|
Advertisement
|
ชื่อผู้รายงาน:นายวิวรรธน์ พุทธานุ ปีการศึกษา :2568 การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับการเรียนรู้การคิดเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Thinking) (2) เพื่อหาประสิทธิภาพ ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามเกณฑ์ 80/80 (3) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียน (4) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ของกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง (5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจภายหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมา และ (6) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนไตรมิตร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย (1) แผนการจัดการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้ จำนวน 16 แผน ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนรู้ ที่มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.154 ถึง 0.642 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.976 (3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ ที่มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.146 ถึง 0.624 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.918 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที และการทดสอบไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า
1.ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีชื่อว่ากระบวนการสืบเสาะหาความรู้เชิงประวัติศาสตร์(Historical Inquiry Process) มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นสร้างความสนใจและกำหนดความสำคัญ (Engaging Significance) ขั้นที่ 2 ขั้นสืบค้นและวิพากษ์หลักฐาน (Exploring Evidence) ขั้นที่ 3 ขั้นวิเคราะห์ความต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลง (Analyzing Continuity & Change) ขั้นที่ 4 ขั้นสังเคราะห์เหตุและผล (Synthesizing Cause & Consequence) ขั้นที่ 5 ขั้นตีความจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ (Interpreting Perspectives) ขั้นที่ 6 ขั้นวินิจฉัยบทเรียนและมิติทางจริยธรรม (Judging Ethical Dimension) และขั้นที่ 7 ขั้นประเมินผลและนำเสนอองค์ความรู้ (Evaluating & Communicating)
2.รูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ มีค่าเท่ากับ 82.63/81.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3.ประสิทธิภาพการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
4.คะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ของกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ภายหลังการจกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนกลุ่มทดลองมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ หรือมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.504 หรือคิดเป็นร้อยละ 50.40
5.นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนไตรมิตร มีความพึงพอใจต่อรูปแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้เชิงประวัติศาสตร์(Historical Inquiry Process) อยู่ในระดับมากที่สุด
6.รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการเรียนรู้ของนักเรียน พิจารณาได้จากค่า Chi-Square = 109.428 และ sig = 0.004
คำสำคัญ: กระบวนการสืบเสาะหาความรู้, การเรียนรู้การคิดเชิงประวัติศาสตร์, กระบวนการสืบเสาะหาความรู้เชิงประวัติศาสตร์
|
โพสต์โดย mee : [14 ต.ค. 2569 (13:22 น.)] อ่าน [27] ไอพี : 223.24.137.136
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 63,826 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 142,299 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,279 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,915 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,124 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 31,549 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,866 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,271 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,392 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,139 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,505 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 121,105 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,983 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 39,300 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,637 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 148,648 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,003 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 28,788 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,527 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 52,365 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|