Morpheus8 Burst คืออะไร? เทคโนโลยี RF Microneedling ดูแลผิวได้หลายระดับ

เมื่อผิวเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นความหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ ริ้วรอย หรือหลุมสิว ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นในผิวระดับเดียวกันทั้งหมด บางปัญหาอยู่บริเวณผิวชั้นตื้น ขณะที่บางปัญหาเกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อในระดับที่ลึกกว่า ดังนั้น การเลือกโปรแกรมดูแลผิวจึงต้องพิจารณาทั้งลักษณะปัญหา บริเวณที่ต้องการทำ และระดับความลึกของพลังงาน
Morpheus8 Burst เป็นหนึ่งในเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ออกแบบมาให้แพทย์สามารถปรับระดับการส่งพลังงานให้เหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน โดยผสานการทำงานของเข็มขนาดเล็กกับพลังงานคลื่นวิทยุ RF เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อตามระดับที่กำหนด จึงสามารถนำมาวางแผนดูแลได้ตั้งแต่งานผิวชั้นตื้นไปจนถึงระดับที่ลึกขึ้น
Morpheus8 Burst ทำงานอย่างไร?
หลักการของ
Morpheus8 Burst คือการใช้เข็มขนาดเล็กนำพลังงาน Radiofrequency หรือ RF ลงไปยังระดับผิวที่แพทย์เลือกไว้ จากนั้นพลังงานจะสร้างความร้อนภายในเนื้อเยื่อบริเวณนั้น
หากเปรียบผิวเป็นอาคารหลายชั้น ปัญหารูขุมขน ผิวไม่เรียบ หรือริ้วรอยตื้นอาจเน้นการดูแลบริเวณชั้นบน ส่วนความหย่อนคล้อยหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวอาจต้องพิจารณาระดับที่ลึกกว่า ความสามารถในการปรับความลึกจึงช่วยให้แพทย์ออกแบบการดูแลตามสภาพผิวของแต่ละคนได้
ระดับความลึกของ Morpheus8 Burst สามารถปรับได้ประมาณ 0.5–7 มม. ขึ้นอยู่กับหัวทิปและบริเวณที่ทำ โดยหัวสำหรับใบหน้ารองรับความลึกสูงสุดประมาณ 5 มม. ส่วนหัว Burst Deep สำหรับลำตัวสามารถลงได้สูงสุดประมาณ 7 มม.

จุดเด่นของ Burst Mode คืออะไร?
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน Morpheus8 รุ่นนี้คือ Burst Mode ซึ่งสามารถส่งพลังงานไปยัง 2–3 ระดับความลึกภายในหนึ่งช็อต โดยพลังงานจะถูกปล่อยจากระดับลึกขึ้นมาสู่ระดับตื้นตามค่าที่กำหนด
ข้อดีของรูปแบบนี้คือแพทย์สามารถวางแผนดูแลเนื้อเยื่อหลายระดับในบริเวณเดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดความลึกเพียงระดับเดียวตลอดทั้งพื้นที่
นอกจากนี้ยังมี Scale Mode ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานหลายระดับในหนึ่งช็อตเช่นกัน แต่มีลักษณะการปรับสัดส่วนพลังงานตามระดับความลึกแตกต่างจาก Burst Mode การเลือกใช้โหมดใดจึงขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพเนื้อเยื่อที่แพทย์ประเมิน
Morpheus8 Burst ช่วยดูแลปัญหาอะไรได้บ้าง?
ด้วยความสามารถในการเลือกระดับความลึก Morpheus8 Burst จึงสามารถนำมาพิจารณาสำหรับปัญหาผิวหลายลักษณะ เช่น ผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและกรอบหน้า รูขุมขนกว้าง ริ้วรอย ผิวไม่เรียบ หลุมสิว รวมถึงบริเวณใต้คางที่มีความหย่อนคล้อยหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวเข้ามาเกี่ยวข้อง
สำหรับปัญหาหลุมสิว แพทย์จะประเมินทั้งชนิดและความลึกของหลุมก่อนวางแผน เนื่องจากหลุมสิวไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทุกคน การเลือกระดับเข็มและพลังงานจึงต้องแตกต่างกันตามสภาพผิว
นอกจากนี้ Morpheus8 Burst Deep ยังสามารถนำมาใช้กับบริเวณลำตัวตามข้อบ่งใช้ เช่น ผิวหน้าท้องที่ดูหย่อนหรือย่น และรอยแตกลาย โดยหัว Deep มีเข็ม 40 เข็มและสามารถรองรับการทำงานในระดับที่ลึกกว่าหัวสำหรับใบหน้า
Morpheus8 Burst เหมาะกับใคร?
โปรแกรมนี้อาจเหมาะกับผู้ที่เริ่มสังเกตว่าผิวหน้าไม่แน่นเหมือนเดิม แก้มหรือกรอบหน้าเริ่มหย่อน มีริ้วรอย รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ หรือมีปัญหาหลุมสิว รวมถึงผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหลายระดับในบริเวณเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม การใช้ระดับความลึกมากไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีใบหน้าผอม แก้มตอบ ขมับตอบ หรือมีชั้นไขมันบนใบหน้าน้อย เพราะการเลือกความลึกและพลังงานต้องคำนึงถึงชั้นไขมันใต้ผิวด้วย จึงควรได้รับการประเมินเป็นรายบุคคลก่อนทำ
ทำ Morpheus8 Burst เจ็บไหม และต้องพักหน้านานแค่ไหน?
เนื่องจากเป็นการใช้เข็มร่วมกับพลังงาน RF ระหว่างทำจึงอาจรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายผิวได้ โดยทั่วไปจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกดังกล่าว แต่ระดับความรู้สึกของแต่ละคนแตกต่างกัน
หลังทำอาจพบอาการแดง บวม รู้สึกร้อนหรือยิบ ๆ รวมถึงเห็นรอยจุดเล็ก ๆ จากหัวเข็มได้ ระยะเวลาฟื้นตัวขึ้นอยู่กับระดับพลังงาน ความลึก พื้นที่ที่ทำ และการตอบสนองของผิว โดยในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงแดดจัด ความร้อน ซาวน่า การออกกำลังกายหนัก และผลิตภัณฑ์ที่เร่งการผลัดเซลล์ผิวตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
Morpheus8 Burst ต้องทำกี่ครั้ง?
จำนวนครั้งไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการดูแลและการตอบสนองของผิว แนวทางหนึ่งอาจพิจารณาประมาณ 3–4 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์ แต่ผู้ที่ดูแลหลุมสิว ความหย่อนคล้อย หรือปัญหาบริเวณลำตัวอาจมีแผนที่แตกต่างกัน
สรุป Morpheus8 Burst เทคโนโลยีดูแลผิวที่ปรับตามระดับปัญหา
Morpheus8 Burst เป็นเทคโนโลยี Fractional RF หรือ RF Microneedling ที่ผสานเข็มขนาดเล็กกับพลังงาน RF โดยสามารถปรับระดับความลึกและรูปแบบการส่งพลังงานได้หลายระดับ จุดเด่นของรุ่น Burst คือการมี Burst Mode และ Scale Mode ซึ่งเพิ่มทางเลือกในการวางแผนดูแลเนื้อเยื่อแต่ละชั้น
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวไม่เรียบ รูขุมขน หลุมสิว ริ้วรอย หรือความหย่อนคล้อย สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกใช้ระดับพลังงานที่สูงหรือลึกมากเสมอไป แต่ควรเลือกให้สอดคล้องกับปัญหาและโครงสร้างผิวของแต่ละคน ดังนั้น ก่อนทำ Morpheus8 Burst ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิว ชั้นไขมัน และบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อกำหนดระดับความลึกและพลังงานให้เหมาะสม