำมันปาล์ม) สาเหตุหนึ่งของอาการป่วยทางสมอง

เปิดอ่าน 14,906 ครั้ง
กินอาหารจากไมโครเวฟบ่อย ๆ อันตรายไหมนะ?
กินอาหารจากไมโครเวฟบ่อย ๆ อันตรายไหมนะ?

เปิดอ่าน 13,676 ครั้ง
10 โรคเรื้อรังของคนวัย 40 อัพ
10 โรคเรื้อรังของคนวัย 40 อัพ

เปิดอ่าน 25,299 ครั้ง
การศึกษาไทยอาการหนัก คุณหมอต้องส่งเข้าห้อง ICU
การศึกษาไทยอาการหนัก คุณหมอต้องส่งเข้าห้อง ICU

เปิดอ่าน 26,545 ครั้ง
ทำไม สัญลักษณ์โอลิมปิก ต้องเป็นรูปวงกลม 5 ห่วง
ทำไม สัญลักษณ์โอลิมปิก ต้องเป็นรูปวงกลม 5 ห่วง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ