ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ส.บ.ม.ท.ออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบหรือยกเลิกเขตพื้นที่การศึกษา

ส.บ.ม.ท.ออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบหรือยกเลิกเขตพื้นที่การศึกษา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ต.ค. 2562 เปิดอ่าน : 39,015 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ส.บ.ม.ท.ออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบหรือยกเลิกเขตพื้นที่การศึกษา

Advertisement

แถลงการณ์ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
เรื่อง คัดค้านการยุบหรือยกเลิกเขตพื้นท่ีการศึกษา

ตามที่นาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเจตนาเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุเป้าหมาย มีโครงสร้างขององค์กรที่เอื้อต่อการบริหารจัดการและการศึกษา นอกจากนั้นนาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ยังได้มีแนวคิดในเรื่องของการให้สภาหอการค้าจังหวัดเข้ามาเป็นคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) โดยอ้างว่าเพื่อให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับสถานศึกษามากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้ทราบความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น นั้น สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) พิจารณาแล้ว ขอแถลงการณ์ว่าโรงเรียนและครูเป็นหน่วยงานและเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของการจัดการศึกษาให้นักเรียนและย่อมรู้แนวทางดีว่าการจัดการศึกษาอย่างไรส่งผลที่ดีเเละเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน การจัดการศึกษาในอดีตที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการยึดอำนาจรัฐของ คสช. การจัดการศึกษาเป็นไปด้วยดี เป็นระบบ ผู้นำทางการศึกษาในระดับพื้นท่ีล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเรียนการสอน แล้วพัฒนาขึ้นมาจนเป็นผู้นำการศึกษาในระดับพื้นที่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามความคาดหวังของสังคม การบริหารงานการศึกษาและการบริหารงานบุคคลระดับพื้นที่เป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยมีผู้แทนครู ผู้แทนผู้บริหารโรงเรียน ผู้แทนผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษาร่วมเป็นคณะพิจารณาวางแผนและดำเนินการ โครงสร้างองค์กรไม่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายการเมืองหรือบุคคลอื่นใดในการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล

ต่อมาเมื่อมีรัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศ และผู้มีอำนาจของรัฐบาลบางรายได้มีความพยายามที่จะเข้ามาใช้อำนาจในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครูในทุกจังหวัดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวและวางรากฐานทางการเมืองที่จะสืบทอดอำนาจ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะติดขัดด้วยกฎหมายที่เป็นระบบที่ดีและเข้มแข็ง จึงได้มีการใช้อำนาจเผด็จการมีคำสั่งให้ตัดอำนาจ ที่ดีและเหมาะสมออกไปแล้วประกาศใช้อำนาจใหม่ที่เอื้อประโยชน์ต่อระบบที่เรียกว่า Single Command กล่าวคือผู้มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงศึกษาธิการสั่งการปลัดกระทรวง โดยปลัดกระทรวงสั่งการต่อไปที่ศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการจังหวัดสั่งการไปที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ส่วนองค์คณะบุคคลในแต่ละจังหวัดที่แต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ก็ล้วนแล้วแต่มาจากการพิจารณาสั่งการจากส่วนกลางทั้งสิ้น ตัดระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมทิ้งไป ผลที่ตามมาคือการจัดการศึกษาล้มเหลว ผลการเรียนของนักเรียนตกต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้รูปแบบเดิมที่มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53 และการมี กศจ.ที่มีคณะกรรมการรูปแบบเดิมประสบความล้มเหลวไม่เป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจกล่าวอ้างว่าเป็นระบบที่ดี

ส.บ.ม.ท.ได้ติดตามการทำงานเกี่ยวกับเรื่องการบริหารการศึกษาของ รมว.ศธ. มาระยะหนึ่งแล้วพบว่าแม้ว่า รมว.ศธ. จะแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า “ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะมี กศจ. หรือ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาหรือไม่ เพราะอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นการวิเคราะห์ปัญหาเท่านั้น ดังนั้นระหว่างนี้อยู่ในช่วงของการดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ แต่ขอให้มั่นใจว่าทุกเรื่องที่ตนปรับปรุงเพื่อมุ่งสู่คุณภาพของเด็กแน่นอน” ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติได้พบข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า รมว.ศธ. น่าจะตัดสินใจตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะยังคงมีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้นำการศึกษาในระดับจังหวัด และจะยังคงมี กศจ. อยู่ โดยข้อบ่งชี้ดังกล่าวประกอบด้วย

1. รมว.ศธ. ได้เสนอตั้งงบประมาณจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานศึกษาธิการภาค อีก 24 แห่งทั่วประเทศไทย โดยมีงบประมาณก่อสร้างแห่งละประมาณ 20 ล้านบาท

2. รมว.ศธ. เพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปว่าจะให้สภาหอการค้าจังหวัดเป็นกรรมการ กศจ.

3. รมว .ศธ. ตอบคำถามผู้แทนองค์กรครูที่ถามว่า “ทำไมต้องให้มีศึกษาธิการจังหวัดมาเป็นผู้บริหารจัดการศึกษา ทำไมไม่ให้ สพฐ. /และ สพท. ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการครูทั้งประเทศบริหารจัดการกันเอง” รมว.ศธ. ตอบชัดเจนว่าการศึกษาเป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องมีส่วนร่วมในระดับจังหวัดด้วย คำตอบดังกล่าวเห็นได้ว่าไม่ได้ปฏิเสธคำถามของผู้แทนองค์กรครู

4. คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการนั้นพบว่าคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างที่ได้รับการแต่งตั้งเกือบทุกรายล้วนแล้วแต่เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่ขึ้นตรงกับปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยไม่มีผู้แทนครูหรือผู้แทนผู้บริหารโรงเรียนซึ่งเป็นผู้ที่รู้ปัญหาของการจัดการศึกษาที่ส่งผลเสียหายต่อนักเรียน และเป็นผู้รู้โอกาสในการจัดการศึกษาที่จะเกิดประโยชน์โดยตรงต่อนักเรียน แม้แต่รายเดียว เป็นการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมและการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะนี้ขึ้นมาก็เพื่อต้องการให้เกิดความชอบธรรมในรูปแบบที่ รมว.ศธ. ต้องการ

5 ได้มีการถ่ายโอนอัตรากำลังของ สพฐ. ที่ควรจะนำไปใช้ในเรื่องการเรียนการสอนไปเป็นอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหลายร้อยคน

6. สภาการศึกษา ได้มีมติให้เพิ่มเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดให้ครบทุกจังหวัดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยได้มีการวิเคราะห์แล้วพบว่าไม่เพิ่มคน ไม่เพิ่มงบประมาณ และสถานที่ตั้งมีความพร้อมแล้ว แต่ รมว.ศธ. กลับไม่ลงนามเพิ่มเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัด โดยอ้างว่าจะรอการปรับโครงสร้าง

7. ได้มีการสอบเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เสร็จสิ้นแล้ว แต่ไม่ดำเนินการตามกระบวนการเพื่อให้มีการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา

จากข้อบ่งชี้ดังกล่าวข้างต้นจึงเห็นได้ว่า รมว.ศธ. มีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะยุบหน่วยงานเขตพื้นท่ีการศึกษา และจะยังคงให้มีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพื่อทำหน้าท่ีบริหารจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละจังหวัดและยังจะให้เอกชนคือบรรดาพ่อค้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการศึกษาในแต่ละจังหวัด

ส.บ.ม.ท.พิจารณาแล้วเห็นว่าในการจัดการศึกษาที่ให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าท่ีบริหารการศึกษาและทำหน้าท่ีบริหารงานบุคคลโดยขาดการมีส่วนร่วมของข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาและยังตัดอำนาจการบริหารงานบุคคลจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปเป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัด ในรูปแบบที่เคยปฏิบัติมาเป็นเวลา 5 ปี นั้นสร้างความเสียหายให้กับการศึกษาอย่างมากมาย ส่งผลให้การจัดการศึกษาตกต่ำทั้งประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้กับข้าราชการครูในเรื่องท่ีเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าท่ีเป็นอย่างยิ่ง และยังสร้างความแตกแยกของบุคคลากรในวงการศึกษาอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นอกจากนี้การมีแนวคิดในเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างที่ขาดการมีส่วนร่วมของครู มีแนวคิดในเรื่องการยุบเขตพื้นท่ีการศึกษา การให้ กศจ. และเอกชน เป็นผู้บริหารและกำกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของแต่ละจังหวัด เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้

ส.บ.ม.ท.จึงขอเชิญชวนให้ผู้บริหารโรงเรียนและข้าราชการครูแสดงสัญลักษณ์การไม่เห็นด้วยอย่างสงบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย โดยการพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดดำพร้อมกันทั้งประเทศ ในวันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม 2562 นี้ และหาก รมว.ศธ. ยังมีแนวคิดเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะมีการยกระดับการแสดงสัญลักษณ์ของความไม่เห็นด้วยต่อไป

รัชชัยย์ ศรสุวรรณ
นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
27ตุลาคม 2562

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ส.บ.ม.ท.ออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบหรือยกเลิกเขตพื้นที่การศึกษา , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กระทรวงศึกษาธิการยกเครื่องหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ ให้มีความทันสมัย☕ 26 ต.ค. 2563
กระทรวงศึกษาธิการยกเครื่องหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ ให้มีความทันสมัย
เปิดอ่าน 2,024 ครั้ง
ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ.กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556☕ 26 ต.ค. 2563
ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ.กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556
เปิดอ่าน 1,010 ครั้ง
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน☕ 26 ต.ค. 2563
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน
เปิดอ่าน 345 ครั้ง
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี☕ 22 ต.ค. 2563
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี
เปิดอ่าน 6,552 ครั้ง
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3☕ 22 ต.ค. 2563
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3
เปิดอ่าน 590 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
เปิดอ่าน 53,165 ครั้ง
10 ลักษณะนิสัยแห่งผู้ประสบความสำเร็จ10 ลักษณะนิสัยแห่งผู้ประสบความสำเร็จ
เปิดอ่าน 12,211 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เปิดอ่าน 11,547 ครั้ง
ทักษะที่จำเป็นของคนอายุ 18ทักษะที่จำเป็นของคนอายุ 18
เปิดอ่าน 11,713 ครั้ง
แบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากลแบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากล
เปิดอ่าน 20,334 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ