ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > “สมศ.” แนะแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาไทยก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ออกแบบการสอนอย่างสร้างสรรค์เติมเต็มให้เด็กไทยเก่งรอบด้าน

“สมศ.” แนะแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาไทยก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ออกแบบการสอนอย่างสร้างสรรค์เติมเต็มให้เด็กไทยเก่งรอบด้าน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.ค. 2563 เปิดอ่าน : 3,499 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
“สมศ.” แนะแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาไทยก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ออกแบบการสอนอย่างสร้างสรรค์เติมเต็มให้เด็กไทยเก่งรอบด้าน

Advertisement

กรุงเทพ 24 กรกฎาคม 2563 – สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ.วางแผนยกระดับองค์กร ให้เป็นหน่วยงานประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกที่พร้อมขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทยไปสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการพัฒนาระบบการประเมินด้านเทคโลยี แสวงหาความร่วมมือและแนวทางการประเมินภายนอกจากประเทศชั้นนำ ประสานกับหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อวางแนวทางในการประเมินร่วมกัน พร้อมแนะสถานศึกษา ครูผู้สอนเติมเต็มความรู้ผ่านการสอนรูปแบบใหม่มุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพให้เกิดที่ตัวผู้เรียน ด้านผู้เรียนจำเป็นจะต้องมีทักษะที่หลากหลายรวมไปถึงการนำเอาเทคโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการเรียนร่วมด้วย    
 
ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 20 ปีสมศ. ได้ปรับการทำงาน และยกระดับองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีความทันสมัย เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งสร้างความน่าเชื่อถือในระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาในประเทศไทยให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยสมศ. ได้วางแผนในการยกระดับองค์กรให้เป็นองค์กรในการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ดังนี้
 
·  พัฒนาระบบประเมินคุณภาพด้วยการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในขั้นตอนการประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งแนวทางดังกล่าวส่งผลให้สถานศึกษาสามารถลดภาระงานเอกสารลงได้ อีกทั้งยังช่วยให้ สมศ. มีฐานข้อมูลของสถานศึกษาทั่วประเทศ และสามารถนำฐานข้อมูลดังกล่าวมาใช้พัฒนาแนวทางการประเมินให้สอดคล้องกับสถานศึกษา รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะกับสถานศึกษาเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสม
 
· ศึกษาและทำข้อตกลงเกี่ยวกับระบบการประเมินกับประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับว่ามีระบบการศึกษาที่ดี โดย สมศ.ได้ศึกษาเกณฑ์และระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาของต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร
 
· ประสานกับหน่วยงานต้นสังกัด อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อกำหนดมาตรฐานของสถานศึกษาและเกณฑ์การประเมินร่วมกัน
 
ดร.นันทา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากระบบประเมินคุณภาพการศึกษาที่ต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับการพัฒนาการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 แล้ว ส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันมาตรฐานการศึกษาให้ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ สถานศึกษา และครูผู้สอน เพราะทั้ง 2 ส่วน ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา และครูผู้สอนจะต้องปรับรูปแบบการสอนโดยมุ่งเน้นให้เกิดประสิทธิภาพกับตัวผู้เรียนมากที่สุด ดังนี้ 
 
· ครูผู้สอนจะต้องกำหนดหลักสูตร กรอบการเรียนการสอนให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน เพื่อดึงดูดความให้ผู้เรียนมีความสนใจในการเรียนมากยิ่งขึ้น เพราะการสอนตามที่ผู้เรียนออกแบบเองนั้นจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในรายวิชานั้นๆ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
 
· มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนโดยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงทรัพยากรและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลาและสถานที่ มากกว่าการนั่งเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว
 
· สร้างการมีส่วนร่วมให้ผู้เรียนผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้  การคิดวิเคราะห์ และการคิดเพื่อแก้ไขปัญหาตั้งคำถามปลายเปิดกับผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา
 
· สร้างกระบวนการคิดที่เป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ ฝึกฝนให้ผู้เรียนทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เพราะเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญที่ผู้เรียนจะนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน 
 
“นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งสำคัญคือตัวผู้เรียน ที่จะต้องใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์กับตนเองร่วมด้วย เพราะคุณสมบัติสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 จะต้องสามารถค้นคว้า เรียนรู้ และแลกเปลี่ยน พร้อมทั้งแบ่งปันความรู้กับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม สามารถคัดกรองและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างสมเหตุสมผล อีกทั้งจะต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปได้อย่างทันท่วงที มีความเป็นผู้นำ เป็นตัวของตัวเองและมีศักยภาพที่หลากหลาย (Multi Skill) สามารถทำงานได้หลายรูปแบบ พร้อมทั้งสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างเหมาะสมระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต”  ดร.นันทา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-2216-3955 หรือเข้าไปที่ www.onesqa.or.th 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> “สมศ.” แนะแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาไทยก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ออกแบบการสอนอย่างสร้างสรรค์เติมเต็มให้เด็กไทยเก่งรอบด้าน , , “สมศ.” , แนะแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาไทยก้าวสู่ทศวรรษใหม่ , ออกแบบการสอนอย่างสร้างสรรค์เติมเต็มให้เด็กไทยเก่งรอบด้าน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"สมพงษ์" จี้ศธ.ปรับเงินอุดหนุนรายหัวนร. หลังใช้มากว่า 10ปี ไม่สอดคล้องกับรายจ่ายจริงปัจจุบัน☕ 19 มิ.ย. 2564
"สมพงษ์" จี้ศธ.ปรับเงินอุดหนุนรายหัวนร. หลังใช้มากว่า 10ปี ไม่สอดคล้องกับรายจ่ายจริงปัจจุบัน
เปิดอ่าน 733 ครั้ง
สุภัทร ย้ำ ศธ.อนุญาตนักเรียนไว้ผมยาวได้ ยึดหลักบุคลิกภาพที่ดี ด้วยการมีส่วนร่วม☕ 19 มิ.ย. 2564
สุภัทร ย้ำ ศธ.อนุญาตนักเรียนไว้ผมยาวได้ ยึดหลักบุคลิกภาพที่ดี ด้วยการมีส่วนร่วม
เปิดอ่าน 577 ครั้ง
บอร์ด ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา หารือ "ตรีนุช" จี้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม☕ 17 มิ.ย. 2564
บอร์ด ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา หารือ "ตรีนุช" จี้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม
เปิดอ่าน 1,252 ครั้ง
สพฐ.วางแผนประเมินจัดการเรียนยุคโควิด☕ 17 มิ.ย. 2564
สพฐ.วางแผนประเมินจัดการเรียนยุคโควิด
เปิดอ่าน 1,429 ครั้ง
สมศ.แจงข้อมูลประเมินสถานศึกษากว่า 3,825 แห่งแล้ว☕ 17 มิ.ย. 2564
สมศ.แจงข้อมูลประเมินสถานศึกษากว่า 3,825 แห่งแล้ว
เปิดอ่าน 4,232 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศสร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ
เปิดอ่าน 8,008 ครั้ง
ตำนานสงกรานต์ตำนานสงกรานต์
เปิดอ่าน 6,283 ครั้ง
ชื่นชมลูก ช่วยพัฒนาชื่นชมลูก ช่วยพัฒนา
เปิดอ่าน 7,673 ครั้ง
เกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบากเกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบาก
เปิดอ่าน 21,789 ครั้ง
Gen Y วายร้ายจริงหรือ (จบ)Gen Y วายร้ายจริงหรือ (จบ)
เปิดอ่าน 10,527 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ