ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นักวิชาการโพสต์ข้อเสนอ 3 ข้อ สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม 11 วัน

นักวิชาการโพสต์ข้อเสนอ 3 ข้อ สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม 11 วัน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 10 พ.ค. 2564 เปิดอ่าน : 4,923 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
นักวิชาการโพสต์ข้อเสนอ 3 ข้อ สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม 11 วัน

Advertisement

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์​ จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Athapol Anunthavorasakul ถึงนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับประเด็นการประชาสัมพันธ์​ และกำหนดการในโปรแกรมอบรมครูทั่วประเทศ​ โดยได้มีข้อเสนอ 3 ข้อ​สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม​ 11​ วัน ต่อ รมว.ศธ.เพื่อพิจารณา ดังนี้

เรียน​ รมว.ศธ.​(คุณตรีนุช​ เทียนทอง)​ ตรีนุช เทียนทอง

ผมได้เห็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์​ และเห็นกำหนดการในโปรแกรมอบรมครูทั่วประเทศ​ที่ส่งต่อกันในไลน์อย่างกว้างขวางแล้ว​ เกิดข้อสงสัยอย่างยิ่งเกี่ยวกับการคัดเลือกวิทยากรโดยระดมครูจากสถาบันกวดวิชา​ แ​ละเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจากสถาบันเอกชนที่ขายคอร์สพัฒนาครูเป็นหลัก​ มาอบรมครูในระบบ เท่าที่ผมศึกษาดูจากนโยบายพัฒนาครูในหลายประเทศ​ ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา​ ยังไม่พบว่ามีประเทศใดในโลกดำเนินการด้วยแนวทางนี้นะครับ

ธรรมชาติของงานที่ติวเตอร์ทำกับครู​เต็มเวลาใน รร.ทำ​ ต่างกันมาก​ การดึงพวกเขามาไม่ใช่ความผิดพวกเขาเลย​ แต่มันสะท้อนว่าการกำหนดนโยบายยังขาดความเข้าใจเรื่องการศึกษา​และไม่ได้กำหนดนโยบายบนฐานปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม ปฏิรูปนิยม​ และมนุษยนิยมใหม่​ อันเป็นหัวใจของการศึกษากระแสหลักที่มีคุณภาพทั่วโลก​ รวมทั้ง​ระบุอยู่ใน พรบ.การศึกษาฉบับปัจจุบัน กิจกรรมตามนโยบายนี้สะท้อนชุดความคิดที่ยังติดอยู่ในโลกของการศึกษา​ 100 ปีที่แล้ว​ ที่คิดว่าต้องหาวิธีถ่ายทอด​ อธิบาย​ วิเคราะห์ให้ฟัง​ มองงานสอนเป็นงานเชิงเทคนิควิธีการมากกว่าการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

ความรู้ว่าด้วยการพัฒนาครูประจำการ (In-service Teacher Development)​ ในระดับนานาชาติ.เน้นการสร้างความแข็งแกร่งชองชุมชนเรียนรู้ของครู ​(TLC : Teacher​ Learning​ Community)​ ใช้การสืบสอบ​ (Inquiry)​ การวิจัยชั้นเรียน​ (Classroom​Research)​ การศึกษาบทเรียน (Lesson​ Study)​ ทำให้ครูเป็นนักปฏิบัติที่ชำนาญขึ้นจากการไตร่ตรองสะท้อนคิด​ (Reflective Practitioner) และทำให้โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้​ (SLC​: School​ as Leaning Community​)​ ที่มีชีวิตชีวาสำหรับทุกคน

การอบรมแบบฟัง​อย่างเดียวให้ได้​ Input แบบนี้หลายประเทศยกเลิกไปนานแล้ว​ ใช้เฉพาะวาระรับฟังนโยบายบางอย่างที่สำคัญมาก​ ๆ​ หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องระดับนานาชาติมาคุย

ในลิสต์รายชื่อวิทยากรที่มี​ ผมเชื่อว่าสำหรับครูไทยที่เก่ง​ ๆ​ ใฝ่รู้​ รักดี ก้าวข้ามกำแพงภาษาพอได้​ เห็นเข้าคงส่ายหัว​ พวกเขาหาฟังประชุมออนไลน์นานาชาติที่มีวิทยากรดัง​ ๆ​ ระดับเอเซีย-แปซิฟิค​ ระดับโลก​ ได้ด้วย​ Free Webinar​ หรือเรียนผ่าน​ Mooc และ Coursera ได้มากมาย​ ทั้งในและต่างประเทศ​ มาสักพักใหญ่แล้วนะครับ

ยิ่งไปกว่านั้นครูเก่ง​ ๆ​ ของเราเป็นวิทยากรอบรมระดับประเทศกันหลายคน​ พวกเขาน่าจะทำหน้าที่นี้ในการสื่อสาร​ แชร์ประสบการณ์จากห้องเรียนจริง​ ๆ​ สร้างแรงบันดาลใจ​ และพูดจาภาษาห้องเรียนเช่นเดียวกับเพื่อนครูได้มากกว่า

ปรากฎการณ์นี้ยังสะท้อนเรื่องใหญ่​ที่สำคัญในการพัฒนาครู​ นั่นคือการขาดการเชื่อมต่อยึดโยง​ (Alignment)​ กับสถาบันเตรียมครูพัฒนาครูอย่างคณะครุศาสตร์​ศึกษาศาสตร์​ ซึ่งเป็นปัญหาทั้ง​ 2 ฝั่ง​

กล่าวคือ​ ศธ.ก็มองไม่เห็นคุณค่า​ ไม่ศรัทธาเชื่อมั่น​ มองไม่เห็นทั้งความพร้อม​ที่มีอยู่​ (Availability)​ และการเปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้​ (Accessibility) จากสถาบันครุศึกษา ในระดับสถาบัน​นะครับ ไม่ใช่การเชื้อเชิญเจาะจงตัวเป็นราย​ ๆ​ ไป

ในอีกมุมหนึ่ง​ สถาบันครุศึกษาเหล่านี้ก็ทำตัวห่างเหิน​ ไม่แสดงภาวะผู้นำทางการศึกษา​ ไม่กระตือรือร้นมากพอที่จะร่วมรับผิดรับชอบ​กับสถานการณ์ปัญหาทางการศึกษา ลอยตัวจากความล้มเหลวของระบบ​ มาอย่างยืดเยื้อเรื้อรังยาวนาน พูดภาษาชาวบ้าน​ คือ​ ผู้กำหนดนโยบายเขามองไม่เห็นหัวพวกท่าน​ เพราะพวกท่านไม่เคยอยู่ให้เห็นหัว

พอจะเห็นบางคน​ บางกลุ่ม​ ในบางสถาบัน​ ที่พยายามจัดกิจกรรม​ โปรแกรมพัฒนาครูอยู่พอสมควร​ แต่ก็เป็นการดิ้นรนพยายามด้วยความมีแก่ใจจะร่วมรับผิดชอบ​ระดับบุคคลและกลุ่ม โดยขาดแรงส่งจากกลไกเชิงสถาบันที่เป็นกลุ่มเป็นก้อน​ (เรายังมีสภาคณบดีครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ฯ​ และที่ประชุมคณบดีครุศาสตร์ฯ​ กลุ่ม​16+1 และกลุ่ม​มหาวิทยาลัย​ราชภัฏ​ อยู่นะครับ)​

แม้​ศธ.จะไม่ได้มีอำนาจโดยตรงในการสั่งการ​ และรีบูตบทบาทหน้าที่ให้คณะครุศาสตร์​ศึกษา​ศาสตร์​ แต่เป็น​หลักการพื้นฐานที่​ ศธ.​หรือ​ MOE.ทั่วโลก​ ต้องทำ​ คือ​ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิ​ดกับสถาบันเตรียมครูพัฒนาครู​ อย่างคณะครุศาสตร์ศึกษา​ศาสตร์​

ถ้าพวกเขามองไม่เห็นบทบาทหน้าที่นี้​ ท่านก็ต้องหารือกับ​ กระทรวง​ อว.​ ให้จัดแพลตฟอร์มหารือกัน

เปรียบเทียบโดยง่าย​ กำลังเจอโจทย์ยากทางการแพทย์​ เช่น​ ​โรคระบาด​ ไม่มีประเทศใดจะกะเกณฑ์หมอ​ พยาบาล​ มานั่งฟังบรรยายจากนักเทคนิคการแพทย์​ หรือตัวแทนจำหน่ายยา ซึ่งทำหน้าที่ในฟังค์ชั่นอื่น มาอธิบายแนะนำ​ 'เครื่องมือ'​ และ​ 'สินค้า'​ แต่เขาจะสนับสนุนให้ระบบผู้ให้คำปรึกษา (Consultation)​ ระหว่างหมอและพยาบาลด้วยกันเข้มแข็ง​ ฟีดข้อมูลจากงานวิจัยและข้อมูลที่อัพเดตที่สุดให้คนทำงานภาคสนาม

ผมหาได้กล่าวโทษ​ หรือดูแคลนวิทยากรทุกท่านในลิสต์​ พวกเขาแค่ถูกเชิญ​ และเป็นการเลือกกำหนดโจทย์ที่ผิดจากผู้กำหนดนโยบาย

ผมเข้าใจว่า​ ท่าน​ รมว.ในฐานะผู้มาใหม่ของวงการย่อมถูกห้อมล้อม​ ให้คำแนะนำ​และมีคนพยายามขอเข้าพบจำนวนมากจากสารพัดบริษัทเอกชนที่ประกอบธุรกิจการศึกษา​และพร้อมเสนอความช่วยเหลือด้วยความหวังดีห่วงใย

น่าสนใจว่าเราเปลี่ยนรัฐมนตรีมาไม่รู้กี่คน​ แต่ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่ ​เครือข่ายระหว่างเทคโนแครต ข้าราชการระดับสูง​ และหน่วยธุรกิจเหล่านี้​ น่าจะแข็งแกร่งเป็นกำแพงเหล็กที่ท่านคงต้องพยายามหาทางเจาะช่องรับฟังสื่อสารกับครูจริง ๆ ที่เป็นคนทำ​งานที่หน้างานให้มากขึ้น

ฟังเสียงครู​ เสียงเด็ก​ ๆ​ ที่เป็นผู้เรียนให้มากที่สุด​ ทำความเข้าใจกลไกเชิงระบบ​ จัดทีมศึกษาข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ​ แล้วกำหนดแผนการทำงานที่เป็นประโยชน์​ บนหลักวิชา ความรู้​ และงานวิจัย

ผมมีข้อเสนอ 3 ข้อ​สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม​ 11​ วัน

1. สนับสนุนให้ทุก รร.มีการจัดการประชุมออนไลน์ถอดบทเรียนการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา​ ครูทุกคนได้มีประสบการณ์ตรงและลงมือแก้ปัญหามาหมดแล้ว​ ทั้ง​ Online​ (เลื่อมเวลา/ประสานเวลา)​ -​ On​ Air - On Screen - On Hand - On Site. รวมทั้ง​ Hybrid

ไม่มีติวเตอร์หรือนักวิชาการเจอบริบทการสอนการทำงานแบบเดียวกับคุณครูในช่วง​ พ.ค.-ก.ค.​63​ ​และ​ ธ.ค.63​ -​ม.ค.64​ ที่ต้องจัดกิจกรรมการเรียนทั้ง​ 5 ช่องทางนี้ผสมกัน

คุณครูเท่านั้นที่เคยล้มเหลว​ เรียนรู้​ หลายคนปรับตัว​ จนเกิดแนวปฏิบัติที่ดี​ สามารถแลกเปลี่ยน​ ให้คำแนะนำเพื่อนครูร่วม​ รร.ได้

การรับมือสถานการณ์นี้ เราเรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนครู​ รร.อื่น​ ผู้สอนในบริบทอื่นได้​ แต่เรื่องสำคัญ​ คือการแลกเปลี่ยนกันเองกับครูที่ดูแลนักเรียนในบริบทเดียวกัน​ วิธีที่ใช้ได้กับ​ รร.ขนาดกลางระดับชุมชนเมือง​ ไม่อาจใช้ได้กับ​ รร.ในพื้นที้ห่างไกล​ หรือกระทั่ง​ รร.ใหญ่ในเมือง​

และต่อให้ขนาดใกล้เคียงกัน​ รร.ในบริบทเด็กหลากชาติพันธุ์​ เด็กในบริบทวัฒนธรรมเฉพาะ​ และเด็กที่มีพื้นเพสถานะ​ ความพร้อมสนับสนุนของครอบครัวก็ไม่อาจเหมือนกัน

ให้เวลาคุณครูได้คุยหารือ​ ได้พัก​ ได้เตรียมตัวสอนเถิดครับ ดีกว่าบังคับให้เปิดหน้าจอเช็คชื่ออบรมออนไลน์กับใครก็ไม่รู้​ ที่ไม่ได​้เข้าใจปัญหาเฉพาะหน้าที่ครูกำลังต้องเผชิญ​ แล้วก็ต้องแอบปิดกล้องนั่งประชุมเตรียมสอนกันไป

และฝากโจทย์ให้คุณครูขบคิดวิธีการทำความรู้จักสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับ​ นร.​ ในการสอนทางไกลตั้งแต่สัปดาห์แรกของเทอม

2. ให้เด็ก​ ๆ​ ได้พัก​ ได้เล่นสนุกตามใจบ้างเถิดครับในช่วง​ 11​ วันที่เลื่อนเปิดเทอม​ เด็ก​ ๆ​ ล้ามาเต็มทีกับการเรียนปนไปปนมาระหว่างออนไลน์์/ออฟไลน์​ หลายคนเครียด เบื่อ​ เหนื่อยล้า​ หมดแรงจูงใจไปแล้ว​ รวมทั้งอีกไม่น้อยที่ซึมซับรับรู้ความเครียดทางเศรษฐกิจ สังคม​ และความหวั่นกลัวการติดเชื้อร่วมกับผู้ใหญ่
ให้เขาได้เล่​น ได้เป็นเด็ก มีเวลาว่างสั้น ๆ สัก​ 11​ วัน​ ถ้าท่านเกรงว่าจะสูญเปล่า​ แนะนำว่าให้ รร.ประสานงานกับเด็กล่วงหน้าว่าไม่มีงาน​ ไม่มีการบ้าน​ ให้เล่นเต็มที่​ แต่ฝากให้เขียนสั้น ๆ หรือวาดอะไร​ เตรียมมาเล่าให้เพื่อนและครูฟังในวันแรกที่ได้เปิดเทอมว่า​ '11 วันที่ได้มีเวลาว่าง​ ฉันทำอะไร'

3. หารือด่วนกับ​ อว.​ และเครือข่ายสถาบันครุศึกษา​ เชิญชวนผู้นำองค์กรของกลุ่มมหาวิทยาลัยทึ่มีคณะครุศาสตร์​ศึกษา​ศาสตร์​ หารือ​ ร่วมกันแบ่งพื้นที่ดูแลสนับสนุนงานคุณครูในช่วงภาคการศึกษาต้น​ ไม่มีงบประมาณก็น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่​ ทุกสถาบันภายใต้มหาวิทยาลัย​ถูกกำกับด้วยตัวชี้วัดต้องให้บริการวิชาการอยู่แล้ว​ ทำเป็นออนไลน์แพลตฟอร์ม​ ให้เรียนรู้สนับสนุนยึดโยงกันระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

เริ่มจากมหาวิทยาลัยไหนที่ส่งนิสิตนักศึกษาลงฝึกสอน​ ต้องร่วมสนับสนุนงาน​ รร.นั้น​ และ​ รร.ใดทึ่ไม่ใช่พื้นที่ฝึกงานของนิสิตนักศึกษา​ ก็ควร​จัดโซนพื้นที่​ ระดมพลังช่วยสนับสนุนกัน

ทั้งหมดนี้คือข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่อยากนำเรียนฝากไว้เพื่อพิจารณาใคร่ครวญอย่างถ้วนถี่รอบคอบ​

ด้วยความเคารพ
อรรถพล​ อนันตวรสกุล
คณะครุศาสตร์​ จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย​

......
หากข้อความนี้เป็นประโยชน์​ ฝากคุณครู​ นิสิตนักศึกษาครู​ นักการศึกษา​ นักวิชาการ​ สื่อมวลชน และทุกท่านช่วยแชร์เพื่อส่งไปให้ถึงท่านรัฐมนตรีและคณะทำงานด้วยครับ

 

ขอบคุณที่มาจาก เฟซบุ๊ค Athapol Anunthavorasakul

 

เรียน​ รมว.ศธ.​(คุณตรีนุช​ เทียนทอง)​ ตรีนุช เทียนทอง ผมได้เห็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์​...

โพสต์โดย Athapol Anunthavorasakul เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2021

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นักวิชาการโพสต์ข้อเสนอ 3 ข้อ สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม 11 วัน , , นักวิชาการโพสต์ข้อเสนอ , 3 , ข้อ , สำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม , 11 , วัน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
บอร์ด ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา หารือ "ตรีนุช" จี้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม☕ 17 มิ.ย. 2564
บอร์ด ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา หารือ "ตรีนุช" จี้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม
เปิดอ่าน 431 ครั้ง
สพฐ.วางแผนประเมินจัดการเรียนยุคโควิด☕ 17 มิ.ย. 2564
สพฐ.วางแผนประเมินจัดการเรียนยุคโควิด
เปิดอ่าน 551 ครั้ง
สมศ.แจงข้อมูลประเมินสถานศึกษากว่า 3,825 แห่งแล้ว☕ 17 มิ.ย. 2564
สมศ.แจงข้อมูลประเมินสถานศึกษากว่า 3,825 แห่งแล้ว
เปิดอ่าน 1,160 ครั้ง
สพฐ.ไม่ห่วง "เรียนออนไลน์ทั้งปี" เชื่อมั่นยังทำให้มีคุณภาพได้ เล็งเพิ่มภาคปฎิบัติด้วย☕ 16 มิ.ย. 2564
สพฐ.ไม่ห่วง "เรียนออนไลน์ทั้งปี" เชื่อมั่นยังทำให้มีคุณภาพได้ เล็งเพิ่มภาคปฎิบัติด้วย
เปิดอ่าน 3,522 ครั้ง
คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 2/2564☕ 16 มิ.ย. 2564
คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 2/2564
เปิดอ่าน 651 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทฤษฎีบทบาทสื่อมวลชนกำลังถูกท้าทายโดยสื่อใหม่ทฤษฎีบทบาทสื่อมวลชนกำลังถูกท้าทายโดยสื่อใหม่
เปิดอ่าน 35,823 ครั้ง
กินผักผลไม้เหลืองๆ ป้องกันโรคมะเร็งได้กินผักผลไม้เหลืองๆ ป้องกันโรคมะเร็งได้
เปิดอ่าน 12,244 ครั้ง
ชมคลิป ครูนครสวรรค์ แปลงร่างเป็นฮีโร่ เด็กๆ ชอบมากชมคลิป ครูนครสวรรค์ แปลงร่างเป็นฮีโร่ เด็กๆ ชอบมาก
เปิดอ่าน 10,654 ครั้ง
สภาวะการศึกษาไทย ปี 2557/2558 จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไรสภาวะการศึกษาไทย ปี 2557/2558 จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร
เปิดอ่าน 9,278 ครั้ง
เอกสารแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2558เอกสารแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2558
เปิดอ่าน 12,737 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ