1. ความสำคัญของผลงาน หรือนวัตกรรมที่นำเสนอ
๑.๑ สภาพปัญหา
การอ่านเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การอ่านการเขียนทำให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ พฤติกรรมและค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลง การดำเนินชีวิตพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต การอ่านการเขียนจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างยิ่ง เช่น การอ่าน การเขียนเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้ ผู้อ่านหรือเขียนมากย่อมและถ้านำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม สังคมย่อมมีประสิทธิภาพในการพัฒนาในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๖ ได้กล่าวถึงแนวการจัดการศึกษาตามมาตราที่ ๒๒ ไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันการแก้ไขปัญหา การศึกษาของครูยังไม่สามารถพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ และกระบวนการจัดการเรียนการสอนยังไม่มีวิธีการที่หลากหลายที่จะสามารถพัฒนาผู้เรียนใต้ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร จึงทำให้เด็กในวัย แรกเริ่มในการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาด้านการอ่านการเขียนของขั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ เพราะนักเรียนมีความบกพร่องด้านการอ่านและการเขียนแล้วจะทำให้กระบวนการเข้าใจในบทเรียนทุก ๆ วิชานั้นมีปัญหาและทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย ไม่กระตือรือร้นที่จะเรียน ด้วยเหตุนี้นโยนายการศึกษาจึงเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาการที่ให้ยกระดับ การอ่าน การเขียนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 คือ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยให้นักเรียนอ่านออกและเขียนได้ จึงเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงของการศึกษาของชาติ หากผู้ใดมีความบกพร่องหรือขาดความสามารถในการอ่านและเขียน ก็จะส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการสื่อสารและการเรียนรู้ในระดับชั้นต่อไป
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนต้องวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สมรรถะสำคัญของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยมีหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญการจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองและการจัดการเรียนรู้ที่เน้นคุณธรรม จริยธรรม ในการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญผู้สอนต้องจัดกระบวนการที่หลากหลาย
การทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้ และความคิดรวบยอดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ถึงข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนใน 3 ด้าน คือ 1. ความสามารถด้านภาษา (Literacy) 2. ด้านคำนวณ (Numeracy) 3. ด้านเหตุผล (Reasoning Abilities) ผลการทดสอบในแต่ละปีที่ผ่านมาชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านแขวงกลั่น มีผลคะแนนค่อนข้างน้อย
ข้าพเจ้าจึงมีความสนใจในการคิดค้นนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนขึ้น เพื่อที่จะพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านออกของผู้เรียน การสอบ National Test (NT) ให้สูงระดับร้อยละ 80 ที่โรงเรียนตั้งไว้
จากปัญหาดังกล่าวข้าพจ้าจึงได้คิดค้น นวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) " อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน"เพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านออกและเขียนได้และยกระดับผลสัมฤทธิ์การประเมินความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน National Test (NT) ให้มากกว่าร้อยละ ๘0 ตามที่โรงเรียนได้กำหนดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาอื่น ๆ ได้ สูงขึ้น
๑.๒ แนวคิดในการดำเนินการ
จากสภาพปัญหาและความต้องการของนักเรียนข้างต้น ทำให้ข้าพเจ้าได้เกิดแนวคิดในการที่จะแก้ปัญหาในเรื่องการพัฒนาการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ข้าพเจ้าจึงได้คิดค้นแนวการดำเนินงานตามวงจรการบริหารที่มีคุณภาพ PDCA ประกอบไปด้วย 2 ชั้นตอน และใช้แนวการสอนโดยกระบวนการ BBL Active Learning ๕ ขั้นตอน โดยผ่านกิจกรรมการฝึกฝน ด้วยการใช้วิธีการสอนที่มีความหลากหลาย ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจ เห็นความสำคัญของด้านการอ่านและการเขียนให้สอดคลัยงกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ครูต้องเน้นการสอนอ่านให้เกิดทักษะการอ่านพื้นฐานและลดการสอนตามแบบเรียน เพราะดูเป็นวิชาการและไม่น่าสนใจไม่ตรงตามความเข้าใจของเด็กวัยนี้
1.๓ หลักการในการดำเป็นการ
จากปัญหาข้างต้นข้าพเจ้าจึงได้ศึกษาข้อมูล ค้นหากระบวนการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมโดยใช้หลักการ กระบวนการตามแนวทาง " อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน" เป็นการใช้ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องด้านการอ่านและการเขียนโดยครูได้จัดกระบวนการเรียนการสอน Active Learning โดยใช้กิจกรรมการฝึกฝน ๕ ขั้นตอน ซึ่งครูผู้สอนจำเป็นต้องใช้กลวิธีและเทคนิคที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นสมองของนักเรียน ดังนั้นการสอนที่ดีต้องสอดคล้องกับการที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายของการศึกษานั้น ขึ้นอยู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ดังนั้นขั้นตอนที่นำมาเป็นกระบวนการสอนนั้นจะสอนตามหลักการ Active Learning การให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์จนเกิดความรู้ ความเข้าใจ นำไปประยุกต์ใช้สามารถ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าหรือสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และพัฒนาตนเองเต็มความสามารถ รวมถึงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เขาได้มีโอกาสร่วมอภิปรายให้มีโอกาสฝึกทักษะการสื่อสาร ทำให้ผลการเรียนรู้เพิ่มขึ้น ๗0% การนำเสนองานทางวิชาการ เรียนรู้ในสถานการณ์จำลอง ทั้งมีการฝึกปฏิบัติในสภาพจริง มีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ผลการเรียนรู้เกิดขึ้นถึง ๘0% เพื่อให้ผู้เรียนมีความสนุกสนานเกิดความสุขในการเรียนรู้ตามรูปแบบที่ตนถนัด รวมทั้งยังมีโอกาสพัฒนาความสามารถด้านอื่น ๆ ที่ตนเองไม่ถนัดด้วยวิธีการหลากหลายอีกด้วย โดยอาจเริ่มจากรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลแล้ววางแผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้เรียนรวมทั้งสร้างโอกาสให้เขาได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
2. จุดประสงค์ของการดำเนินงาน
2.1 เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
2.2 เพื่อพัฒนาด้านการอ่านออกของผู้เรียน National Test (NT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
2.3 เพื่อปลูกฝังเจตคติที่ดีในด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
3. ขอบเขตของการดำเนินงาน
3.1 เป้าหมายของการดำเนินงาน
- เป้าหมายเชิงปริมาณ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สามารถพัฒนาด้านการอ่านการเขียนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐
๒. นักเรียนขั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สามารถพัฒนาด้านการอ่านออกของผู้เรียน National Test (NT) ร้อยละ ๘0
3. นักเรียนขั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีเจตคดีที่ดีในการอ่านและการเขียนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐
- เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ มีผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านการเขียนที่สูงขึ้น
๒. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านออกของผู้เรียนNational Test (NT) ที่สูงขึ้น
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ มีเจตคติที่ดีในด้านการอ่านและการเขียนที่สูงขึ้น
3.2 ขอบเขตของเนื้อหา
3.2.1 สร้างและใช้วิธีการจัดการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน
3.2.2 ปูพื้นฐานไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ในการทดสอบ National Test (NT) ให้มีคุณภาพ
3.2.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในวิชาภาษาไทยและกลุ่มสาระอื่น ๆ ที่มีคุณภาพ
3.3 ขอบเขตของระยะเวลา
ปีการศึกษา 2564
4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
นักเรียนรู้และเข้าใจ พยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ มีความสนใจและกระตือรือร้นในการเรียนนั้นก็คือมีเจตคติที่ดีในการอ่านและการเขียนมากยิ่งขึ้น นักเรียนมีความกล้าแสดงออก สามารถเข้าใจหลักการสะกดคำแจกลูกและออกมาอ่านให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียนได้ และมีความสุขในการทำกิจกรรมทุก ๆ กิจกรรมที่คุณครูสอน รวมไปถึงสามารถสามารถนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ทำเป็นชิ้นงานในรูปแบบต่าง ๆ สามารถเขียนเรื่องจากภาพ สร้าง Mind Mapping ความรู้ สรุปใจความที่สำคัญจากการอ่านและเขียนได้ และสามารถออกไปนำเสนอคำศัพท์ พื้นฐานภาษาไทยได้
5. กระบวนการผลิตผลงานชั้นตอนการดำเนินงาน
ข้าพเจ้าได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรม " อ่านคล่อง เขียนถูก ผูกด้วยBBL " โดยใช้กระบวนการดำเนินงานวงจรบริหารที่มีคุณภาพ PDCA ดังนี้
5.๑ ชั้นวางแผน (Plan) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนในการวางแผนที่จะพัฒนานวัตกรรม " อ่านคล่อง เขียนถูก ผูกด้วย BBL" มีขั้นตอนดังนี้
5.๑.๑ ผลสัมฤทธิ์การประเมินความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน National Test (NT) การศึกษา ๒๕๖5
5.๑.๒ ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษามาตรฐานการศึกษาและตัวชี้วัด แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
5.1.๓ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบนวัตกรรม " อ่านคล่อง เขียนถูก ผูกด้วยBBL"
๓.๑.4 ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ Active Learning ในการขับเคลื่อนการพัฒนาการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านแขวงกลั่น
5.๒ ขั้นดำเนินการตามเผน (DO) ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนศึกษาผู้เรียนรายบุคคล ค้นพบปัญหาและความต้องการของนักเรียน ขั้นนี้เป็นขั้นตอนการจำลองสถานการณ์ให้การอ่านไม่ออก เขียนไม่คล่องเปรียบเสมือนโรคที่ ต้องการได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยขั้นตอนในการรักษาจะคล้ายกับการรักษาโรคในคลินิกหรือโรงพยาบาล โดยแบ่งได้ทั้งหมด ๔ ขั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นตอนการคัดกรอง
2. วินิจฉัยปัญหา
๓. จัดการเรียนการสอน ด้วยนวัตกรรม" อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน"
๔. สรุปผลการจัดกิจกรรม
5.๒.๑ ขั้นตอบการคัดกรอง เป็นการคัดกรองด้วยวิธีการทดสอบโดยใช้เครื่องมือการประเมิน
เพื่อคัดกรองนักเรียบอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ต่ำกว่าเกณฑ์ มีจำนวน ๔ ชุด ถ้าผลการทดสอบมีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ตั้งแต่ ๒ ชุด ขึ้นไป ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์
5.๒.๒ วินิจฉัยปัญหา ขั้นตอนนี้จะเป็นการค้นหาสาเหตุการอ่านไม่ออกเซียนไม่คล่อง โดยสรุป
การวินิจฉัยปัญหาต้านการอ่านการเขียนและการมีเจตติที่ตีในด้านการอ่านและการเขียนได้
5.๒.๓ จัดการเรียนการสอน ขั้นตอนนี้จะเป็นการตำเนินการจัดกิจกรรมตามรูปแบบตาขั้นนตอน " อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน" ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนการสอนตามหลักการ Active learning การให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์จนเกิดความรู้ มีทั้งหมด ๕ กิจกรรมใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ Active Learning ๕ ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้
กิจกรรมที่ ๑ ชื่อกิจกรรม เรียนรู้อักษรไทย โดยใช้อักษรสี กิจกรรมนี้เป็นการฝึกจดจำและฝึกอ่าน พยัญชนะ สระ ตัวสะกดและ วรรณยุกต์ กิจกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการอ่านและการเขียนที่จะทำให้เด็ก ๆ อ่านออกนั้นก็คือการรู้จักพยัญชนะ สระ ต้องเริ่มให้เด็กหัดออกเสียงพยัญชนะให้ชัดและจำพยัญชนะได้ทุกตัว และเริ่มอ่านสระ และท่องจำรูปสระ ว่าแต่ละรูปออกเสียงอย่างไร และให้เด็กทบทวนพยัญชนะ และสระ จนมั่นใจว่าเค้าสามารถจดจำสระและพยัญชนะ ได้ครบทุกตัว เมื่อจำได้แล้วก็จะสามารถสอนอ่านได้ พอฝึกจดจำพยัญชนะและอ่านได้แล้วหลังจากนั้นจะเป็นการฝึกเขียนพยัญชนะโดยเราจะใช้แนวความรู้โดยการใช้ทฤษฎี BBL เรื่องสีเข้ามาช่วยในการจำของนักเรียนได้เพิ่มมากขึ้น โดยการกำหนดได้ดังนี้
สีดำ เป็นสีที่ใช้แทนพยัญชนะต้น
สีแดง เป็นสีที่ใช้แทนสระ
สีน้ำเงิน เป็นสีที่ใช้แทนตัวสะกด
สีเขียว เป็นสีที่ใช้แทนวรรณยุกต์
กิจกรรมที่ ๒ ชื่อ กิจกรรม ฝึกอ่านหัดเขียนโดยใช้เพลง กิจกรรมนี้เป็นการ ฝึกแจกลูกอ่านและเขียน ผันเสียงคำ ขั้นตอน นี้เป็นการสอนอ่านแจกลูกละกดคำ การสอนพื้นฐานให้กับเด็ก ๆ ผ่านการร้องเพลง โดยเริ่มจากการอ่านคำง่าย ๆ คือการนำ พยัญขนะ ไปประสมกับสระโดยยังไม่ต้องมีตัวสะกด เมื่อเด็กสามารถออกเสียงสระอาได้อย่างชัดเจนแล้วก็สามารถข้ามไปสระต่อไปได้ ซึ่งวิธีที่จะช่วยให้เด็กจดจำได้ง่ายก็คือการทบทวน ทุกครั้งทีสอนจบในแต่ละ สระ ให้กลับมาทบทวนอีกครั้ง แล้วจึงสอนสระต่อไป แล้วกลับมาทบทวนใหม่เรื่อย ๆ ในขั้นตอนนี้ เราจะใช้สื่อเข้า มาช่วยในการจัดการเรียนการสอน เช่น สระ อา สระ อี และเป็นกิจกรรมต่าง ๆ ใช้ในการเรียนจัดการเวียนการสอน เมื่อนักเรียนมีการอ่านเจก ถูกคำได้คล่องแล้วนั้น นักเรียนก็จะมาเริ่มฝึกเขียนคำลงในสมุด โดยใช้เทคนิคการใช้สี การเคาะจังหวะเข้ามาช่วยให้นักเรียนอ่านและจดจำได้มากยิ่งขึ้น
กิจกรรมที่ ๓ ชื่อ กิจกรรม สนุกกับการเรียน โดยใช้การเล่นเกม กิจกรรมนี้เป็นการฝึกแจกลูก อ่านและเขียนคำ โดยนักเรียนต้องแข่งกันไปหยิบกล่องคำพยัญชนะและนำมาต่อเป็นคำจากนั้นเขียนคำศัพท์ที่ได้ลงในแผ่นกระดานของตัวเอง นำมาให้ให้ครูฟัง กิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้กระตุ้นสมองผ่านกิจกรรมเกม ได้เคลื่อนไหวพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ทำให้นักเรียนสนุกในเรียนรู้และไม่เกิดความเบื่อหน่ายในชั้นเรียน
กิจกรรมที่ 4 ชื่อ กิจกรรม ฝึกแจกลูก สะกดคำล่าของรางวัล โดยใช้การแข่งขัน กิจกรรมนี้เป็นการฝึกแจกลูกอ่านและเขียน โดยครูหมุนเกมคำศัพท์ ถ้าหยุดที่คำไหนนักเรียนต้องรับวิ่งมากดกระดิ่งใครกดได้ก่อนคนนั้นจะมีสิทธิแจกลูก สะกดคำ และอ่านคำศัพท์นั้น ถ้านักเรียนอ่านถูกต้องก็จะได้ล่วงกล่องนำโชคซึ่งจะมีลูกปิงปองเขียนตัวเลขแทนจำนวนแสตมป์ที่นักเรียนจะได้รับ เพื่อนำไปสะสมแลกรางวัล กิจกรรมนี้จะทำให้นักเรียนสนุกและกระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียนได้เป็นอย่างดี
กิจกรรมที่ ๕ ชื่อ กิจกรรม สร้างประโยค โดยใช้ My Maps กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เน้นการอ่านและเขียนเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ในกิจกรรมที่ ผ่านมาทั้ง ๔ กิจกรรม ครูจะให้นักเรียนได้ฝึกอ่านบัญชีคำพื้นฐานและหนังสือวิชาภาษาไทยเล่มภาษาพาที แล้วฝึกเขียนตามคำบอกลงในสมุด วันละ 10 คำ ทุกวัน แล้วให้นำคำที่เขียนตามคำ บอกไปฝึกแต่งประโยควันละ ๑๐ ประโยค ก่อนเริ่มเรียนวิชาภาษาไทย หากนักเรียนอ่านหรือเขียนคำผิด ต้องแก้คำผิดให้ถูกต้องก่อนโดยการคัดลายมือคำที่ผิด จำนวน ๓ ครั้ง และได้ทำการเรียนซ่อมเสริมในเรื่องการอ่านและการเขียน ในเวลาว่างหลังเลิกเรียน และในส่วนของการทำใบงานนักเรียนจะเป็นคนกำหนดการออกแบบขึ้นงานของตนเอง นักเรียนจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำใบงาน และเกิดความภาคภูมิใจในขึ้นงานของตนเองส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่คงทนถาวร
5.๒.๓ สรุปผลและติดตาม (Check) ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนในการสรุปผลการแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยเราจะใช้ชุดการทดสอบแบบคัดกรองการอ่านการเขียน ผลปรากฎว่าจากการดำเนินงานนักเรียนจำนวน ๓ คน ผ่านการทคสอบอยู่ที่ ร้อยละ ๘0 ของการทดสอบ ส่งผลให้นักเรียนมีผลการทดสอบความสามารถการอ่านออกของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา ๒๕๖4 ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ร้อยละ ๘0 ผลปรากฎว่าการใช้กิจกรรมการเรียนโดยใช้นวัตกรรม " อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน" ประสบผลสำเร็จและนักเรียนมีเจตคติที่ดีขึ้นในการเรียนการสอนในทุกรายวิชา สำรวจได้จากแบบประเมินความคิดเห็นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5.๒.๔ ขั้นตอนการดำเนินงานให้เหมาะสม (Action) นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้สามารถอ่านออกและเขียนได้ พร้อมมีเจตคติที่ดีในการเรียนรู้ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมดำเนินงานเมื่อจัดกระบวนการเสร็จสิ้นนักเรียนมีความกล้าแสดงออกและมั่นใจในการเรียนมากยิ่งขึ้นโดยมีความให้รู้ใฝ่เรียนในแต่ละกิจกรรมที่คุณครูได้ให้นักเรียนทำและฝึกความกล้าแสดงออกในหลาย ๆ กิจกรรม เช่น นำเสนอภาษาไทยวันละคำ อ่านเรื่องสั้น เล่านิทานให้เพื่อนฟัง เป็นต้น
6. ผลการดำเนินการ /ผลสัมฤทธิ์
ผลการดำเนินการ
6.1 นักเรียนขั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีพัฒนาด้านการอ่านการเขียนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘5
6.๒ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลคะแนนการทดสอบ National Test (NT) สูงขึ้น
6.๓ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที 3 มีเจตคติที่ดีในการอ่านและการเขียนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๕
6.๔ ผลที่เกิดกับโรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านแขวงกลั่น เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้น้อยลง และนักเรียนมีผลการทดสอบสามารถการอ่าน การเขียน และ ผลการทดสอบ National Test (NT) มีคะแนนที่สูงขึ้น
6.๕ ผลที่เกิดกับครู คือ จากการทำนวัตกรรม " อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน" เป็นนวัตกรรมที่ครูสามารถนำมาใช้จัดกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และนวัตกรรมนี้สามารถนำไปเผยแพร่ให้คุณครูชั้นอื่นได้นำเอาวิธีการและหลักการในนวัตกรรมไปแก้ไข ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ในแต่ละชั้นได้ ทำให้แต่ละขึ้นจะปลอดกับนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์การเรียนในแต่ละวิชาเพิ่มสูงขึ้น
6.6 ผลที่เกิดกับนักเรียน คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความสามารถด้านการอ่านและการเขียน อยู่ในระดับที่สูงขึ้น และจากผลการทดสอบ NT อยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆมา รวมไปถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของรายวิชาภาษาไทยและวิชาอื่น ๆ อยู่ในระดับที่สูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจของผู้บริหาร คณะครูและผู้ปกครองเป็นอย่างมากรวมไปถึงผู้เรียนมีความสุขในการเรียนในทุก ๆ รายวิชา
ผลสัมฤทธิ์
นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียน มีผลคะแนนในการทดสอบ NT สูงขึ้นและมีเจตคติที่ดีในการเรียนวิชาภาษาไทยมากขึ้น และส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในแต่ละวิชาเพิ่มสูงขึ้น
7. ปัจจัยความสำเร็จ
จากการดำเนินงานพัฒนาการอ่านการเขียนนักเรียนขั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านแขวงกลั่นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 โดยใช้นวัตกรรม " อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน" ประกอบด้วย ๕ กิจกรรม คือ
กิจกรรมที่ ๑ ชื่อกิจกรรม เรียนรู้อักษรไทย โดยใช้อักษรสี
กิจกรรมที่ 2 ชื่อ กิจกรรม ฝึกอ่านหัดเขียนโดยใช้เพลง
กิจกรรมที่ ๓ ชื่อ กิจกรรม สนุกกับการเรียน โดยใช้การเล่นเกม
กิจกรรมที่ ๔ ชื่อ กิจกรรม ฝึกแจกลูก สะกดคำ โดยใช้การแข่งขัน และของรางวัล
กิจกรรมที่ ๕ ชื่อ กิจกรรม สร้างประโยค โดยใช้ My Maps
โดยการบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย นั้นข้าพเจ้าได้นำหลักการและทฤษฎีสร้างเป็นนวัตกรรมขึ้นมานอกจากนั้นข้าพเจ้าได้รับการ สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับบุคคล หน่วยงานและภาคีเครือข่าย
ในการส่งเสริมให้ความรู้ เกี่ยวกับการพัฒนาโรงเรียนและได้จัดกิจกรรม PLC ผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านแขวงกลั่น เป็นแรงขับเคลื่อนในการดำเนินการพัฒนาอย่างยั่งยืน
8. บทเรียนที่ได้รับ
8.๑ นวัตกรรม " อ่านคล่อง เขียนถูก ด้วย BBL 5 ขั้นตอน"
8.๒ สิ่งที่สำคัญในการสร้างความสำเร็จ คือกระบวนการเรียนรู้ระหว่างทางที่ทำให้นักเรียนเติบโตได้
8.๓ นักเรียนเรียนเกิดความรู้ที่คงทน และสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
8.๔ ผู้ปกครอง เกิดความภูมิใจในตัวบุตรหลาน และชุมชนมีความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของโรงเรียน
8.๕ ได้รูปแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความแตกต่างของและหลากหลายของผู้เรียน
8.๖ นำความรู้และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาพัฒนาและปรับปรุงให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
9. บรรณานุกรม
ว่าที่ร้อยตรีหญิงจีรภัทร์ สาระติ. เก่งยกห้อง อ่านคล่อง เขียนถูก ผูกด้วย BBL. โรงเรียนบ้านหนองบึง. สุรินทร์
นางสาวพรรณนิภา หอมกลิ่น. ป.1 ยกห้อง อ่านคล่องเขียนถูก ผูกด้วยกิจกรรมการฝึกฝนโดยใช้ กระบวนการ เรียนรู้ Active Learning 5 ขั้นตอน. โรงเรียนเมืองเกษตรวิสัย. ร้อยเอ็ด.