ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน

นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 26 ต.ค. 2563 เปิดอ่าน : 1,385 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน

Advertisement

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3 จาก 11 ประเทศ ในอาเซียนและติมอร์-เลสเต ด้วยระบบออนไลน์ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคภาคทางการศึกษา (กสศ.) กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยภาครัฐและเอกชน

วันที่สองของการประชุม (23 ตุลาคม 2563) เริ่มต้นด้วยการอภิปรายในหัวข้อ ‘โควิด-19 กับโรงเรียนของฉัน’ (My School and COVID-19) ซึ่งเป็นเวทีสะท้อนความคิดเห็นของเยาวชนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาด ลำดับถัดมาเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การสอน โดยครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2562 จาก11 ประเทศ จากนั้นเป็นการอภิปรายพิเศษในหัวข้อ ‘เทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนครูในยุคโควิด-19’ (New Learning Technology) โดย นายผนวกเดช สุวรรณทัต นักวิจัย สถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

อีกหนึ่งหัวข่อที่น่าสนใจ ได้แก่ การอภิปรายพิเศษ เปิดผลวิจัย ‘ผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียนไทยในยุคโควิค-19’ (Possible Impact of COVID-19 Pandemic on Thai Students’ Achievement) โดย ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านพัฒนามนุษย์ กลุ่มงานการศึกษา ประจำธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย

ดร.ดิลกะ เปิดเผยว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ย่อมมาจากหลายปัจจัย อาทิ ทรัพยากร คุณภาพครู คุณภาพโรงเรียน ซึ่งหากดูตัวเลขงบประมาณลงทุนด้านการศึกษาของประเทศไทยถือว่าไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD (Organization for Economic Cooperation and Development หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศกลุ่มยุโรป)

ผลการวิจัยพบอีกว่า ค่าใช้จ่ายของเด็กนักเรียนในระดับชั้น ป.1- ม.3 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่กลับไม่ส่งผลให้การเรียนของเด็กดีขึ้นแต่อย่างใด โดยเฉพาะผลสอบ PISA ที่ตกต่ำอย่างมาก

นอกจากนี้ การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาโรงเรียนขาดแคลนบุคลากรครู ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังเท่าใดนัก อีกทั้งยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมระหว่างนักเรียนในเขตเมืองกับเขตชนบทค่อนข้างสูง  

“ความไม่เท่าเทียมนั้นมีอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าประเทศใดก็ตาม แต่ในประเทศไทยเราพบว่ามีความเหลื่อมล้ำในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน” เขากล่าว

ดร.ดิลกะ กล่าวว่า เมื่อสำรวจความพร้อมของอุปกรณ์การเรียนและคอมพิวเตอร์ พบว่า เด็กในเขตเมืองส่วนใหญ่มีความพร้อมกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เด็กนักเรียนในเขตชนบทมีความพร้อมเพียง 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนได้ว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์
ประกอบกับการสำรวจผลกระทบการเรียนรู้ของเด็กไทยในช่วงโควิด-19 โดยใช้ดัชนีชี้วัด 3 ด้าน ได้แก่ การปรับตัวในการสอนของครู ระเบียบวินัยในห้องเรียน และคุณภาพการเรียนการสอน พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในกลุ่มโรงเรียนที่ด้อยโอกาสจะมีดัชนีชี้วัดทั้ง 3 ข้อนี้ ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน
ขณะเดียวกัน ดร.ดิลกะ ยังเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแก (bully) ในโรงเรียน โดยพบว่า เด็กนักเรียนไทยมีอัตราการถูกกลั่นแกล้งรังแกสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ทำให้เด็กไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน ไม่มีความสุขในการไปโรงเรียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงความสามารถในการอ่านที่ลดต่ำลงตามไปด้วย

ดร.ดิลกะ กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการประเมินความเสียหายในภาพรวมจากผลกระทบของโรคโควิด-19 แต่สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ ณ วันนี้คือ วิกฤติโรคระบาดทำให้เด็กไทยจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะเด็กในชนบทต้องสูญเสียเวลาเรียน ขาดโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการศึกษาจำเป็นต้องเร่งหาทางช่วยเหลือและแก้ปัญหาต่อไป

“ในอนาคตข้างหน้า หากเกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง ก็หวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะสามารถหาแนวทางรับมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อไม่ให้เด็กไทยต้องสูญเสียโอกาสในการเรียนมากไปกว่านี้” นักเศรษฐศาสตร์ด้านพัฒนามนุษย์ จากธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย กล่าว

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า เวทีครั้งนี้เราได้เห็นครูแต่ละที่พยายามที่จะบอกเล่าปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหายุคที่โควิด-19 ระบาดกระทบการศึกษา และไม่รู้ว่าโควิดจะอยู่อีกนานแค่ไหน หลังจากที่โรงเรียนถูกปิด เด็กเรียนหนังสือน้อยลง มันส่งผลต่อพัฒนาการและการศึกษาของเด็ก เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ การไปโรงเรียนมันไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้ แต่มันมีพัฒนาการทางสังคม สมอง เด็กต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนเล่นกับเพื่อน ยิ่งเด็กกลุ่มเปราะบาง เด็กยากจนจะยิ่งกระทบอย่างมาก

“เวทีนี้จะบอกเล่าว่าแต่ละประเทศใช้มาตรการอะไรในช่วงโรงเรียนปิด บทเรียนของต่างประเทศเขาจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ซึ่งพบว่า เขาเน้นเรื่องความปลอดภัย ใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง รักษาความสะอาดพื้นที่เรียน พื้นที่โรงอาหาร หลายประเทศจะใช้วิธีทำสื่อให้ผู้ปกครองมารับเพื่อไปสอนลูกที่บ้าน ทำสื่อออนไลน์ สอนออฟไลน์ที่บ้าน ใช้ทุกๆมาตรการเพื่อป้องกันปัญหา ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีเอื้ออำนวย เราต้องทำให้การศึกษาอยู่ในภาพกว้าง ยึดหลักเอาการศึกษา เอาโรงเรียนไปหาเด็กไปหาพ่อแม่ ไปหาชุมชน ถ้าอยู่ในเมืองก็ใช้อินเทอร์เน็ต อยู่ต่างจังหวัดก็ใช้วิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้เด็กได้รับการศึกษา” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว

ขณะที่ ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูนักศึกษา และสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า การประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ จัดขึ้นผ่านระบบออนไลน์ มีครูจากเครือข่ายทั่วโลกรับชมกว่าแสนคน ซึ่งมีความสำคัญกับการทำงานของ กสศ.อย่างมาก เช่น บทบาทครูต่อการเรียนการสอนในช่วงโควิด-19 เพราะไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ต้องเผชิญ เราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายครู11 ประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ประเทศที่มีเด็กจำนวนมาก เขาดูแลเด็กได้อย่างไร แนวคิดโมบายที่เขาใช้เข้าถึงตัวเด็กเป็นอย่างไร ถ้าเด็กมาโรงเรียนไม่ได้ต้องแก้ปัญหาให้การเรียนส่งถึงบ้านอย่างไร รวมถึงประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ทันสมัย เขาดูแลเด็กพิเศษของเขาอย่างไร ซึ่งถือว่าเกิดประโยชน์กับครูไทยอย่างมาก เพราะมิติการแลกเปลี่ยนทั้ง11ประเทศ ทาง กสศ.จะได้นำไปถอดบทเรียนและต่อยอดการพัฒนาครู เพราะกสศ.เรามีแผนที่จะพัฒนาครู พัฒนาโรงเรียน พัฒนาเด็กนักเรียนในทุกมิติ และเวที2วันนี้เราจะได้เห็นว่า ครูพยายามหาทางออก ปรับรูปแบบการเรียนรู้ เกิดมุมมองใหม่ๆในแต่ละพื้นที่แต่ละโรงเรียน

“กสศ.มองว่าในอนาคต หากเราเตรียมพร้อมเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เราจะปรับตัวและรับมือกับมันได้ เทคโนโลยี ระบบออนแอร์ ระบบออนไซต์ ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้เหมาะสมไม่ทำให้เกิดอันตราย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่4 ทั้ง10ประเทศ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและคณูปการต่อวงการการศึกษา และประเทศไทย กำลังเข้มข้มในการเฟ้นหาครูทั้ง77จังหวัด เพื่อให้ได้ผู้แทนของแต่ละจังหวัด ส่งเข้ามาส่วนกลาง คาดว่าในช่วงเดือนมีนาคม2564 จะทราบผลว่าทั้ง10ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ใครจะเป็นครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่4 เพื่อรับพระราชทานรางวัลในเดือนตุลาคม2564 นี้ ซึ่งช่วงนี้ ท่านใดที่อยู่ในพื้นที่ของกระบวนการการคัดเลือกก็สามารถเสนอชื่อครูเข้ามาได้” ดร.อุดม กล่าว 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นักวิจัยธนาคารโลก ชี้ COVID-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังถูก bully ในโรงเรียน , , นักวิจัยธนาคารโลก , ชี้ , COVID-19 , ทำเด็กไทยเสียโอกาสการเรียนรู้ , เด็กชนบทขาดแคลนคอมพิวเตอร์ , ซ้ำยังถูก , bully , ในโรงเรียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"สุภัทร"ระบุคำตอบ"สอบ-ไม่สอบโอเน็ต"อยู่ที่ยังจำเป็นหรือไม่☕ 23 พ.ย. 2563
"สุภัทร"ระบุคำตอบ"สอบ-ไม่สอบโอเน็ต"อยู่ที่ยังจำเป็นหรือไม่
เปิดอ่าน 1,189 ครั้ง
ประกาศผลครูดีไม่มีอบายมุข และ โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข ปีการศึกษา 2563☕ 20 พ.ย. 2563
ประกาศผลครูดีไม่มีอบายมุข และ โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 3,210 ครั้ง
ก.ค.ศ.อนุมัติ วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 15 ราย (วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563)☕ 19 พ.ย. 2563
ก.ค.ศ.อนุมัติ วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 15 ราย (วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563)
เปิดอ่าน 4,521 ครั้ง
สพฐ.อนุมัติรายชื่อโรงเรียนและบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์และจัดสรรงบประมาณจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ☕ 18 พ.ย. 2563
สพฐ.อนุมัติรายชื่อโรงเรียนและบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์และจัดสรรงบประมาณจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
เปิดอ่าน 15,813 ครั้ง
ชี้โอเน็ตเด็กม.6ยังจำเป็นต้องสอบ☕ 18 พ.ย. 2563
ชี้โอเน็ตเด็กม.6ยังจำเป็นต้องสอบ
เปิดอ่าน 2,692 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กาแฟลดอ้วน ผอมชัวร์หรือมั่วนิ่มกาแฟลดอ้วน ผอมชัวร์หรือมั่วนิ่ม
เปิดอ่าน 9,256 ครั้ง
หลักสูตรใหม่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศหลักสูตรใหม่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เปิดอ่าน 11,973 ครั้ง
ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่นว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 7,352 ครั้ง
หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน  หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?
เปิดอ่าน 90,984 ครั้ง
อย. ยัน ไม่มีน้ำว่านหางจระเข้รักษาอีโบลาได้อย. ยัน ไม่มีน้ำว่านหางจระเข้รักษาอีโบลาได้
เปิดอ่าน 5,867 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ