ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้วมีกี่ขั้นตอน


ความรู้ทั่วไป 22 ก.พ. 2566 เวลา 10:41 น.

3,287

views
Advertisement

ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้วมีกี่ขั้นตอน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่มีปัญหามีบุตรยาก หากอยากรู้ว่าการทำเด็กหลอดแก้วต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอนในการทำมีกี่ขั้นตอน แพทย์จะทำอะไรกับร่างกายของคุณพ่อคุณแม่บ้าง บทความนี้ก็จะนำข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการทำแบบเน้นๆ มาฝาก เพื่อให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การทำเด็กหลอดแก้วไม่ได้น่ากลัว หรือเป็นสิ่งที่น่ากังวลอะไร อีกทั้งยังอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนี้
 
ทำความรู้จักกับการทำเด็กหลอดแก้ว
 
ก่อนอื่นมาไปทำความรู้จักกันสักนิดหน่อย ว่าการทำเด็กหลอดแก้วคืออะไร การทำเด็กหลอดแก้ว คือการทำให้เกิดการปฏิสนธิ ซึ่งจะไม่ใช่การปฏิสนธิโดยธรรมชาติ ด้วยปัญหาทางร่างกายของคู่สมรส ที่ทำให้เซลล์สืบพันธุ์ไม่ทำการปฏิสนธิกัน จึงต้องหันมาทำเด็กหลอดแก้ว ที่ช่วยให้เกิดการปฏิสนธิได้สำเร็จ ซึ่งจะกระทำโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยในการทำเด็กหลอดแก้ว หลักๆ จะมี 2 วิธีก็คือการทำ IVF และการทำ ICSI
 
 
1.กระตุ้นไข่
 
ขั้นตอนแรกสำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว แพทย์จะทำการกระตุ้นไข่ด้วยการฉีดฮอร์โมนในวันที่ 2 หรือ 3 ของรอบเดือน เพื่อเร่งให้เซลล์ไข่เจริญเติบโต โดยในขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะไข่ที่ได้จะต้องมีคุณภาพมากพอ ที่จะสามารถเกิดการปฏิสนธิได้ ซึ่งในการปฏิบัติตัวของคุณแม่ ก็มีผลต่อไข่ที่จะได้จากการตกไข่ 
 
โดยคุณแม่จะต้องเข้ารับการฉีดยาให้ครบจำนวนตามที่แพทย์สั่งและตรงเวลา และจะต้องไม่เครียด งดการออกกำลังกายทุกชนิด รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เน้นโปรตีนมากๆ ข้อแนะนำคือควรรับประทานไข่โดยเฉพาะไข่ขาวให้ได้วันละ 3 ฟอง เพื่อช่วยให้ไข่ที่ได้มีความสมบูรณ์ ระหว่างการกระตุ้นไข่แพทย์จะติดตามการเจริญเติบโตของเซลล์ไข่ด้วยการอัลตราซาวด์ เมื่อไข่มีคุณสมบัติตามต้องการแพทย์จะทำการเก็บไข่ตามลำดับ
 
2.เก็บไข่
 
เมื่อได้เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์แล้ว แพทย์จะทำการเก็บไข่ภายในห้องผ่าตัด โดยจะให้ยาสลบอ่อนๆ กับคุณแม่ และทำการเก็บไข่ด้วยเข็มเก็บไข่ ซึ่งจะแทงผนังช่องคลอดพร้อมกับดูอัลตราซาวด์ เพื่อดูแนวของเข็มที่จะเจาะและดูดไข่ออกมา ผลข้างเคียงหลังจากแพทย์ทำการเก็บไข่ คือคุณแม่ที่ถูกเก็บไข่จะปวดท้องน้อยเป็นเวลา 1-2 วัน
 
ขั้นตอนการเก็บไข่ จะคล้ายกันทั้งการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF และ ICSI โดยในการทำ IVF จะเก็บไข่ออกมาเพื่อทำการปฏิสนธิกับอสุจิ โดยปล่อยให้เกิดการผสมกันเอง ส่วนการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI จะเก็บไข่ออกมา และทำการฉีดเซลล์อสุจิเข้าไปผสมกับไข่โดยตรง
 
3.เก็บอสุจิ
 
ขั้นตอนต่อมาคือการเก็บอสุจิ คุณพ่อที่เข้ารับการทำเด็กหลอดแก้ว จะเป็นผู้เก็บด้วยตัวเอง โดยการสำเร็จความใคร่เพื่อนำเชื้ออสุจิใส่ภาชนะที่ทางคลินิกผู้มีบุตรยากจัดไว้ให้ จากนั้นนำเชื้ออสุจิที่เก็บได้ ส่งไปในห้องปฏิบัติการภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อเชื้ออสุจิถูกนำส่งไปยังห้องปฏิบัติการแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการเตรียมน้ำอสุจิ เพื่อเตรียมผสมกับเซลล์ไข่ต่อไป
 
4.คัดแยกอสุจิ
 
ลำดับถัดมา หลังจากได้เชื้ออสุจิมาแล้ว จะต้องทำการคัดแยก โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการคัดแยกเชื้ออสุจิที่มีความสมบูรณ์ เพื่อนำไปผสมกับเซลล์ไข่ ซึ่งขั้นตอนนี้จะแตกต่างกันระหว่างการทำ IVF และการทำ ICSI โดยในการทำ IVF จะคัดเลือกอสุจิเพื่อนำไปผสมกับเซลล์ไข่ในจานทดลอง และปล่อยให้เซลล์ไข่และเชื้ออสุจิผสมกันเอง แต่ถ้าหากเป็นการทำ ICSI จะทำการคัดเลือกอสุจิ เพื่อนำไปผสมกับเซลล์ไข่ โดยการฉีดเข้าไปผสมกับไข่โดยตรง 
 
5.เพาะเลี้ยงตัวอ่อน
 
หลังจากที่เซลล์ไข่และเชื้ออสุจิผสมกัน จะเข้าสู่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยระหว่างการทำ IVF และการทำ ICSI จะแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งการทำ IVF จะเพาะเลี้ยงในจานทดลองจนกระทั่งเจริญเป็นตัวอ่อน ซึ่งแพทย์ก็จะติดตามผลของการเจริญนั้น ส่วนการทำ ICSI หลังจากไข่ได้รับการผสมแล้ว จะถูกนำไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติเช่นกัน และแพทย์จะติดตามผลจนกว่าจะเจริญเป็นตัวอ่อนเช่นกัน ใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน แต่ระหว่างนั้นสามารถตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมได้ ซึ่งเป็นข้อดีของการทำ ICSI 
 
6.ย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูก
 
หลังจากการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และผ่านการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อดูการเจริญเติบโต เมื่อตัวอ่อนเติบโตจนเหมาะสมแล้ว แพทย์จะทำการย้ายตัวอ่อนไปไว้ในโพรงมดลูก เหมือนกันทั้งการทำ IVF และการทำ ICSI เพื่อให้ตัวอ่อนเจริญในครรภ์มารดาต่อไป ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งเป็นการทำให้เกิดการปฏิสนธิโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กระทั่งปฏิสนธิและกลายเป็นตัวอ่อน ก็จะเข้าสู่การตั้งครรภ์ของคุณแม่ตามลำดับ ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตในครรภ์มารดาเหมือนกับการตั้งครรภ์ทั่วไป ซึ่งคุณแม่ก็ต้องปฏิบัติตามหลักการของคุณแม่ตั้งครรภ์ทั่วไปเช่นกัน 
 
ทั้งหมดนี้ก็เป็นขั้นตอนของการทำเด็กหลอดแก้ว ที่ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ปัญหาผู้มีบุตรยากจากสาเหตุต่างๆ ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำเด็กหลอดแก้วก็อาจไม่ได้ตอบโจทย์ต่อปัญหาทั้งหมดของการมีบุตรยาก เพราะสุดท้ายแล้วหลังการทำเด็กหลอดแก้ว ต้องมีการนำตัวอ่อนกลับเข้าไปเจริญเติบโตที่โพรงมดลูก หากคุณแม่มีปัญหาในเรื่องของมดลูกที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ก็จะทำให้การทำเด็กหลอดแก้วไม่ตอบโจทย์ 


ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้วมีกี่ขั้นตอน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

รองเท้าเหม็นแก้ยังไงดี?

รองเท้าเหม็นแก้ยังไงดี?


เปิดอ่าน 2,760 ครั้ง
เด็กกับ"ดนตรี"และ"ศิลปะ"

เด็กกับ"ดนตรี"และ"ศิลปะ"


เปิดอ่าน 16,843 ครั้ง
คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง

คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง


เปิดอ่าน 16,649 ครั้ง
ระวัง 5 สารพิษใกล้ตัว

ระวัง 5 สารพิษใกล้ตัว


เปิดอ่าน 25,671 ครั้ง
สารพัดคุณค่าจาก กล้วย

สารพัดคุณค่าจาก กล้วย


เปิดอ่าน 12,838 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

พรีเมียร์ลีก เช็กตารางแข่งต้อนรับปี 2025 เตรียมลุ้นตลอดฤดูกาล

พรีเมียร์ลีก เช็กตารางแข่งต้อนรับปี 2025 เตรียมลุ้นตลอดฤดูกาล

เปิดอ่าน 2,168 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เตรียมตัวก่อนพบหมอ
เตรียมตัวก่อนพบหมอ
เปิดอ่าน 9,335 ☕ คลิกอ่านเลย

โรคเก๊าต์ เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน รักษาอย่างไร อาหารอะไรกินได้และไม่ควรกิน
โรคเก๊าต์ เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน รักษาอย่างไร อาหารอะไรกินได้และไม่ควรกิน
เปิดอ่าน 2,754 ☕ คลิกอ่านเลย

3 กุมภาพันธ์ ... วันทหารผ่านศึก
3 กุมภาพันธ์ ... วันทหารผ่านศึก
เปิดอ่าน 10,988 ☕ คลิกอ่านเลย

ฝึกหายใจให้หายง่วง
ฝึกหายใจให้หายง่วง
เปิดอ่าน 10,663 ☕ คลิกอ่านเลย

ภาวะ LONG COVID เกิดได้ในเด็กและวัยรุ่น ฉีดวัคซีนโควิด-19 ช่วยลดภาวะรุนแรงได้
ภาวะ LONG COVID เกิดได้ในเด็กและวัยรุ่น ฉีดวัคซีนโควิด-19 ช่วยลดภาวะรุนแรงได้
เปิดอ่าน 3,375 ☕ คลิกอ่านเลย

7 เหตุผลที่ทำให้คุณหิวโหยและอ้วน
7 เหตุผลที่ทำให้คุณหิวโหยและอ้วน
เปิดอ่าน 17,777 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง
9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง
เปิดอ่าน 39,564 ครั้ง

"แก่นตะวัน" สุดยอดพืชมหัศจรรย์สารพัดประโยชน์
"แก่นตะวัน" สุดยอดพืชมหัศจรรย์สารพัดประโยชน์
เปิดอ่าน 23,239 ครั้ง

สมเด็จพระสังฆราช พระราชทานพรปีใหม่ 2567
สมเด็จพระสังฆราช พระราชทานพรปีใหม่ 2567
เปิดอ่าน 3,418 ครั้ง

ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)
เปิดอ่าน 9,594 ครั้ง

กรมอนามัย เตือน นมข้นหวานห้ามใช้เลี้ยงทารก ให้กินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่อง 6 เดือน ดีที่สุด
กรมอนามัย เตือน นมข้นหวานห้ามใช้เลี้ยงทารก ให้กินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่อง 6 เดือน ดีที่สุด
เปิดอ่าน 3,704 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ