ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > รมว.ศึกษาฯ ยืนยัน “เด็กไทย” เรียนหนังสือในโรงเรียนเป็นหลัก พร้อมแจงดราม่าเรียนออนไลน์

รมว.ศึกษาฯ ยืนยัน “เด็กไทย” เรียนหนังสือในโรงเรียนเป็นหลัก พร้อมแจงดราม่าเรียนออนไลน์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 18 พ.ค. 2563 เปิดอ่าน : 10,287 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
รมว.ศึกษาฯ ยืนยัน “เด็กไทย” เรียนหนังสือในโรงเรียนเป็นหลัก พร้อมแจงดราม่าเรียนออนไลน์

Advertisement

รมว.ศึกษาธิการ ยืนยันนโยบายเด็กไทยเรียนในโรงเรียนเป็นหลัก เผย “เรียนทางไกลผ่าน 17 ช่องทีวี” และ “เรียนออนไลน์” เป็นเพียงส่วนเสริม กรณีสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เลวร้าย แต่ ณ วันนี้ประเมินแล้ว 1 ก.ค. สามารถเปิดเรียนได้ตามกำหนด

 วันที่ 17 พฤษภาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมข่าว กรณีปรากฏภาพยายพาหลานไปหาซื้อโทรศัพท์มือถือราคาไม่เกิน 2,000 บาท เพื่อเตรียมไว้เรียนออนไลน์ จนทำให้เกิดแฮชแท็ก #เรียนออนไลน์ และวิพากษ์วิจารณ์การให้เรียนทางไกลของกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงที่เลื่อนเปิดเทอมเป็นวันที่ 1 กรกฏาคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า

“ผมก็พูดชัดเจนแล้วว่าในขั้นตอนแรก คือเรียนที่โรงเรียนเป็นอันดับแรก โดยต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยของสาธารณสุข ซึ่งถ้าวันนี้เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม ร้อยละ 80 ของโรงเรียนทั่วประเทศก็ต้องเรียนที่โรงเรียน เรียนออนไลน์อาจจะแค่เรียนแค่ในกรุงเทพฯเท่านั้นเอง เพราะว่าสถานการณ์ยังไม่ดีพอ แต่อีก 45 วันจากนี้ต้องติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่าจะเป็นอย่างไร ต้องเข้าใจในบริบทว่าการเรียนออนไลน์ที่ผมพูดมาตลอดเวลา Onsite (ออนไซต์), Onair (ออนแอร์) และ Online (ออนไลน์) ซึ่งออนไซต์มาก่อน ก็คือเรียนที่โรงเรียนก่อนอันดับแรก และโรงเรียนทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ใน 50 จังหวัดที่อยู่ในโซนที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเลยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ดังนั้นเรียนที่โรงเรียนได้ ถ้าไม่ได้ก็เป็นออนแอร์ คือดูโทรทัศน์ เด็กจนถึง ม.3 ดูโทรทัศน์อยู่แล้ว ที่มีออนไลน์ คือเสริม ในชั้น ม.4 ม.5 และม.6” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

นายณัฏฐพล ย้ำว่า สำหรับการเปิดทดสอบสัญญาณเรียนทางไกลผ่านทีวี 17 ช่องตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. เป็นการทดสอบสัญญาณโทรทัศน์แต่ละบ้าน ซึ่งถ้าเผื่อบ้านไหนไม่มีโทรศัพท์ เราไม่ได้บอกให้ไปให้ซื้อโทรศัพท์

“อาจจะเป็นคุณยายเคสเดียวที่อยากจะไปซื้อหลาน ผมก็ไม่รู้ว่าเหตุผลคืออะไร แต่ในกระบวนการทั้งหมด ถ้าในพื้นที่เรียนไม่มีโทรศัพท์เลย ไม่มีโทรทัศน์เลย ก็ต้องไปเรียนที่โรงเรียน”

“ที่เราพูดถึงออนแอร์ หรือออนไลน์ นั่นคือสถานการณ์เลยร้ายที่สุด เผื่อไว้ เรียนที่โรงเรียน แล้วถึงเวลาสถานการณ์ไม่ดี มีคนติดเชื้อคนหนึ่งในหมู่บ้าน ก็ต้องมาใช้ออนแอร์อยู่ดี แล้วถึงตอนนั้นจะมาทำกันก็ไม่ทันแล้ว ฉะนั้นจึงต้องเตรียมตรงนี้ไว้ก่อน”

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวฝากถึงหลายฝ่ายที่มีข้อกังวลใจเรื่องเรียนออนไลน์ว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่คนคิด การเรียนออนไลน์ เราคาดว่าเด็ก ม.4 ม.5 ม.6 คงต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเราก็สำรวจอยู่ ส่วนโรงเรียนอื่นๆ ถ้าโรงเรียนไหนมีความสามารถที่จะสอนออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเรียนทางโทรทัศน์ ตนก็ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเด็กคนที่เป็นข่าวอาจจะเป็นหนึ่งในเด็กที่อยู่ในโรงเรียนที่อยากจะสอนออนไลน์ก็ได้ ตนก็ไม่ทราบ แต่ตนให้อิสระกับผู้อำนวยการแต่ละโรงเรียนตัดสินใจแนวทางในการสอน โดยกระทรวงศึกษาธิการเพียงแต่เตรียมเป็นพื้นฐานไว้

ผู้สื่อข่าวถามถึงอุปกรณ์สำหรับเรียนออนไลน์ เช่น แท็บเล็ต จะมีการแจกหรือไม่ นายณัฏฐพล ตอบว่า “ไม่มีครับ เพราะหลังจากที่ดูในส่วนของงบประมาณแล้ว และดูสถานการณ์แล้วเราสามารถเรียนได้ที่โรงเรียน เพราะฉะนั้นแจกอะไรก็จะไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องใช้ แล้วถ้าเผื่อแจกแล้วจะกลายเป็นการแจกไปทุกๆ ปี ถ้าปีนี้แจก ปีหน้าก็จะถามว่าทำไมไม่แจก จะเป็นปัญหาผูกพันงบประมาณ ซึ่ง ณ วันนี้ ประมวลดูแล้วยังไม่คุ้มค่า เพราะว่าในระบบทั้งหมดของเรายังไม่พร้อมออนไลน์เลย ถ้าเผื่อมีอุปกรณ์ มีแท็บเล็ตต้องพร้อมออนไลน์ นี่ขนาดแค่โทรศัพท์อันเดียวสมาร์ทโฟนเท่านั้นเองว่าเราไม่พร้อมจะไปแจกเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ”

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก Workpoint News วันที่ 17 พฤษภาคม 2563

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> รมว.ศึกษาฯ ยืนยัน “เด็กไทย” เรียนหนังสือในโรงเรียนเป็นหลัก พร้อมแจงดราม่าเรียนออนไลน์ , เรียนออนไลน์ , เรียนทางไกล , เรียนออนแอร์ , การศึกษาทางไกล , โควิด << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ด่วนที่สุด สพฐ.สำรวจความประสงค์ดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2563☕ 25 พ.ค. 2563
ด่วนที่สุด สพฐ.สำรวจความประสงค์ดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2563
เปิดอ่าน 902 ครั้ง
สธ. ร่วม ศธ. เตรียม 6 แนวทาง เปิดเรียน ปลอดภัย☕ 25 พ.ค. 2563
สธ. ร่วม ศธ. เตรียม 6 แนวทาง เปิดเรียน ปลอดภัย
เปิดอ่าน 6,369 ครั้ง
ศธ.ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมืองทุกวันศุกร์☕ 25 พ.ค. 2563
ศธ.ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมืองทุกวันศุกร์
เปิดอ่าน 1,548 ครั้ง
การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา☕ 25 พ.ค. 2563
การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
เปิดอ่าน 1,839 ครั้ง
ว15/2563 ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้เข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย☕ 24 พ.ค. 2563
ว15/2563 ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้เข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 1,775 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ลายมืออัจฉริยะผู้นำ เป็นอย่างไร?ลายมืออัจฉริยะผู้นำ เป็นอย่างไร?
เปิดอ่าน 9,660 ครั้ง
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557
เปิดอ่าน 14,362 ครั้ง
ขนาดเด็กน้อยยังต้องฟัง กังนัม สไตล์ กินข้าวขนาดเด็กน้อยยังต้องฟัง กังนัม สไตล์ กินข้าว
เปิดอ่าน 6,474 ครั้ง
ลดความอ้วน ก็ไม่ยากซะหน่อยลดความอ้วน ก็ไม่ยากซะหน่อย
เปิดอ่าน 8,942 ครั้ง
ประวัติจังหวัดอุบลราชธานีประวัติจังหวัดอุบลราชธานี
เปิดอ่าน 13,003 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ