ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ดนตรี.... ดี...ต่อพัฒนาการลูกรัก...!!


เรื่องราวจากสมาชิก

8,387

views
Advertisement

ดนตรี.... ดี...ต่อพัฒนาการลูกรัก...!!

คุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดอยากให้ลูกเรียนดนตรีอยู่รึเปล่าคะ ถ้าใช่ก็เชิญทางนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็อย่าเพิ่งมองข้ามเรื่องนี้ไป เพราะเมื่อคุณอ่านจบคุณอาจจะเปลี่ยนใจ !!

ได้มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปที่เว็บไซต์ของรักลูกค่ะ ไปสะดุดเอากับคำถามของคุณแม่ท่านหนึ่งที่โพสต์ไว้ว่า “อยากให้ลูกเรียนดนตรี ควรเริ่มเรียนตอนไหนดีคะ ?” ตรงใจพอดีเลยค่ะ เพราะกำลังจะนำข้อมูลเกี่ยวกับดนตรีในเด็กวัยอนุบาลมาฝากกันอยู่แล้ว ก็ถือโอกาสหาคำตอบมาให้ด้วยเลย ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังสนใจอยากหากิจกรรมเสริมให้ลูกค่ะ

ดนตรี ดี กับพัฒนาการ
ดนตรีเป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสนใจอย่างมาก บางคนอยากให้ลูกเป็นนักดนตรี อยากให้ลูกชอบดนตรี หรือให้เล่นดนตรีเพื่อเป็นกิจกรรมเสริมที่ช่วยให้ผ่อนคลายก็ว่ากันไปค่ะ แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตามดนตรีมีประโยชน์ในตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกจะร้อง เล่น เต้นระบำ ก็เป็นผลดีกับพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยทั้งนั้น

จินตนาการกว้างไกล
เด็กที่ได้สัมผัสดนตรีจะเป็นคนที่ละเอียดอ่อน อ่อนโยน มีจินตนาการกว้างไกล เพราะเสียงดนตรีช่วยให้เกิดจินตนาการได้โดยไม่จำกัด ยิ่งเป็นดนตรีบรรเลงด้วยแล้ว จะช่วยให้เกิดจินตนาการได้ดีกว่าดนตรีที่มีคำร้องค่ะ อีกอย่างหนึ่งดนตรีมีผลต่อการพัฒนาอารมณ์ของเด็กด้วยนะคะ เด็กที่เล่นดนตรีจะใจเย็น ดนตรีจะช่วยให้เขามีสมาธิ มีความอดทน และช่วยฝึกความจำไปด้วยในตัว

คิดเก่งแบบมิติสัมพันธ์
การคิดเชิงมิติสัมพันธ์เป็นยังไงน่ะเหรอ ก็คือการมองเห็นภาพความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยความคิด ความรู้สึกหรือใจของเรา แล้วก็ถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นได้รู้เป็นภาพ เป็นแผนผัง หรือเป็นคำอธิบาย พูดง่ายๆ ก็คือการคิดเป็นภาพแทนตัวอักษรน่ะค่ะ เวลาเล่นหมากรุกเราต้องคิดวางแผนในใจว่าเราจะเอาชนะเกมนี้ได้อย่างไร ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้เราเห็นภาพเกมการเดินหมากรุกในใจได้แจ่มแจ๋ว แล้วเมื่อเรานำแผนนั้นมาเล่นจริงๆ ก็ชนะจริงๆ ซะด้วย นั่นล่ะค่ะความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ หรือการที่เราขับรถแล้วไม่หลงทาง แล้วยังจำได้ว่าถ้าเข้าซอยนั้นจะลัดออกซอยนี้ทะลุไปเส้นนั้นเส้นนี้ได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถของมิติสัมพันธ์เช่นกันค่ะ

ได้ยินชัดแจ๋ว
ดนตรีจะช่วยเรื่องการได้ยิน เพราะเวลาที่เด็กได้ยินเสียงดนตรีซึ่งมีลักษณะเสียงสูงๆ ต่ำๆ ก็จะรับความถี่ของคลื่นเสียงที่แตกต่างกันไปด้วย สมองซึ่งรับรู้เกี่ยวกับการได้ยินจึงถูกพัฒนาตามการฟังดนตรี เป็นการเตรียมการได้ยินในเด็กค่ะ และพ่อแม่คือบุคคลที่จะทำให้วงจรการพัฒนานี้สมบูรณ์ขึ้นได้ โดยให้ลูกได้ฟังเสียงแต่ต้องเป็นเสียงที่มีคุณภาพหน่อยนะคะ ยิ่งเด็กวัย 3-6 ขวบ เริ่มที่จะพูดได้เป็นประโยคแล้วด้วย ถ้าศักยภาพการได้ยินและฟังสูง เขาก็จะเก็บคำศัพท์จากเสียงที่จะเปล่งออกมา ทำให้เด็กได้เลียนเสียงพูดและพัฒนาการด้านการพูดจะดีขึ้นด้วย

เรียนดนตรี...เมื่อไหร่ดีล่ะ
ใครที่ชักจะเริ่มสนใจให้ลูกเรียนดนตรีก็สามารถให้ลูกเริ่มเล่นดนตรีได้เมื่ออายุ 3 ขวบขึ้นไปนะคะ แต่ขั้นแรกคุณต้องคอยสังเกตก่อนว่าลูกชอบเล่นดนตรีแบบไหน แต่ถ้ายังไม่ชัดว่าตัวน้อยของเราชอบอะไรแน่ ก็ลองเริ่มจากเครื่องดนตรีที่เป็นประเภทเครื่องเคาะ เพราะง่ายและไม่ซับซ้อน แต่จะให้ดีควรให้ลูกได้เลือกด้วยตัวเองดีกว่า และต้องไม่ลืมถามความสมัครใจด้วยนะคะว่า เขาอยากจะเรียนดนตรีหรือเปล่า ไม่ใช่เขาไม่อยากเรียน แต่คุณแม่อยากให้เรียนก็จับเขาไปเรียน แบบนี้ขอบอกเลยว่าอะไรที่ทำแล้วไม่มีความสุข ลูกเราเขาทำได้ไม่นานหรอกค่ะ

และเมื่อลูกยินยอมพร้อมใจจะเรียนแล้วสิ่งที่สำคัญก็คือ เวลาที่เรียนไปแล้วต้องไม่ให้ลูกเกิดความเบื่อหน่าย ต้องให้เขารู้สึกรัก โดยเบื้องต้นคุณพ่อคุณแม่จะสอนเองที่บ้านก็ได้ หรือว่าถ้าไม่มั่นใจก็ส่งลูกเข้าโรงเรียนก็ได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องให้ลูกเกิดความรู้สึกสนุก มีความสุขกับการเรียนรู้เรื่องนี้ ถ้าเด็กเกิดความซาบซึ้งใจ ประทับใจแล้วก็จะเดินต่อไปได้ดีเองล่ะค่ะ

ฟัง ร้อง เต้น ก็ช่วยพัฒนา
แต่ถ้าคุณดูๆ แล้ว ยังงั้ย...ยังไงเจ้าตัวเล็กของเราก็ยังไม่พร้อมจะเล่นดนตรี เราก็มีทางเลือกอย่างอื่นเกี่ยวกับดนตรีที่สามารถช่วยพัฒนาลูกของเราได้เช่นกัน เพราะจริงๆ แล้วทักษะดนตรีมีด้วยกัน 6 อย่างแน่ะค่ะ คือ ฟัง ร้อง เคลื่อนไหวประกอบจังหวะ เล่นดนตรี การอ่านโน้ต การสื่อสารโน้ต และการเรียบเรียงเสียงประสาน ซึ่งทั้ง 6 อย่าง ก็เป็นทักษะที่ซับซ้อนและต้องการความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การฟัง การร้อง การเต้น อย่างใดอย่างหนึ่งก็สามารถพัฒนาลูกเราได้แล้วค่ะ แต่ว่าการได้เล่นดนตรีจะมีข้อดีเพิ่มขึ้น เพราะเวลาคนเล่นดนตรีจะเกิดการทำงานของสมองหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นความจำ การอ่าน การมองเห็นตัวโน้ต การเคลื่อนไหว และถ้าจะเล่นดนตรีได้ดีขึ้นไปอีกก็ต้องมีเรื่องของอารมณ์ การจินตนาการไปตามเพลง ซึ่งส่วนนี้จะช่วยในเรื่องการฝึกวิธีคิดได้อีกด้วย

เลือกโรงเรียนดนตรีอย่างไรดี
หลายคนอาจมีคำถามค่ะว่า “แล้วจะเลือกโรงเรียนสอนดนตรีอย่างไรดี” มีคำแนะนำให้ค่ะว่า ถ้าจะเลือกที่สอนดนตรีให้ลูก อย่าพิจารณาที่โรงเรียน แต่ให้เลือกที่ครูผู้สอน โดยครูต้องเข้าใจเด็ก รู้จิตวิทยาสำหรับเด็ก สิ่งที่เขาสอนต้องพูดถึงการทำให้ดนตรีเข้าไปอยู่ในตัวเด็ก แต่ไม่เน้นเรื่องของการฝึกเด็กให้เป็นนักดนตรีที่เก่ง ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะวิธีการฝึกฝนนักดนตรี กับการที่ใช้ดนตรีพัฒนาเด็กจะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นลองพิจารณาดูที่ครูผู้สอนว่ามีมุมมองยังไง คิดอย่างไรเกี่ยวกับการสอนดนตรีให้เด็ก ถ้าเขามองว่าเด็กทุกคนต้องเก่งโดยไม่คำนึงถึงสภาพของเด็ก ก็คงไม่เหมาะสำหรับการสอนเด็กที่ยังเล็กค่ะ เพราะหลายแห่งแทนที่เด็กจะพัฒนาตัวเองได้จากการที่เรียนดนตรี เด็กกลับเครียด ไม่ซาบซึ้งกับดนตรีเลย เพราะว่าครูตั้งใจมากเกินไป

ส่วนเด็กๆ ที่ไปเริ่มเล่นดนตรีหลัง 6 ขวบไปแล้ว ช่วงวัยนี้ก็สามารถค่ะ แต่ต้องออกแรงมากหน่อย เพราะวัย 3-6 ปี สมองกำลังเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้มาก ถ้าเริ่มฝึกฝนในช่วงนี้เลยทักษะดนตรีก็จะไปได้ไกลกว่า แต่ถ้ามาเรียนรู้ทีหลังเขาคงต้องฝึกหนักขึ้น เพื่อให้เขาสามารถบรรลุจุดสูงสุดได้ เพราะศักยภาพของสมองในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะลดลง

มีหลายบ้านทีเดียวค่ะที่เด็กๆ มีโอกาสได้เริ่มเรียนดนตรีก็โตแล้ว เพราะครอบครัวไม่สามารถส่งเสริมได้ในช่วงเล็กๆ แต่อย่างน้อยที่สุดการเปิดเพลง การร้องเพลง การเคลื่อนไหวตามจังหวะ ก็ช่วยในการพัฒนาได้ หรืออยางน้อยให้เขามีเสียงดนตรีในใจ วงจรพวกนี้ก็จะสามารถต่อยอดไปได้เองค่ะ

อย่าคาดหวังกับลูกมากเกินไป
เมื่อลูกไปเรียนดนตรีได้สักระยะ พ่อแม่หลายคนชอบตั้งความหวังกับลูกค่ะ เห็นเด็กๆ คนอื่นไปได้ไกล ก็เกิดการเปรียบเทียบ ฝากไว้ตรงนี้เลยนะคะว่า เด็กทุกคนไม่ใช่ว่าจะสัมผัสดนตรี หรือมีความชอบความสามารถด้านดนตรีได้เหมือนกันหมด ฉะนั้นอย่ามุ่งหวังให้ลูกเก่งหรือเป็นนักดนตรีอย่างเดียว ให้คิดว่าการเรียนดนตรีในเด็กมีจุดสำคัญที่สุดคือช่วยเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ให้เด็ก เพื่อให้สมองได้รับการพัฒนา แล้วค่อยมาดูว่าลูกเราชอบหรือไม่ชอบไปได้ดีแค่ไหน ถ้าเห็นแววค่อยส่งเสริมต่อ แต่ถ้าไม่เห็นแววก็ขอแค่ลูกชอบดนตรี ได้สัมผัสกับดนตรีบ้าง มีโอกาสฝึกฝนทักษะทางดนตรีต่างๆ บ้าง ไม่ว่าจะเป็นร้อง ฟัง เล่น หรือการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะก็มีประโยชน์มหาศาลแล้วค่ะ การคาดหวังมากๆ จะทำให้ลูกเครียดมากกว่า และก็อาจจะเกลียดดนตรีไปเลยก็ได้ค่ะ

คิดเหมือนกันไหมคะว่า กิจกรรมเรียนดนตรีก็น่าสนใจและมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหม รู้แบบนี้แล้วจะช้าอยู่ไย เปิดโลกดนตรีให้กับลูกกัน.เถอะจ้า

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1712 วันที่ 10 พ.ค. 2552

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


ดนตรี.... ดี...ต่อพัฒนาการลูกรัก...!!ดนตรี....ดี...ต่อพัฒนาการลูกรัก...!!

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ดีจังเลย...

ดีจังเลย...


เปิดอ่าน 8,365 ครั้ง
มารู้จัก...อาหารทำร้ายตา

มารู้จัก...อาหารทำร้ายตา


เปิดอ่าน 8,406 ครั้ง
แค้นนี้ต้องชำระ...

แค้นนี้ต้องชำระ...


เปิดอ่าน 8,442 ครั้ง
พยางค์ละ 625 บาท

พยางค์ละ 625 บาท


เปิดอ่าน 8,397 ครั้ง
~~~~~~~~

~~~~~~~~


เปิดอ่าน 8,682 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ,ควบคุมมอเตอร์ปั้มน้ำ,

เครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ,ควบคุมมอเตอร์ปั้มน้ำ,

เปิดอ่าน 8,483 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เท่าไหร่จึงจะพอ?
เท่าไหร่จึงจะพอ?
เปิดอ่าน 8,411 ☕ คลิกอ่านเลย

....คำถามกวนๆ<>เฉลยแบบขำๆ....
....คำถามกวนๆ<>เฉลยแบบขำๆ....
เปิดอ่าน 9,192 ☕ คลิกอ่านเลย

ยังยิ้มได้
ยังยิ้มได้
เปิดอ่าน 8,388 ☕ คลิกอ่านเลย

ต่อยอด....แฟนคลับ...กับเว็บไซต์ใจเกินร้อย
ต่อยอด....แฟนคลับ...กับเว็บไซต์ใจเกินร้อย
เปิดอ่าน 8,394 ☕ คลิกอ่านเลย

ผู้หญิงนะคะ
ผู้หญิงนะคะ
เปิดอ่าน 8,392 ☕ คลิกอ่านเลย

หลักสูตรที่ใช้ "อาชีพ" เป็นฐานของการบูรณาการ
หลักสูตรที่ใช้ "อาชีพ" เป็นฐานของการบูรณาการ
เปิดอ่าน 8,427 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ดวงตา กับพัฒนาการของลูกน้อย
ดวงตา กับพัฒนาการของลูกน้อย
เปิดอ่าน 10,651 ครั้ง

4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย
4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย
เปิดอ่าน 16,553 ครั้ง

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
เปิดอ่าน 62,121 ครั้ง

เสริมดวงชะตาให้ดี ด้วยการเสริมฮวงจุ้ยประตูบ้าน
เสริมดวงชะตาให้ดี ด้วยการเสริมฮวงจุ้ยประตูบ้าน
เปิดอ่าน 22,211 ครั้ง

อะไร? อยู่ใน Wi-Fi
อะไร? อยู่ใน Wi-Fi
เปิดอ่าน 14,344 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ