แนวทางการส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทย ปีการศึกษา 2569
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แจ้งแนวทางการส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทย ปีการศึกษา 2569 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะภาษาไทยของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยเน้นให้นักเรียนทุกคนอ่านออกเขียนได้ และพัฒนาต่อยอดสู่ระดับอ่านคล่อง เขียนคล่องอย่างต่อเนื่อง
หนังสือดังกล่าวระบุว่า การดำเนินงานครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. ข้อ 4 การส่งเสริมการอ่านให้เป็นวิถีปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถค้นหาและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ รวมทั้งข้อ 4.1 ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการอ่านและการเขียน ตั้งแต่ระดับอ่านออก เขียนได้ จนถึงอ่านคล่อง เขียนคล่อง โดย สพฐ.มุ่งเน้นการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน สพฐ.ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาตรวจสอบความสามารถด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนในแต่ละระดับชั้น โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น การทดสอบและการสังเกต หากพบนักเรียนที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ให้ดำเนินการพัฒนาหรือซ่อมเสริมเป็นรายบุคคลอย่างเร่งด่วน เช่น การสอนเสริมช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน พักกลางวัน หรือหลังเลิกเรียน รวมทั้งให้กำกับติดตามการพัฒนาผู้เรียนอย่างใกล้ชิด และส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ สพฐ.ยังจัดบริการเครื่องมือคัดกรองความสามารถในการอ่านและการเขียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษานำผลการคัดกรองไปใช้วินิจฉัย วางแผน และพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ประสงค์ขอรับเครื่องมือคัดกรอง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ส่งข้อมูลศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบงานภาษาไทย จำนวน 1 คน ผ่าน QR Code ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569
ทั้งนี้ สพฐ.กำหนดจัดส่งเครื่องมือคัดกรองให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 และภาคเรียนที่ 2 ภายในวันที่ 11 ธันวาคม 2569 โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาไม่ต้องรายงานผลการคัดกรองมายัง สพฐ.
สพฐ.ยังส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเขียนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของนักเรียน เช่น การจัดมุมนักอ่านในห้องเรียน และห้องสมุดเคลื่อนที่ พร้อมทั้งสามารถศึกษาเอกสารความรู้และสื่อส่งเสริมการอ่านภาษาไทยเพิ่มเติมจากเว็บไซต์สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะภาษาไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป


ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน