ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นางดวงสุดา ปาตังตะโร โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการอ่าน เพื่อความเข้าใจในการอ่านภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่านเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) เพื่อประเมินผลรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่านที่พัฒนาขึ้น การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการพัฒนารูปแบบการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการสอบถามด้วยแบบสอบถามจากครูภาษาไทยและครูวิชาการ จำนวน 10 คน สนทนากลุ่มครูสอนภาษาไทย จำนวน 6 คน และสอบถามนักเรียน เรื่องสภาพปัญหาการอ่านภาษาไทยของนักเรียน โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ ระยะที่ 2 การสร้างและหาประสิทธิภาพรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน โดยการศึกษาเอกสาร ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ โดยนำรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่านที่พัฒนาขึ้น ซึ่งจัดทำเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน จำนวน 6 แผน ใช้เวลา 18 ชั่วโมง ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 2 ห้องเรียน ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม จัดเป็นกลุ่มทดลอง 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 53 คน และกลุ่มควบคุม 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 50 คน และระยะที่ 4 การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบที่พัฒนาขึ้น โดยการสอบถามครูผู้ใช้รูปแบบและผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 15 คน แบ่งเป็นครูในโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ จำนวน 10 คน และครูโรงเรียนอื่นที่นำรูปแบบไปใช้ จำนวน 10 คน สอบถามนักเรียนและสนทนากลุ่มนักเรียนกลุ่มทดลองที่เรียนด้วยรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามครู เรื่อง สภาพปัญหาและความต้องการพัฒนาการสอนอ่านภาษาไทย แบบเก็บข้อมูลการสนทนากลุ่มครู แบบสอบถามนักเรียน เรื่อง สภาพปัญหาการอ่านภาษาไทยของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน จำนวน 6 แผน แบบทดสอบวัดความเข้าใจการอ่านภาษาไทย แบบประเมินความพึงพอใจในการเรียน และแบบประเมินรูปแบบการอ่านสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t - test การหาประสิทธิภาพรูปแบบ และการหาดัชนีประสิทธิผลของรูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้วิธี

การสรุปประเด็น

ผลการวิจัยพบว่า

1) ปัญหาเกี่ยวกับการอ่านและการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้แก่ นักเรียนอ่านแล้วสามารถสรุปความ ตีความได้ในระดับน้อย ครูขาดการปรับปรุง วิธีการสอนอ่านอย่างจริงจัง ครูมีความเห็นว่าควรปรับปรุงรูปแบบการอ่านเป็นแบบกลุ่มขนาดเล็ก

2) รูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่านเพื่อส่งเสริมความเข้าใจ ในการอ่านภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มี 5 องค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหาการอ่าน ขั้นตอนกิจกรรมการอ่าน และการวัดและประเมินผล โดยขั้นตอนกิจกรรมการอ่านอ่าน 5 ขั้น ซึ่งเรียกว่า PSDRC model คือ ขั้นเตรียม (Preparation) ขั้นเรียนรู้เนื้อหา (Study) ขั้นสาธิตการอ่าน (Demonstration) ขั้นอ่านร่วมกัน (Reading) และขั้นสรุปผลการอ่าน (Conclusion)

3) กลุ่มทดลองที่เรียนด้วยรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน มีคะแนนความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ กลุ่มทดลองที่เรียนด้วยรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่าน มีคะแนนความเข้าใจการอ่านภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4) นักเรียนกลุ่มทดลองมีระดับความพึงพอใจในการเรียนระดับมากที่สุด นักเรียนกลุ่มทดลองมีความคงทนในการเรียนรู้เมื่อทดสอบที่ระยะหลังเรียน 8 สัปดาห์ ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่านโดยผู้เกี่ยวข้อง อยู่ในระดับมากที่สุด ประสิทธิภาพของรูปแบบการอ่านแบบกลุ่มเล็กร่วมกับการใช้กลยุทธ์การอ่านที่พัฒนาขึ้น เท่ากับ 90.89/91.13 ดัชนีประสิทธิผลของรูปแบบ เท่ากับ 0.7552

โพสต์โดย นุ๊ก : [26 ก.ค. 2566 เวลา 07:21 น.]
อ่าน [100231] ไอพี : 180.180.124.142
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 111,573 ครั้ง
ประวัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ "นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์"
ประวัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ "นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์"

เปิดอ่าน 15,201 ครั้ง
6 เหตุผลธรรมดา แต่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณไม่รวยสักที
6 เหตุผลธรรมดา แต่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณไม่รวยสักที

เปิดอ่าน 26,619 ครั้ง
นางสงกรานต์ ปี 2559 "มณฑาเทวี" ทำนายฝนตกไม่ทั่วเมือง ข้าวพัง-ของแพง
นางสงกรานต์ ปี 2559 "มณฑาเทวี" ทำนายฝนตกไม่ทั่วเมือง ข้าวพัง-ของแพง

เปิดอ่าน 23,999 ครั้ง
แนวทางในการพัฒนาระบบ
แนวทางในการพัฒนาระบบ

เปิดอ่าน 16,598 ครั้ง
วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ
วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ

เปิดอ่าน 18,701 ครั้ง
 16 พฤติการณ์ เข้าข่ายผู้เป็นอิทธิพล
16 พฤติการณ์ เข้าข่ายผู้เป็นอิทธิพล

เปิดอ่าน 11,473 ครั้ง
น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ
น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ

เปิดอ่าน 1,395 ครั้ง
วางแผนการเงินฉบับคนรุ่นใหม่ จัดการหนี้ยังไงให้ชีวิตไม่สะดุด
วางแผนการเงินฉบับคนรุ่นใหม่ จัดการหนี้ยังไงให้ชีวิตไม่สะดุด

เปิดอ่าน 17,145 ครั้ง
ผลิตพืชอินทรีย์ / สมุนไพรกำจัดโรคและแมลง
ผลิตพืชอินทรีย์ / สมุนไพรกำจัดโรคและแมลง

เปิดอ่าน 21,973 ครั้ง
แรงบันดาลใจ ถ่ายรูปให้ลูกมุมเดิม 14 ปี ตั้งแต่เด็กจนโต ชมคลิป
แรงบันดาลใจ ถ่ายรูปให้ลูกมุมเดิม 14 ปี ตั้งแต่เด็กจนโต ชมคลิป

เปิดอ่าน 30,376 ครั้ง
การจัดลำดับอาวุโสในราชการ
การจัดลำดับอาวุโสในราชการ

เปิดอ่าน 12,106 ครั้ง
คลิปสะเทือนวงการข่าว! "เตเต้-ปันปัน" นร.ศรีสะเกษ สวมบทผู้ประกาศ เป๊ะ ปังมาก
คลิปสะเทือนวงการข่าว! "เตเต้-ปันปัน" นร.ศรีสะเกษ สวมบทผู้ประกาศ เป๊ะ ปังมาก

เปิดอ่าน 16,771 ครั้ง
น้ำผึ้ง...หวานเป็นยา
น้ำผึ้ง...หวานเป็นยา

เปิดอ่าน 2,070 ครั้ง
ร่มไม้เท้า สินค้ากันฝนอเนกประสงค์สำหรับผู้สูงอายุ
ร่มไม้เท้า สินค้ากันฝนอเนกประสงค์สำหรับผู้สูงอายุ

เปิดอ่าน 177,659 ครั้ง
15 ต้นไม้ริมรั้ว ที่นิยมปลูกไว้ในบ้าน
15 ต้นไม้ริมรั้ว ที่นิยมปลูกไว้ในบ้าน

เปิดอ่าน 39,407 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง! การประชุมทางไกล ระบบติดตามและประเมินผลครูผู้เข้ารับการพัฒนา
รับชมย้อนหลัง! การประชุมทางไกล ระบบติดตามและประเมินผลครูผู้เข้ารับการพัฒนา
เปิดอ่าน 147,981 ครั้ง
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
เปิดอ่าน 27,621 ครั้ง
เกษตรกรมือใหม่ต้องรู้ ระบบน้ำเลี้ยงมีความสำคัญมากยังไง
เกษตรกรมือใหม่ต้องรู้ ระบบน้ำเลี้ยงมีความสำคัญมากยังไง
เปิดอ่าน 1,358 ครั้ง
ฝังรากฟันเทียม: ฟันแท้ที่สองของคุณ ใช้งานได้นานเป็นธรรมชาติ
ฝังรากฟันเทียม: ฟันแท้ที่สองของคุณ ใช้งานได้นานเป็นธรรมชาติ
เปิดอ่าน 115,100 ครั้ง
การทำเทียนหอมกันยุง
การทำเทียนหอมกันยุง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ