ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน

"ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2564 เปิดอ่าน : 5,430 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
"ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน

Advertisement

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าตามที่เกิดปัญหาในเรื่องการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนและการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนจากผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไว้ได้ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนมาแล้วแต่ไม่สามารถย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่หรือขนาดใหญ่พิเศษที่ว่าง แต่กลับให้มีการเรียกบรรจุครูหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่สอบขึ้นบัญชีไว้ได้ ซึ่งถือว่าไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ นั้น เรื่องนี้ตนเห็นว่า สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ การเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนของโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่างนั้นมีสองเงื่อนไขคือ

 ๑. การเข้าสู่ตำแหน่งโดยการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่าง ทั้งนี้กฎหมายฉบับนี้ให้พิจารณาตัดสินคะแนนจากการให้มีการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้ายประกอบด้วย ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ วิสัยทัศน์ การประพฤติตน ภูมิลำเนาและความอาวุโสตามหลักราชการ

๒. การเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนโดยการเรียกบรรจุจากครูหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ที่สอบขึ้นบัญชีได้หลังจากการย้ายเสร็จสิ้นแล้ว

อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การย้ายและการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นมีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งเลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ให้ข่าวในเอกสารสถานี ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ มีสาระว่า ในรอบการย้ายผู้บริหารโรงเรียน สังกัด สพฐ. ประจำปี ๒๕๖๓ นั้น สพฐ. ได้มีหนังสือแจ้งว่ามีปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพิจารณาย้าย สำนักงาน ก.ค.ศ.จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบการบริหารบุคคล เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ โดยที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าการพิจารณาย้ายผู้บริหารโรงเรียน ให้ กศจ.ดำเนินการย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จก่อนตามกำหนดเดิม (วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๓) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และยังให้ข้อมูลอีกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเกณฑ์การย้ายผู้บริหารโรงเรียนแต่ปัญหาในการย้ายครั้งนี้คือโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่ง สพฐ. ได้ลดขนาดจำนวนนักเรียนลง อยู่ที่ ๑,๖๘๐ คน จากเดิมประมาณ ๒,๕๐๐ คน ขึ้นไป ทำให้โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษและโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ลดลง บางจังหวัดไม่มีโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่เหลืออยู่เลย ทำให้ไม่มีผู้มีคุณสมบัติย้ายมาโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษได้

อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้หารือเรื่องดังกล่าวและมีมติว่า หาก กศจ.ใดมีปัญหาไม่สามารถย้ายได้โดยเฉพาะข้อขัดข้องที่เกิดจากประกาศของ สพฐ. ที่ให้มีการกำหนดขนาดตามจำนวนนักเรียนใหม่ ให้หารือมายัง ก.ค.ศ.เพื่อนำประเด็นเข้าหารือที่ประชุม ก.ค.ศ. เป็นกรณีไป ส่วน สพฐ.จะต้องพิจารณากำหนดขนาดโรงเรียนตามจำนวนนักเรียนใหม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ สพฐ. หากพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม ก็ต้องไปกำหนดใหม่

นอกจากนี้ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องปลดล็อกให้ กศจ.สามารถย้ายโรงเรียนขนาดกลางไปขนาดใหญ่พิเศษได้ เพื่อประโยชน์ทางราชการและป้องกันไม่ให้กลุ่มที่ได้รับการบรรจุใหม่ ข้ามไปบรรจุโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ เพราะผู้ที่บรรจุใหม่บางคนมาจากครูผู้สอนที่ควรสั่งสมประสบการณ์บริหารไล่ตามขนาดโรงเรียน ตรงนี้เป็นหลักคุณธรรมพื้นฐาน หลังจากนี้ สพฐ. จะไปกำหนดขนาดโรงเรียนตามจำนวนนักเรียนใหม่ เพื่อมิให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วขอเรียนว่าการที่กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีการย้ายให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการบรรจุจากผู้สอบขึ้นบัญชีได้ และยังกำหนดให้มีการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้ายทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ วิสัยทัศน์ การประพฤติตน ภูมิลำเนา และความอาวุโสตามหลักราชการ นั้น จึงเห็นได้ว่ากฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะให้พิจารณาย้ายผู้ที่มีประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้มีโอกาสไปบริหารโรงเรียนที่มีขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษ ตามลำดับเสียก่อน และหากไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนรายใดได้ยื่นคำร้องขอย้ายอีก จึงจะให้โอกาสเรียกบรรจุจากผู้สอบขึ้นบัญชีไว้ได้โดยมีเจตนารมณ์ให้ผู้สอบขึ้นบัญชีไว้ได้ซึ่งถือว่าเป็นผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้เริ่มต้นไต่ประสบการณ์จากการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่มีปริมาณงานไม่มากนัก ไม่ซับซ้อน เสียก่อน อนึ่ง เรื่องนี้เลขาธิการ ก.ค.ศ.และ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ยอมรับว่าการปรับขนาดโรงเรียนของ สพฐ. ส่งผลกระทบและสร้างปัญหาให้กับเกณฑ์การย้ายที่มีความสัมพันธ์กับขนาดโรงเรียน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วควรต้องแก้ไขหลักเกณฑ์การย้ายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายทันทีที่ค้นพบปัญหาเพราะมิฉะนั้นจะทำให้เกิดความสับสนและเสียหาย แต่เมื่อพิเคราะห์จากหลักเกณฑ์การย้ายจะเห็นได้ว่าหลักเกณฑ์ได้กำหนด

แนวทางในการแก้ปัญหาคือ หาก กศจ.ใด ไม่สามารถดำเนินการย้ายตามปกติก็ให้ส่งเรื่องให้ ก.ค.ศ.พิจารณาได้ ดังนั้นกรณีเช่นนี้จึงยังมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เช่น เมื่อมีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษว่าง และไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่ยื่นคำร้องขอย้าย แต่มีผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดเล็กยื่นคำร้องขอย้ายไว้ ซึ่งจะไม่สามารถย้ายตามหลักเกณฑ์นี้ได้เนื่องจากเป็นการย้ายเกินกว่าหนึ่งขนาด กรณีเช่นนี้ กศจ. ยังสามารถส่งเรื่องให้ ก.ค.ศ.พิจารณาได้และเมื่อพิจารณาจากเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์การย้ายแล้วเห็นได้ว่าหากยังมีผู้ยื่นคำร้องขอย้าย กศจ.ก็จะยังไม่สามารถเรียกบรรจุได้เพราะผู้สอบบรรจุขึ้นบัญชีไว้ล้วนแล้วแต่ไม่มีประสบการณ์ในการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่มีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่มีความเป็นผู้อาวุโสในการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ดังนั้น กศจ.จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยต้องมีหนังสือถึง ก.ค.ศ.เพื่อให้ ก.ค.ศ.พิจารณาและ ก.ค.ศ.จะต้องอนุมัติหรืออนุญาตให้มีการย้ายข้ามเกินกว่าหนึ่งขนาดได้ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ต่อไป

สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจขอได้โปรดพิจารณาและวินิจฉัยสั่งการให้ กศจ.ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยการอนุมัติเป็นหลักการให้มีการย้ายข้ามขนาดเกินกว่าหนึ่งขนาดได้ทั้งนี้ให้พิจารณาย้ายจากผู้ยื่นคำร้องขอย้ายขนาดเดียวกันก่อนตามลำดับ โดยหากยังคงปล่อยให้มีการเรียกบรรจุผู้ที่สอบได้ขึ้นบัญชีไว้ทั้งๆที่ยังมีผู้อำนวยการโรงเรียนยื่นคำร้องขอย้ายค้างอยู่ก็อาจทำให้ผู้ที่ใช้สิทธิยื่นคำร้องขอย้ายใช้สิทธิทางศาลทั้งศาลปกครองให้ยกเลิกเพิกถอนคำสั่งและฟ้องศาลยุติธรรมให้ดำเนินคดีอาญาในประเด็นเรื่องการไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ก็จะทำให้เกิดความวุ่นวายเสียหายได้ 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "ดร.รัชชัยย์" สะท้อนปัญหา เกณฑ์ย้าย ผอ.โรงเรียน , , , ดร.รัชชัยย์ , , สะท้อนปัญหา , เกณฑ์ย้าย , ผอ.โรงเรียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ครูกัลยา" โชว์ผลงานนโยบายโค้ดดิ้งครบ 2 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจประเทศ☕ 15 พ.ค. 2564
"ครูกัลยา" โชว์ผลงานนโยบายโค้ดดิ้งครบ 2 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจประเทศ
เปิดอ่าน 258 ครั้ง
บอร์ดกพฐ.ถก มาตรการรับมือเปิดภาคเรียน☕ 14 พ.ค. 2564
บอร์ดกพฐ.ถก มาตรการรับมือเปิดภาคเรียน
เปิดอ่าน 1,798 ครั้ง
Timeline ของครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้ว!☕ 14 พ.ค. 2564
Timeline ของครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
เปิดอ่าน 1,122 ครั้ง
"ครูเหน่ง" ตั้งคณะทำงานเร่งขับเคลื่อน Quick Win 7ข้อ☕ 14 พ.ค. 2564
"ครูเหน่ง" ตั้งคณะทำงานเร่งขับเคลื่อน Quick Win 7ข้อ
เปิดอ่าน 4,598 ครั้ง
ว7/2564 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ☕ 14 พ.ค. 2564
ว7/2564 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 2,692 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สุดยอดสิ่งมีชีวิต ตอนที่ 1 สุดยอดจ้าวความเร็ว สุดยอดสิ่งมีชีวิต ตอนที่ 1 สุดยอดจ้าวความเร็ว
เปิดอ่าน 16,382 ครั้ง
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหนรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหน
เปิดอ่าน 14,611 ครั้ง
"ว่านกาบหอย" ไม่ใช่แค่ไม้ประดับแต่เป็นยาสมุนไพร"ว่านกาบหอย" ไม่ใช่แค่ไม้ประดับแต่เป็นยาสมุนไพร
เปิดอ่าน 14,415 ครั้ง
รู้หรือยัง? วันนี้ (1 ก.ค.58) ประเทศไทยเปลี่ยนเวลาให้ช้าลง 1 วินาที อย่างเป็นทางการแล้วรู้หรือยัง? วันนี้ (1 ก.ค.58) ประเทศไทยเปลี่ยนเวลาให้ช้าลง 1 วินาที อย่างเป็นทางการแล้ว
เปิดอ่าน 14,315 ครั้ง
รวมกฏกระทรวงศึกษาธิการรวมกฏกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 68,367 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ