ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนารูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลักของโรงเรียนนนทรีวิทยาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังห

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลักของโรงเรียนนนทรีวิทยาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลักและเพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลักของโรงเรียนนนทรีวิทยาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตามเกณฑ์มาตรฐานการบริหารฐานโรงเรียน 3 ด้าน คือ ด้านการกระจายอำนาจ ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม และด้านการบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี มีขั้นตอนการดำเนินการวิจัย ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีการบริหาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานรูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลัก ขั้นตอนที่ 2 ร่างรูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลักและนำเสนอรูปแบบฉบับร่าง ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชน เป็นหลักและความเหมาะสมในการนำไปใช้ โดยสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ (focus group) จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 4 ขั้นประเมินผลการใช้รูปแบบโดยประเมินผลการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลัก ผู้ให้ข้อมูล คือ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 7 คน คณะกรรมการบริหารงานวิชาการ 5 คน คณะกรรมการบริหารงานบุคคล 5 คน คณะกรรมการบริหารงานงบประมาณ 5 คน คณะกรรมการบริหารงานทั่วไป 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)

ผลการวิจัย พบว่า ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลักของโรงเรียนนนทรีวิทยาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี 3 ด้าน คือ 1) ด้านการกระจายอำนาจ มีการจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ทันสมัยโดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และสังคม สามารถเสนอขออัตรากำลังและมาตรฐานตำแหน่ง มีส่วนร่วมในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรตามความต้องการ มีระบบงบประมาณที่มุ่งเน้นผลงาน มีการระดมทรัพยากรและการลงทุน สามารถบริหารงบประมาณเพื่อประโยชน์ของผู้เรียน มีการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณ มีการรายงานการใช้เงินต่อต้นสังกัด มีการกำหนดมาตรฐานการบริหารงาน กำหนดมาตรการตรวจสอบ การประชาสัมพันธ์ และกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการศึกษา จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน การกำกับ และติดตามการดำเนินงาน 2) ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม มีกระบวนการสรรหาและคัดเลือกกรรมการสถานศึกษา มีสัดส่วนกรรมการมีความเข้าใจในเป้าหมายการดำเนินงาน มีความสามัคคีในการทำงาน มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและวางแผน จัดวาระการประชุมที่มุ่งพัฒนาการศึกษา นำมติ ที่ประชุมไปสู่การปฏิบัติ และมีการบริหารเครือข่าย ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรม มีส่วนร่วมในกระบวนการบริหาร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประชุมและนำมติที่ประชุมไปสู่การปฏิบัติ กำหนดแผนพัฒนาบุคลากร การบริหารงบประมาณ และการประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียน 3) ด้านการบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี มุ่งเน้นประโยชน์ของผู้เรียน จุดหมายการศึกษา มีและใช้ฐานข้อมูลและทรัพยากรของชุมชนในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีและใช้ฐานข้อมูลนักเรียนและสภาพครอบครัวเพื่อส่งเสริมและดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ บุคลากรทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการบริหาร การตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบการดำเนินงาน มีวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมและเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดีเป็นที่ยอมรับ คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งของสถานศึกษา มีระบบการประกันคุณภาพภายใน ที่พร้อมรับการประเมินภายนอก มีการตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ และด้านบริหารงานทั่วไปโดยคณะกรรมการภายนอก มีหลักฐานการใช้และพัฒนาสารสนเทศเป็นฐานการตัดสินใจและการบริหารได้ตรงกับความต้องการและมีประโยชน์ต่อผู้เรียนและสามารถตรวจสอบได้ และผลการประเมินการใช้รูปแบบ การบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นหลักของโรงเรียนนนทรีวิทยาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี 3 ด้าน คือ 1) ด้านการกระจายอำนาจ สถานศึกษามีอิสระและความคล่องตัวในการบริหารจัดการด้านวิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารจัดการงบประมาณ และการบริหารทั่วไปเพื่อประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญโดยรวมเหมาะสมมากที่สุด 2) ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม สถานศึกษามีระบบการบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยองค์คณะบุคคลและเครือข่าย เปิดโอกาสและส่งเสริมให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในกระบวนการบริหารและจัดการศึกษา โดยรวมเหมาะสมมากที่สุด 3) ด้านการบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี สถานศึกษา มีระบบการบริหารและจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลัก ธรรมาภิบาล พร้อมรับการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยรวมเหมาะสมมากที่สุด

 

ชื่อเรื่อง รายงานผลการประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโรงเรียนนนทรีวิทยาคม

อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

ผู้ประเมิน นายวิสุทธิ์ ปังสมบูรณ์สุข

ปีการศึกษา 2558

บทคัดย่อ

รายงานผลการประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนนนทรีวิทยาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนนนทรีวิทยาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยนำรูปแบบการประเมินแบบ (CIPPIEST Model) จากแนวคิดของสตัฟเฟิลบีม มาประยุกต์ใช้ โดยขยายการประเมินผลผลิต (Product Evaluation) ออกเป็นการประเมินผลกระทบ (Impact Evaluation) การประเมินประสิทธิผล (Effectiveness Evaluation) การประเมินความยั่งยืน (Sustainability Evaluation) และการประเมินการขยายผล (Transportability Evaluation) ของสิ่งที่ได้รับการประเมินกับกรอบการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 1 คน ครู จำนวน 12 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 ในปีการศึกษา 2558 จำนวน 118 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 138 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)

ผลการประเมินพบว่า

1. ด้านบริบท (Context) หลักการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยรวมมีความเหมาะสมมากที่สุด ด้านความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการกับนโยบายการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และ ความสอดคล้องระหว่างโครงการกับความต้องการจำเป็นของโรงเรียน ผู้ปกครองและท้องถิ่น โดยรวมมีความสอดคล้องมากที่สุด ด้านความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยรวมมีความเป็นไปได้มากที่สุด

2. ด้านปัจจัยเบื้องต้น (Input) ความพร้อมเกี่ยวกับสิ่งที่ป้อนเข้าสู่การดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยรวมมีความพร้อมมากที่สุด

3. ด้านกระบวนการดำเนินงาน (Process) การดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ในโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยรวมมีการปฏิบัติมากที่สุด

4. ด้านผลผลิต (Product) คุณภาพการจัดกิจกรรมและมาตรฐานการศึกษาตามโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยรวมมีความเหมาะสมมากที่สุด

5. ด้านผลกระทบ (Impact) การดำเนินโครงการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเกิดผลกระทบทางบวก เป้าหมายการพัฒนาด้านผู้บริหาร ด้านครูผู้สอน และด้านผู้เรียนมีความชัดเจนขึ้น

6. ด้านประสิทธิผล (Effectiveness) คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาด้านปัจจัยทางการศึกษา ด้านกระบวนการทางการศึกษาและด้านผลผลิตทางการศึกษามีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษาและนักเรียน โดยรวมความพึงพอใจในการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษามากที่สุด

7. ด้านความยั่งยืน (Sustainability) การดำเนินโครงการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษามีศักยภาพในการดำเนินการ สามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา

8. ด้านการขยายผล (Transportability) การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานตามเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนให้ดีขึ้น และรองรับ การประเมินภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาอย่างน้อย 1 ครั้งในทุกระยะ 5 ปี

โพสต์โดย หนิง : [5 ส.ค. 2559 เวลา 13:09 น.]
อ่าน [2028] ไอพี : 113.53.91.168
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ