ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "ตรีนุช" ทำความเข้าใจกับครูทั่วประเทศ 11 พ.ค.ประเด็นเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม 1มิ.ย.

"ตรีนุช" ทำความเข้าใจกับครูทั่วประเทศ 11 พ.ค.ประเด็นเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม 1มิ.ย.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 พ.ค. 2564 เปิดอ่าน : 5,453 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
"ตรีนุช" ทำความเข้าใจกับครูทั่วประเทศ  11 พ.ค.ประเด็นเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม 1มิ.ย.

Advertisement

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลักศธ.ถึงการเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ในวันที่ 1 มิถุนายนว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศเลื่อนการเปิดภาคเรียนจากกำหนดการเดิมในวันที่ 17 พฤษภาคมเป็นวันที่ 1 มิถุนายนนั้น ซึ่งทำให้นักเรียนมีช่วงระยะเวลาว่าง 11 วันก่อนการเปิดภาคเรียน ดังนั้นตนจึงคิดว่าจะมีวิธีการใดบ้างที่อยากจะเติมเต็มการเรียนรู้ของนักเรียนแม้โรงเรียนหยุดแต่การเรียนของเด็กต้องไม่หยุดการเรียน ดังนั้นที่ประชุมจึงมีข้อสรุปว่าจะแบ่งการเตรียมความพร้อมช่วงเวลา 11 วันของนักเรียน แยกเป็นการเรียนรู้ในช่วงวันดังกล่าว 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกิจกรรมแบบออนไลน์ โดยเป็นการเรียนรู้ของกลุ่มเด็กที่มีความพร้อมในการเข้าถึงสื่อออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ และ กลุ่มกิจกรรมแบบออฟไลน์ สำหรับกลุ่มนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์ได้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ศธ.ได้ร่วมจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละช่วงวัย

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในส่วนกิจกรรมออไลน์จะมีคลังสื่อการเรียนรู้ต่างๆแขวนไว้บนเว็บไซต์ของศธ. โดยส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนสื่อการเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ขณะที่กลุ่มกิจกรรมออฟไลน์ มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทำหน้าที่ออกแบบกิจกรรมร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระดับจังหวัด เพื่อออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การฝึกทักษะอาชีพ หรือการเรียนรู้เรื่องการออมเงินของเด็กแต่ละคน เป็นต้น อย่างไรก็ตามกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ไม่ได้เป็นการบังคับว่าโรงเรียนจะต้องทำทุกแห่ง เพราะเรายังต้องคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพของนักเรียนด้วย อย่างไรก็ตาม ตนจะมีการแถลงข่าวเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะทำภาระกิจให้เชื่อมโยงกับนโยบายของรมว.ศธ. คือ ช่วงแรกการเตรียมความพร้อมของครูเรื่องอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน เพื่อให้การเปิดภาคเรียนไปแล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะไม่เกิดความเครียด เนื่องจากเรามีบทเรียนมาแล้ว 1 ปีพบว่าการจัดการเรียนการสอนผ่านออนไลน์เด็กยังไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนที่ดีพอ แต่ปีนี้เราจะสำรวจความพร้อมของเด็กแต่ละคนว่ามีความพร้อมสำหรับการเรียนในรูปแบบไหนได้บ้าง โดยเบื้องต้นจากการสำรวจพบว่าร้อยละ 50 เด็กต้องการมาเรียนที่โรงเรียน และเป็นพื้นที่สีขาว ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนั้นครูผู้สอนจะเป็นผู้จัดการเรียนการสอนให้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพเด็ก นอกจากนี้จะลดกระแสความกังวลของผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจว่าสาเหตุใดถึงต้องมาเปิดเรียนในวันที่ 1 มิถุนายน โดยสพฐ.ได้เตรียมกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพเป็นหน่วยการเรียนอย่างหลากหลายให้แก่นักเรียนในช่วง 11 วันก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักเรียน พร้อมประกาศให้เขตพื้นที่เป็นศูนย์การรับนักเรียนสำหรับเด็กที่พลาดจากการสอบเข้าโรงเรียนดังและยังไม่มีที่เรียน โดยเขตพื้นที่จะจัดลำดับโรงเรียนที่ว่างไว้ให้ ซึ่งยืนยันว่าเด็กมีที่เรียนทุกคนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ในวันที่ 11 พฤษภาคมรมว.ศธ.จะชี้แจงทำความใจให้แก่ครูทั่วประเทศได้รับทราบนโยบายการเปิดภาคเรียนด้วย


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก ไทยโพสต์ วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 

'ตรีนุช'ทำความเข้าใจกับครูทั่วประเทศ วางแผนให้เด็กเรียนรู้ก่อนเปิดภาคเรียน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงการเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ว่า ภายหลังจากที่ ศธ. ประกาศเลื่อนการเปิดเทอม จากวันที่ 17 พ.ค. ออกไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.2564 ศธ.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เตรียมความพร้อมรับเปิดเทอมไว้เป็น 2 ช่วง โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-1 มิ.ย. เป็นช่วงเวลาที่เด็กยังไม่ได้ไปโรงเรียน ศธ.มีความเป็นห่วงผู้ปกครองที่อาจจะกังวลว่าในช่วงนั้นลูกหลานอาจจะต้องมีกิจกรรมอะไรทำ ประกอบกับศธ.คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของเด็ก ๆ เนื่องจากช่วงนี้สถานการณ์ในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังไม่ปกติ ดังนั้น ขบวนการเรียนรู้จึงต้องเปลี่ยนแปลงไป

รมว.ศธ. กล่าวว่า ในวันนี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าในช่วง 11 วัน ระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-1 มิ.ย. จะมีกิจกรรมให้กับนักเรียน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ๆแรก เป็นกลุ่มออนไลน์ สำหรับเด็กที่มีความพร้อมและสามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้ ส่วนกลุ่ม 2 ไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้(ออฟไลน์) ซึ่งขณะนี้ผู้บริหารองค์กรหลัก ได้รวมตัวกันที่จะจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้ โดยทุกหน่วยงานจะจัดส่งข้อมูลกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและช่วงชั้นของนักเรียนมาไว้ในเวบกลาง เพื่อเป็นข้อมูลสื่อสารหรือแหล่งองค์ความรู้และทักษะชีวิตให้กับผู้เรียน

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนกลุ่มเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ได้ ก็ให้ผู้อำนวยการโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศึกษาธิการจังหวัด สอบถามกับทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.)จังหวัด พิจารณาว่ากิจกรรมใดที่เด็กๆสามารถทำได้บ้าง ก็ให้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมทางเลือกที่เหมาะสมให้กับนักเรียน ซึ่งขณะนี้ ศธ.ก็ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)ที่จะนำติวเตอร์ที่มีชื่อเสียง และผู้ที่มีชื่อเสียงทางการสอนศิลปะเข้ามาช่วยให้ความรู้กับเยาวชน ส่วนทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็จะมาช่วยส่งเสริมความรู้ด้านอาชีพให้กับผู้ปกครองและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ทั้งนี้ กิจกรรมที่จะจัดขึ้นให้เด็กทั้งกลุ่มออนไลน์และกลุ่มออฟไลน์ ศธ.ไม่ได้บังคับว่าทุกโรงเรียนจะต้องทำ เพราะศธ.คำนึงถึงความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่และการเข้าถึงเป็นสำคัญ

“อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ จะแถลงรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆนี้อีกครั้ง และในวันที่ 12 พ.ค. จะประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับครูทุกสังกัดทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายและแนวทางรองรับการเปิดเทอมด้วย” รมว.ศธ. กล่าว

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าเชื้อโควิดจะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน แต่เราต้องเตรียมความพร้อมโดยเป้าหมายคือผู้เรียนที่จะต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ แต่เราจะทำอย่างไรให้เรียนอย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจ และสังคมเกิดความเชื่อมั่นว่า ทางโรงเรียนจะสามรรถดูแลลูกหลานได้ โดย สพฐ.ได้เตรียมคุณครูให้สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องมือ และมีการสำรวจความพร้อมของนักเรียนเพื่อไม่ให้เกิดความเคลียด เนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมาสพฐ.ได้รับบทเรียนว่าทางโรงเรียนจัดเรียนออนไลน์เหมือนกันทุกโรงเรียน แต่บางพื้นที่เด็กไม่พร้อมได้มีเครื่องมืออุปกรณ์ ดังนั้นในปีนี้ รมว.ศธ. ให้ สพฐ.จะสำรวจความพร้อมของนักเรียนเป็นที่ตั้งก่อนว่า เด็กแต่ละพื้นที่มีความพร้อมจะเรียนแบบใดบ้างใน 5 ช่องทาง ถ้าเรียนออนไซต์ได้ ก็ให้มาเรียนที่โรงเรียน ถ้าพร้อมเรียนออนไลน์ก็จะจัดให้เรียนออนไลน์ และจากข้อมูลการสำรวจ พบว่า 50% มีความต้องการเรียนที่โรงเรียน และเป็นพื้นที่สีขาว ส่วนพื้นที่ที่เรียนออนไซต์(เรียนที่โรงเรียน)ไม่ได้ ก็ดูว่าใครเรียนออนไลน์ได้ และใครเรียนออนแอร์ หรือถ้าใครเรียนออนไลน์ และออนแอร์ไม่ได้ก็ให้เรียนออนดีมานด์ หรือเรียนออนแฮนด์ ดังนั้นในแต่ละรูปแบบคุณครูก็จะจัดการเรียนให้ตามความเหมาะสม และวิธีการที่คุณครูเข้าถึงกับนักเรียน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นที่ตั้ง

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นกระแสความห่วงใยของผู้ปกครองของนักเรียนในช่วง 11 วันก่อนเปิดเทอม สพฐ.ก็จะเน้นให้นักเรียนได้มีกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ทั้งผ่านทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเป็นทางเลือก โดยเน้นปลอดโรค ปลอดภัย เป็นหลัก นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าในวันที่ 1 มิ.ย.เป็นวันเปิดเทอม นักเรียนทุกคนจะมีที่เรียน ดังนั้น ภายหลังประกาศการรับนักเรียนแล้ว หากเด็กคนใดสอบไม่ได้ และยังไม่มีที่เรียน สพฐ.จึงเตรียมร้องรับโดยมอบให้เขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางเพื่อจัดหาที่เรียนให้กับนักเรียนทุกคนให้มีที่เรียน

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.)กล่าวว่า รมว.ศธ.ก็ได้มอบนโยบายให้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ดำเนินการทั้งกลุ่มออนไลน์และกลุ่มออฟไลน์ ให้กับผู้เรียน และมอบหมายให้ สอศ. ไปดำเนินการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยทาง สอศ. จะดำเนินการในเรื่องการอบรมเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ซึ่งในการประชุมวันที่ 11 พ.ค. นี้ ตนจะนำเสนอในรายละเอียดต่อไป


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "ตรีนุช" ทำความเข้าใจกับครูทั่วประเทศ 11 พ.ค.ประเด็นเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม 1มิ.ย. , , , ตรีนุช , , ทำความเข้าใจกับครูทั่วประเทศ , , 11 , พ.ค.ประเด็นเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม , 1มิ.ย. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
บอร์ด ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา หารือ "ตรีนุช" จี้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม☕ 17 มิ.ย. 2564
บอร์ด ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา หารือ "ตรีนุช" จี้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม
เปิดอ่าน 439 ครั้ง
สพฐ.วางแผนประเมินจัดการเรียนยุคโควิด☕ 17 มิ.ย. 2564
สพฐ.วางแผนประเมินจัดการเรียนยุคโควิด
เปิดอ่าน 555 ครั้ง
สมศ.แจงข้อมูลประเมินสถานศึกษากว่า 3,825 แห่งแล้ว☕ 17 มิ.ย. 2564
สมศ.แจงข้อมูลประเมินสถานศึกษากว่า 3,825 แห่งแล้ว
เปิดอ่าน 1,179 ครั้ง
สพฐ.ไม่ห่วง "เรียนออนไลน์ทั้งปี" เชื่อมั่นยังทำให้มีคุณภาพได้ เล็งเพิ่มภาคปฎิบัติด้วย☕ 16 มิ.ย. 2564
สพฐ.ไม่ห่วง "เรียนออนไลน์ทั้งปี" เชื่อมั่นยังทำให้มีคุณภาพได้ เล็งเพิ่มภาคปฎิบัติด้วย
เปิดอ่าน 3,540 ครั้ง
คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 2/2564☕ 16 มิ.ย. 2564
คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 2/2564
เปิดอ่าน 655 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ซอฟต์แวร์ Open Source คืออะไร?ซอฟต์แวร์ Open Source คืออะไร?
เปิดอ่าน 43,316 ครั้ง
เผยแพร่ตัวอย่าง SAR สถานศึกษา โรงเรียนหนองอ้อวิทยาคมเผยแพร่ตัวอย่าง SAR สถานศึกษา โรงเรียนหนองอ้อวิทยาคม
เปิดอ่าน 48,670 ครั้ง
แผ่นดินไหวปากีสถานดัน"เกาะ"โผล่กลางทะเลแผ่นดินไหวปากีสถานดัน"เกาะ"โผล่กลางทะเล
เปิดอ่าน 12,734 ครั้ง
ค้นพบล่าสุด...พบน้ำแข็งบนดาวอังคารค้นพบล่าสุด...พบน้ำแข็งบนดาวอังคาร
เปิดอ่าน 12,237 ครั้ง
คลิปดรัมเมเยอร์โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร พลิ้วสุด ๆ ยอดวิวหลักแสนแล้วคลิปดรัมเมเยอร์โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร พลิ้วสุด ๆ ยอดวิวหลักแสนแล้ว
เปิดอ่าน 18,044 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ