ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "นายกฯ"ชู แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ชวนนร.ยากจนแต่เรียนดี สมัครทุน กสศ.

"นายกฯ"ชู แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ชวนนร.ยากจนแต่เรียนดี สมัครทุน กสศ.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 18 ก.พ. 2562 เปิดอ่าน : 3,590 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
"นายกฯ"ชู แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ชวนนร.ยากจนแต่เรียนดี สมัครทุน กสศ.

Advertisement

"ประยุทธ์"ชู แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ด้วยแนวทางเสมอภาค กสศ.ชวนนักเรียน ม.3,ม.6,ปวช.3 ยากจนแต่เรียนดี มีความสามารถ สมัครทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ.รุ่นแรกปี 62 รับ 2.5 พันคน ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจในอนาคต

วันที่ 15 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวผ่านรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ถึงเรื่องการศึกษา ตอนหนึ่งว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้แก้ปัญหาที่หมักหมมมานานนับสิบๆ ปี พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนา เพื่อวันข้างหน้า ผ่านโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทรัพยากรของชาติ โดยเฉพาะในส่วนที่น้อยคนนักจะมองเห็น หรือให้ความสนใจ ได้แก่ กองทุนส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาในการที่จะดูแลทรัพยากรมนุษย์ของเรา เป็นการขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ท่านรู้หรือไม่ว่าในแต่ละปี มีเด็กไทยมากกว่า 670,000 คน หลุดออกจากระบบการศึกษา เพียงเพราะความยากจน

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า เด็กเยาวชนยากจนที่สุดของประเทศมีโอกาสเรียนต่อระดับอุดมศึกษาเพียง 5% เพราะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ครัวเรือน นักเรียนอายุ 15 ปีในชนบทมีความรู้ความสามารถล้าหลังกว่านักเรียนในเมืองใหญ่เกือบ 2 ปีการศึกษา โดย กสศ. ได้เล็งเห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ ต้องแก้ไขด้วยแนวทางเสมอภาค เพราะเด็ก เยาวชนแต่ละคนมีความจำเป็นและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาไม่เท่ากัน ความเท่าเทียมในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาจึงไม่อาจเพียงพอ แต่ต้องอยู่บนหลักการของความเสมอภาค ที่คำนึงถึงข้อมูล ความจำเป็นและปัญหาของผู้เรียนแต่ละคนโดยเฉพาะบริบทของพื้นที่ซึ่งแตกต่างกัน กสศ. จึงเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ความรู้เป็นตัวนำ มีสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ผลิตองค์ความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศโดยร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยระดับนานาชาติ พัฒนาต้นแบบหรือนวัตกรรมปฏิรูปที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขยายผล และเสนอแนะมาตรการเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย พร้อมกับระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา เกี่ยวกับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่ กสศ. สามารถหักลดหย่อนได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคสำหรับบุคคลธรรมดา ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักเป็นรายจ่ายได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

นพ.สุภกร กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานที่สำคัญเป็นรูปธรรม คือการทำงานร่วมกันระหว่าง กสศ. กับ สพฐ. ในการดำเนินการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ และจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไขในปีการศึกษา 2561 จำนวน 1,600 บาทต่อคนให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษจำนวนทั้งสิ้น 517,004 คน ใน 26,557 สถานศึกษาสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ และมีแผนจะขยายผลไปสู่สถานศึกษาสังกัด อปท. และ ตชด. อีกราว 2,200 แห่งทั่วประเทศต่อไปในปีการศึกษา 2562 เรื่องนี้ถือเป็นปฏิรูปกระบวนการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแก่นักเรียนยากจนที่สุดในระบบการศึกษา ทำให้ สพฐ. เป็นหน่วยผู้จัดการศึกษาแรกในประเทศไทย ที่สามารถจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนตามอุปสงค์ (Demand-side Financing) ตรงตามความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคล

ผจก.กสศ. กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากนี้ข้อค้นพบจากผลการสอบ PISA (Program for International Student Assessment) พบว่าประเทศไทยมีเด็กกลุ่มช้างเผือก หรือ Resilient Student หรือนักเรียนที่มีระดับเศรษฐฐานะต่ำสุด 25% ของประเทศ แต่สามารถทำคะแนนสอบได้เป็นกลุ่มสูงที่สุด 25% ของโลก เป็นเด็กที่สามารถเอาชนะอุปสรรคในชีวิตได้จำนวนราว 3.33% แต่หากขจัดอุปสรรคด้านทุนการศึกษา จำนวนนักเรียนช้างเผือกของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 18% กสศ. จึงได้มีโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สนับสนุนให้เยาวชนชั้น ม.3/ม.6/ปวช.3 ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้อยโอกาส แต่มีศักยภาพ ปีละประมาณ 2,500 คนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ได้รับโอกาสศึกษาต่อสายอาชีพ ในสาขาเป้าหมายของประเทศ สาขาขาดแคลน สาขา STEM และเทคโนโลยี ดิจิทัล ซึ่งทุกสถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการจะพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกับสถานประกอบการโดยตรง ทั้งในและต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วมีโอกาสได้งานทำทันที เพราะเป็นสาขาที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจในอนาคต ที่สำคัญคือ ตรงกับความฝันและความสนใจของผู้เรียนอีกด้วย

"ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนนอกจากจะสร้างกำลังคนรุ่นใหม่สายอาชีพราวรุ่นละ 2,500 คนแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสสู่การศึกษาระดับสูงแก่นักเรียนที่มีศักยภาพ แต่มีอุปสรรคทางรายได้ของครอบครัว โครงการยังมุ่งปฏิรูปการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาสายอาชีพให้สามารถผลิตกำลังคนที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคธุรกิจ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งผลตอบแทนของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูงถือว่ามีความคุ้มทุนอย่างมาก จากนักเรียนผู้รับทุน 2,500 ทุนในปีแรก จากข้อสมมุติฐานว่าผู้รับทุนทุกคนได้ทำงานหลังจบการศึกษาจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี จะคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV ) ประมาณ 10,000 ล้านบาท" นพ.สุภกร กล่าว

ทั้งนี้ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงได้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.-18 มี.ค. 62 โดยเยาวชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รายชื่อสถาบันสายอาชีพที่ร่วมโครงการและสาขาที่เปิดรับ ได้ที่เว็บไซต์ www.eef.or.th 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐ วันที่ 15 ก.พ. 2562

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "นายกฯ"ชู แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ชวนนร.ยากจนแต่เรียนดี สมัครทุน กสศ. , , , นายกฯ , ชู , แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา , ชวนนร.ยากจนแต่เรียนดี , สมัครทุน , กสศ. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สมศ.ชวนอบรมแนวทางการประเมินช่วง COVID-19 ผ่านออนไลน์ครั้งที่ 2☕ 11 พ.ค. 2564
สมศ.ชวนอบรมแนวทางการประเมินช่วง COVID-19 ผ่านออนไลน์ครั้งที่ 2
เปิดอ่าน 177 ครั้ง
ศธ. เร่งสำรวจ รายชื่อครูรายจังหวัด นำเข้าระบบฉีดวัคซีนโควิด☕ 11 พ.ค. 2564
ศธ. เร่งสำรวจ รายชื่อครูรายจังหวัด นำเข้าระบบฉีดวัคซีนโควิด
เปิดอ่าน 1,376 ครั้ง
ศธ.ผุดเว็บไซต์"ครูพร้อม"รับมือก่อนเปิดเทอม☕ 11 พ.ค. 2564
ศธ.ผุดเว็บไซต์"ครูพร้อม"รับมือก่อนเปิดเทอม
เปิดอ่าน 4,170 ครั้ง
ศธ.ส่งชื่อครูกว่า 6 แสนคนฉีดวัคซีนก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.☕ 11 พ.ค. 2564
ศธ.ส่งชื่อครูกว่า 6 แสนคนฉีดวัคซีนก่อนเปิดเรียน 1 มิ.ย.
เปิดอ่าน 3,512 ครั้ง
นักวิชาการโพสต์ข้อเสนอ 3 ข้อ สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม 11 วัน☕ 10 พ.ค. 2564
นักวิชาการโพสต์ข้อเสนอ 3 ข้อ สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม 11 วัน
เปิดอ่าน 3,122 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รายนามศิลปินแห่งชาติ 2559 จำนวน 12 ท่านรายนามศิลปินแห่งชาติ 2559 จำนวน 12 ท่าน
เปิดอ่าน 17,415 ครั้ง
สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557
เปิดอ่าน 11,002 ครั้ง
พระพรหม (พระธาดา) พระพรหม (พระธาดา)
เปิดอ่าน 12,641 ครั้ง
ซินโครตรอนพบ! สารสกัดโปรตีนจากดักแด้ไหม ยับยั้งมะเร็งเต้านมได้ซินโครตรอนพบ! สารสกัดโปรตีนจากดักแด้ไหม ยับยั้งมะเร็งเต้านมได้
เปิดอ่าน 7,627 ครั้ง
สุนัขบ้ากัดสุนัขบ้ากัด
เปิดอ่าน 18,232 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ