ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง

เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 18 พ.ค. 2562 เปิดอ่าน : 6,008 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง

Advertisement

พม.เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด - 6 ปี 600 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. - 31 ก.ค.นี้ หลังขยายฐานรายได้เป็นไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี คาดจะมีเด็กเข้าระบบถึง 1.5 ล้านคน จากเดิมที่มีอยู่ 6 แสนคน ชี้เด็กที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว จะรับต่อไป ส่วนคนที่เข้าเกณฑ์ใหม่ให้ลงทะเทียนที่้ท้องถิ่น และเด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ต.ค. 61 - 30 ก.ย. 62 ให้มาลงทะเบียนด้วย

วันนี้ (8 พ.ค.) นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนายปิติภณ โพธิ์ใต้ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันแถลงข่าว "โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด" ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 ให้สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 - 6 ปี จากฐานรายได้เดิม 36,000 บาท ขยายเป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจะเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 พ.ค. 2562 เป็นต้นไป

นายปรเมธี กล่าวว่า การสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 - 6 ปี จำนวน 600 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งขยายฐานรายได้เป็นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 มีเด็กได้รับสิทธิแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

1. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 - 30 ก.ย. 2561 ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิรายเดิมจะได้รับเงินต่อเนื่องจนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

2. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 - 30 ก.ย. 2561 ที่มีคุณสมบัติครบ แต่ไม่เคยได้รับสิทธิมาก่อนให้ไปลงทะเบียนที่ท้องถิ่น และ

3. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 - 30 ก.ย. 2562

กรณีมาลงทะเบียนในปีงบประมาณ 2562 จะได้รับสิทธินับจากวันที่เด็กเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ แต่หากลงทะเบียนหลังจากวันที่ 30 ก.ย.2562 ไปแล้ว จะได้รับเงินนับจากวันที่ลงทะเบียนเป็นต้นไป จนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

นายปรเมธี กล่าวว่า ดย.ได้ปรับปรุงระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ให้สอดรับกับมติ ครม. พร้อมพัฒนาระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้รองรับกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 ซึ่งปัจจุบันมีผู้มีสิทธิจำนวน 600,000 คน และคาดว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2562 จะมีเด็กได้รับสิทธิประมาณ 1,500,000 คน รวมทั้งพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำเข้าข้อมูลแบบสมบูรณ์ เพื่อให้ อปท.สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุน การตรวจสอบสถานะของผู้มีสิทธิของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ในฐานะเจ้าของข้อมูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าของกลุ่มเป้าหมาย และพัฒนาให้ผู้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิสามารถตรวจสอบสิทธิได้ด้วยตนเอง

“พม. จะเปิดให้ผู้มีสิทธิได้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. - 31 ก.ค. 2562 โดยผู้มีสิทธิที่อาศัยอยู่ใน กทม. สามารถลงทะเบียนยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานเขต และผู้ที่อาศัยอยู่ในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำร้องได้ที่ อปท.ที่เด็กอาศัยอยู่ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โทร. 0-2255-5850-7 ต่อ 121,122,123 ,147 และ 0-2651-6534 โทรสาร 0-2253-9119 หรือติดตามที่ Facebook โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” นายปรเมธี กล่าว

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า การพัฒนาเด็กให้เป็นคนดี เก่งและเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศไทย จะต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ช่วงปฏิสนธิในครรภ์จนอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาสูงสุดและยังเป็นรากฐานของการมีคุณภาพของคนๆ หนึ่งอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จึงเป็นโครงการที่ตอบสนองต่อการสร้างต้นทุนชีวิตให้กับเด็กที่มั่นคง ที่ผ่านมา สธ.ได้ดำเนินงานด้านการดูแลและปกป้องสุขภาพมารดา และเด็กปฐมวัย โดยสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและวางแนวทางดำเนินงานตามโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต เริ่มตั้งแต่แม่ก่อนการตั้งครรภ์ แม่จะได้รับวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก ก่อนการตั้งครรภ์ 3 เดือนฟรี เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของลูก

"เมื่อตั้งครรภ์จะได้รับการตรวจครรภ์ทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ ได้รับวิตามินเสริมธาตุเหล็ก ไอโอดีน โฟลิกฟรี จนถึง 6 เดือนหลังคลอด เมื่อทารกคลอดได้กินนมแม่ในห้องคลอด และสนับสนุนให้กินนมแม่ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน ควบคู่อาหารตามวัยเด็กได้รับวัคซีนสร้างภูมิต้านทานโรค การประเมินภาวะโภชนาการและการเลือกเมนูอาหารตามวัยของลูกในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก การตรวจพัฒนาการตามวัย การตรวจสุขภาพและการรักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วย" พญ.พรรณพิมล กล่าว

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า สธ.ได้ส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ การเจริญเติบโตและการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในสถานบริการสาธารณสุข โดยมารดาช่วงตั้งครรภ์จะได้รับสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและลูกควบคู่กับการได้รับความรู้ ฝึกทักษะการเลี้ยงดูลูกตามกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่ โดยให้ความรู้แก่แม่หรือผู้เลี้ยงดูให้ดูแลสุขภาพ โภชนาการ ดูแลสุขภาพช่องปากและส่งเสริมพัฒนาการตามกระบวนการ กิน กอด เล่นเล่า นอน เฝ้าดูฟัน และพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กจะได้รับความรู้ตรงจากโปรแกรม ๙ ย่างเพื่อสร้างลูก เมื่อเด็กอายุ 3-5 ปี เป็นช่วงสมองส่วนบริหารพัฒนาสูงสุด ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะอยู่ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและโรงเรียนระดับชั้นอนุบาล กรมอนามัย จึงได้ผลิตคู่มือการเรียนการสอน ด้านสุขภาพตาม “คำสอนพ่อ” เพื่อให้คุณครูใช้เป็นคู่มือการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ STEM EDUCATION โดยบูรณาการเนื้อหา สุขภาพ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองแบบ Project approach ด้วยการลงมือทำปฏิบัติจริง นำความรู้ สู่ความคิดสร้างสรรค์ คิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสารและสร้างนวัตกรรม อีกทั้งผลิตคู่มือต้นแบบ “เลี้ยงลูกตามคำสอนของพ่อ” คุณธรรม 8 ประการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ครอบครัวได้ใช้ในการอบรม บ่มเพาะลูก

 

“นอกจากนี้ กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ปกป้องให้เด็กรับนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนและกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนลูกอายุ 2 ปี และมีการติดตามเด็กในโครงการฯ โดยใช้ โครงการฯ โดยใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อตรวจสอบการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ ดังนี้ 1) มารดาช่วงตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ตามนัดหรือไม่ 2) มีการบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูงและจุดกราฟโภชนาการและประเมินพัฒนาการลูกหรือไม่ 3) มีการพาลูกไปตรวจสุขภาพ ตรวจพัฒนาการ ฉีดวัคซินตามนัดหรือไม่ และ 4) ได้ใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กอ่านและบันทึก การดูแลสุขภาพของแม่และลูกตามแนวทางการเลี้ยงดูเด็กตามวัยอย่างเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่องและเติบโตเป็นเด็กไทยที่ดี เก่ง และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 พ.ค. 2562

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เปิดรับลงทะเบียนเงินอุดหนุน "เด็กแรกเกิด" 31 พ.ค. คนเข้าเกณฑ์ใหม่ - เกิด 1 ต.ค. 61 รีบมาแจ้ง , ทารก , อาหารเด็กแรกเกิด , วิตามินเสริม , ตั้งครรภ์ , พัฒนาการเด็ก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี☕ 22 ต.ค. 2563
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี
เปิดอ่าน 5,434 ครั้ง
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3☕ 22 ต.ค. 2563
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3
เปิดอ่าน 475 ครั้ง
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล  ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล☕ 22 ต.ค. 2563
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล
เปิดอ่าน 2,790 ครั้ง
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา☕ 22 ต.ค. 2563
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา
เปิดอ่าน 8,230 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้☕ 21 ต.ค. 2563
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้
เปิดอ่าน 16,984 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฎุมิปัญญาชาวบ้าน ฎุมิปัญญาชาวบ้าน
เปิดอ่าน 14,553 ครั้ง
ADSL คืออะไร?ADSL คืออะไร?
เปิดอ่าน 60,976 ครั้ง
น้ำเพื่อสุขภาพ น้ำเพื่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 7,909 ครั้ง
10 งานด่วนภายใน 6 เดือนที่ "รมต.ศธ." ควรทำ10 งานด่วนภายใน 6 เดือนที่ "รมต.ศธ." ควรทำ
เปิดอ่าน 16,049 ครั้ง
ภาษาจีนน่ารู้ภาษาจีนน่ารู้
เปิดอ่าน 30,301 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ