ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เก็บตก.....ผลการวิจัย....สำหรับครูหรือผู้บริหารโรเงรียน


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,379 ครั้ง
เก็บตก.....ผลการวิจัย....สำหรับครูหรือผู้บริหารโรเงรียน

Advertisement

ชื่อบทความวิจัย เล่าเรื่องผลการวิจัยที่เก็บตกเล็ก ๆ น้อย ๆ
 
ชื่อบทความภาษาอังกฤษ
 
ชื่อผู้เขียน
ดร.พจน์ สะเพียรชัย ,
เนื้อหา
 

การวิจัยในทางการศึกษาอาจจะแยกพิจารณากว้าง ๆ ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

การวิจัยเพื่อการตัดสินใจ การบริหารและกำหนดนโยบาย ซึ่งอาจจะเรียกว่า “D-Study” อีกประเภทหนึ่ง เป็นการวิจัยเพื่อเสาะแสวงหาความรู้ความจริง เพื่อเสริมสร้างกฎเกณฑ์และทฤษฎี เพื่อประโยชน์ในการอธิบายทำนายและควบคุมปรากฏการณ์ทางการศึกษาในฐานะเป็นศาสตร์หนึ่ง การวิจัยประเภทนี้ เรียกว่า “G-Study”

ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมานี้ นักเศรษฐศาสตร์ นักสังคมวิทยาสนใจที่จะวิเคราะห์วิจัยการศึกษามากขึ้น และก็มักจะเป็นผู้นำรูปแบบการวิจัยมาเป็นแนวทางให้ขบคิดกัน รูปแบบหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมกันแพร่หลายมากก็คือ Educational Production Function (E.P.F.) หลายสิบประเทศในโลกนี้ ก็ใช้รูปแบบนี้เป็นแม่บทในการวิจัย โดยมีเจตนารมณ์ที่จะอธิบายถึงตัวแปรที่จะสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ผลจากการทบทวนงานวิจัยใน 30 ประเทศที่ใช้ระบบนี้ปรากฏผลตรงกันและน่าสนใจอยู่ก็มีมาก และปรากฏผลที่ขัดแย้งก็มีมากดังจะขอยกมาพอสังเขปที่สำคัญที่เกี่ยวกับนโยบาย ดังนี้

  1. จำนวนนักเรียนในแต่ละชั้นที่เพิ่มขึ้นจาก 20 ถึง 30 คนนั้น ไม่กระทบกระเทือนถึงคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน แต่มักจะเกี่ยวกับความไม่พอใจของครูที่จะสอนเด็กในชั้นที่มีจำนวนมากขึ้น
  2. แบบเรียนที่ผ่านการทดลองทั้งรูปแบบ การเสนอเนื้อหา ขนาดตัวอักษร และความยากง่ายของคำนั้น มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
  3. เด็กที่ใช้เวลาทำการบ้านเสมอ ๆ มักจะเป็นผู้ที่มีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนดีขึ้นเรื่อย ๆ
  4. คุณวุฒิของครูอย่างเดียวไม่เป็นตัวชี้ถึงผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน แต่ครูที่มีคุณวุฒิสูง บรรยากาศในการทำงานดี มีสภาวะแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ตำราแบบเรียนและระบบบริหารที่ดีมักจะมีผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น ดังนั้น การผลิตครูที่วุฒิสูง ๆ แล้วไม่มีอุปกรณ์และเครื่องอำนวยทางการศึกษาอื่น ๆ นั้น ครูผู้นั้นก็ไม่สามารถจะทำการสอนได้ดี ต่างไปจากครูที่ไม่มีวุฒิแต่ประการใดเลย
  5. ประสบการณ์หรือจำนวนปีในการสอน ไม่ชี้ให้เห็นเด่นชัดว่าสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
  6. จำนวนปีในการฝึกหัดครูก็ไม่ปรากฏว่าเป็นตัวชี้ที่เด่นชัดถึงผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
  7. ฐานะเศรษฐกิจของนักเรียนเป็นดัชนีที่สำคัญและสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
  8. สุขภาพ อนามัย อาหารของนักเรียนสัมพันธ์กับผลการเรียนสูง และสัมพันธ์กับฐานะเศรษฐกิจของครอบครัวด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าฐานะเศรษฐกิจนั้นอาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผลการเรียน แต่เป็นตัวชี้ถึงความมั่งคั่งมั่นคงทางการเงินของครอบครัว
  9. นักเรียนที่ตกซ้ำชั้นมีแนวโน้นจะตกอีกและเรียนได้ผลต่ำเสมอ ๆ

ผลการวิจัยที่นำสรุปมาสั้น ๆ นี้ชี้แนวนโยบายอะไรบ้าง อย่างน้อยที่สุดผู้วางแผนก็คงจะมีความสบายใจที่จะกำหนดนโยบายให้มีชั้นเรียนที่มีนักเรียนไม่น้อยเกินไป แต่ครูนั้นจะต้องเอาใจใส่ให้การบ้านสม่ำเสมอ แบบเรียนและอุปกรณ์การศึกษานั้นต้องมีการปรับปรุงทดลองแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก ทั้งในแง่ของเนื้อหาสาระและวิธีการจัดเสนอ จะต้องมีการปรับปรุงสุขภาพอนามัย อาหาร การอบรมเลี้ยงดูเด็กเล็กหรือเด็กก่อนวัยเรียนให้พร้อมวัสดุอุปกรณ์ หลักสูตรจะต้องมีการพัฒนากันอย่างจริงจัง และให้ถึงมือเด็กผู้ใช้ให้มากที่สุดที่จะทำได้ ทั้งนี้การปรับปรุงคุณภาพของการศึกษานั้น ถ้ามุ่งผลิตครูให้มีคุณวุฒิสูงขึ้นแต่เพียงอย่างเดียวโดยละเลยอุปกรณ์ แบบเรียน และบรรยากาศการเรียนการสอนที่ดีแล้ว ก็ยากที่จะหวังผลการศึกษาให้เด็กมีคุณภาพได้

การวิจัยในลักษณะที่กล่าวแล้วนั้นเป็นการวิจัยเชิงนโยบาย เพียงแต่ชี้ให้เห็นกว้าง ๆ แต่ไม่สามารถจะชี้ถึงสาเหตุที่แท้จริงได้ มีท่านผู้รู้หลายคนชี้ให้เห็นว่า การวิจัยทำนองนี้ควรจะทำทุก ๆ 4-5 ปีเป็นระยะ ๆ ไป เพื่อตรวจสอบแนวโน้มกว้าง ๆ แต่การวิจัยที่จำเป็นและต้องทำให้ลึกซึ้งคือ การวิจัยประเภทที่สอง (G-Study) ซึ่งเป็นการทดลอง และมีแนวโน้มใหม่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่จะทำร่วมกัน โดยอาศัยรูปแบบการวิจัยคล้าย ๆ กันอีก คือ มีสมมุติฐานกว้าง ๆ ว่า

คุณภาพในการเรียนของผู้เรียนขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายอย่าง แต่ที่เลือกสรรแล้วเห็นว่ามีความสำคัญมาก คือ

  1. ความรู้เดิมของผู้เรียน อันได้แก่ ความรู้พื้นฐานที่จะช่วยเป็นอุปกรณ์ของความคิดในสถานการณ์ที่เป็นการเรียนใหม่ เมื่อความรู้เดิมมีความเกี่ยวโยงกับเรื่องใหม่แน่นแฟ้นมากเท่าใด ก็จะทำให้การเรียนนั้นได้ผลดี และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นถ้าสมมุติฐานนี้เป็นความจริง ผู้สอนก็มีหน้าที่จะต้องค้นหาความรู้เดิมของผู้เรียนในส่วนที่จำเป็นและเกี่ยวข้องจริง ๆ และขาดมิได้กับบทเรียนใหม่ ถ้านักเรียนยังไม่มีก็ต้องสอนซ่อมเสริมให้ จึงทำให้การเรียนได้ผล
  2. ความสามารถและความถนัดในการเรียน นักเรียนมีความถนัดในการเรียนต่างกัน ความถนัดนี้อาจจะมองได้ 2 ลักษณะคือ ความถนัดที่เป็นผลผลึกของความรู้เดิมส่วนหนึ่งกับความถนัดที่เป็นของเฉพาะตัว ที่ติดมาแต่กำเนิดอีกส่วนหนึ่ง ความถนัดทั้งสองอย่างนี้จะเป็นศักยภาพที่จะเสริมให้การเรียนได้ผลดีขึ้น
  3. ความวิริยะอุตสาหะ ตั้งใจมีสมาธิ มุ่งมั่นอยู่เสมอ คุณภาพของการเรียนนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะทางจิตวิทยาข้อนี้อยู่มาก ก็คงเป็นจริงอย่างสุภาษิตไทย ๆ ที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”
  4. เวลาที่ใช้จริงในการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติของบทเรียน เช่น การฝึกฝน การทำการบ้าน การทำแบบฝึกหัดบทเรียน บางอย่างฝึกสั้น ๆ แล้วหยุดฝึกซ้ำเป็นระยะ ๆ ได้ผลดีกว่าฝึกติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ แต่บทเรียนบางอย่างก็ใช้เวลาฝึกนานเป็นช่วง ๆ ที่สำคัญคือ การฝึกนั้นอย่าให้เกิดความเบื่อหน่าย แต่ให้เกิดความเพลิดเพลินแทน ดังนั้นครูที่ดีควรจะศึกษาช่วงของความสนใจของลูกศิษย์ตนเองให้เข้าใจพอที่จะจัดการบ้านและให้งานทำได้โดยไม่ขัดกับธรรมชาติของเด็ก
  5. คุณภาพการสอนของครู อันได้แก่ การเตรียมการสอน ความตั้งใจ การเสนอคำสอน จัดลำดับก่อนหลังตามความยากง่ายมีเครื่องช่วย และเครื่องเสริมความสนใจ มีการทบทวนแก้ไข ฯลฯ อันเป็นเรื่องของพฤติกรรมการสอนที่ดีนั่นเอง ดังนั้น ครูที่เตรียมการสอนจึงมีโอกาสที่จะสอนเด็กได้ดีกว่าครูที่ไม่ได้เตรียมการสอน
  6. องค์ประกอบภายนอกห้องเรียน เช่น เสียงรบกวนขณะที่เรียน การจัดชั้นเรียน บรรยากาศในห้องเรียนก็มีส่วนในการเสริมผลการเรียนของนักเรียนอยู่มาก

ผลการวิจัยเก็บตกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เล่ามา เก็บมาจากการอ่านและการไปร่วมประชุมของคณะผู้ทบทวนงานวิจัยทางการศึกษาซึ่งตั้งใจจะเล่าสั้น ๆ และง่าย ไม่ให้มีเทคนิควิธีการวิจัยเชิงปริมาณแต่อย่างใด โดยหวังผลว่า ท่านผู้อ่านจะได้นำไปคิดไปใช้ทั้งในแง่การปฏิบัติการวิจัย และการปฏิบัติการสอนในฐานะครูหรือผู้บริหารโรเงรียน






 
 
 

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1756 วันที่ 29 พ.ค. 2552


เก็บตก.....ผลการวิจัย....สำหรับครูหรือผู้บริหารโรเงรียน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ความสุขคือ.......?????

ความสุขคือ.......?????


เปิดอ่าน 6,377 ครั้ง
สมัครอบรม

สมัครอบรม


เปิดอ่าน 6,381 ครั้ง
สวยนี้มอบให้คุณ

สวยนี้มอบให้คุณ


เปิดอ่าน 6,373 ครั้ง
กินหอยระวังให้ดี...!!

กินหอยระวังให้ดี...!!


เปิดอ่าน 6,385 ครั้ง
โคลงเฉลิมพระเกียรติ

โคลงเฉลิมพระเกียรติ


เปิดอ่าน 6,473 ครั้ง
A Beautiful Mind : ผู้ชายหลายมิติ

A Beautiful Mind : ผู้ชายหลายมิติ


เปิดอ่าน 6,388 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ผญาภาษิต

ผญาภาษิต

เปิดอ่าน 6,391 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปัญหาที่รอการแก้ไข
ปัญหาที่รอการแก้ไข
เปิดอ่าน 6,384 ☕ คลิกอ่านเลย

7 วัน.....เพื่อบั้นท้ายงอนงาม
7 วัน.....เพื่อบั้นท้ายงอนงาม
เปิดอ่าน 6,376 ☕ คลิกอ่านเลย

ภูมิศาสตร์กับผู้หญิง(หัวเราะซะบ้าง นะ)
ภูมิศาสตร์กับผู้หญิง(หัวเราะซะบ้าง นะ)
เปิดอ่าน 6,379 ☕ คลิกอ่านเลย

นิทานพื้นบ้าน
นิทานพื้นบ้าน
เปิดอ่าน 6,402 ☕ คลิกอ่านเลย

Website เพื่อการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษที่น่าสนใจมากมาก
Website เพื่อการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษที่น่าสนใจมากมาก
เปิดอ่าน 6,380 ☕ คลิกอ่านเลย

10 เคล็ดลับปลอดภัยใช้ MSN
10 เคล็ดลับปลอดภัยใช้ MSN
เปิดอ่าน 6,382 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

พันธุ์ไม้ในในป่าชายเลน
พันธุ์ไม้ในในป่าชายเลน
เปิดอ่าน 85,962 ครั้ง

Fast Math Trick จินตคณิต สูตรคิดเร็ว การหาร
Fast Math Trick จินตคณิต สูตรคิดเร็ว การหาร
เปิดอ่าน 37,547 ครั้ง

111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา
111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา
เปิดอ่าน 47,802 ครั้ง

ผู้อยู่ลำดับสี่ในตารางสัมภาษณ์งาน มีโอกาสได้งานทำมากที่สุด ผลการวิจัยบอก
ผู้อยู่ลำดับสี่ในตารางสัมภาษณ์งาน มีโอกาสได้งานทำมากที่สุด ผลการวิจัยบอก
เปิดอ่าน 14,604 ครั้ง

ตูนส์ศึกษา : หลักฐานยอดฮิต ที่แสดงว่าเด็กไทยคิดเป็น
ตูนส์ศึกษา : หลักฐานยอดฮิต ที่แสดงว่าเด็กไทยคิดเป็น
เปิดอ่าน 10,438 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ