สารของสีในผักและผลไม้
| |
ผักและผลไม้ต่างที่มีสีที่แตกต่างกัน ทราบหรือไม่ว่ามีสารชนิดใดอยู่ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีคำตอบมาฝาก...
- คาโรทีนอยด์ คือ เม็ดสีเหลือง แสด ที่ละลายในไขมัน ในผักใบเขียว คาโรทีนอยด์อยู่ในคลอโรพลาสต์ ซึ่งมีคลอโรฟิลล์อยู่ด้วย สีเขียวของคลอโรฟิลล์จะกลบสีเหลืองของคาโรทีนอยด์จนมองไม่เห็น คาโรทีนอยด์เป็นสารพวกไฮโดรคาร์บอนชนิดไม่อิ่มตัว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยคาร์บอน 40 อะตอม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แคโรทีน และเบตาแคโรทีน แคโรทีนมีคุณค่าทางโภชนาการ บางครั้งเรียกว่า โพรวิตามินเอ สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่ลำไส้เล็ก การหุงต้มธรรมดาไม่มีผลต่อสีหรือคุณค่าทางอาหาร คาโรทีนอยด์ไม่ละลายน้ำทำให้เป็นการป้องกันไม่ให้สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ แต่เนื่องจากโมเลกุลของคาโรทีนอยด์ไม่อิ่มตัว จึงถูกออกซิไดส์ได้ เมื่อทิ้งให้ถูกอากาศนาน ๆ จะทำให้สูญเสียวิตามินเอ และทำให้คาโรทีนอยด์ในอาหารตากแห้งเปลี่ยนสี วิธีป้องกัน คือ การลวกผัก และรมควันกำมะถัน หรือคลุกซัลไฟท์ ก่อนที่จะนำผลไม้ไปตากแห้ง

- คลอโรฟีลล์ เป็นเม็ดสีที่ให้สีเขียวแก่พืช อยู่ในคลอโรพลาสต์คลอโรฟีลล์ใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช คลอโรฟีลล์ดูดพลังงานจากแสงแดดไว้เพื่อสร้างคาร์โบไฮเดรตจากน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คลอโรฟีลล์เป็นโมเลกุลใหญ่ ในพืชที่ใช้เป็นอาหาร พอคลอโรฟีลล์เอและบีซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับฮีโมโกลบินในเลือด มีข้อต่างคือ ฮีโมโกลบินมีเหล็ก แต่คลอโรฟีลล์มีแมกนีเซียม เมื่อได้รับความร้อนไฮโดรเจนจะเข้าไปแทนที่แมกนีเซียมในโมเลกุลของคลอโรฟีลล์ได้ง่าย จะได้สารที่ชื่อว่าฟิโอไฟติน ซึ่งมีสีเขียวอมน้ำตาล เมื่อแมกนีเซียมถูกแทนที่แล้ว จะเติมแมกนีเซียมกลับเข้าไปในโมเลกุลอีกยาก แต่การเติมเกลืออาซีเตค ของเหล็กสังกะสีและทองแดง จะช่วยให้สีเขียวสดใหม่ แต่วิธีนี้ไม่ใช้กันในการหุงต้มผัก เพราะคลอโรฟีลล์ไม่ละลายน้ำ น้ำต้มผักใบเขียวจึงมีสีเขียวเพียงเล็กน้อย คลอโรฟีลล์ที่บริสุทธิ์สามารถถูกทำลายด้วยไขมัน เมื่อใส่ผักใบเขียวลงในน้ำเดือด จะเขียวสด และดูใสขึ้นเพียงพักเดียว ต่อมาจะกลายเป็นสีอมเหลือง

- ฟลาโวนอยด์ แม้เม็ดสีหลายชนิดที่จัดอยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์จะมีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันมาก อาจแบ่งฟลาโวนอยด์ออกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่มคือ แอนโธซานติน ซึ่งมีสีเหลืองนวล แอนโธไซยานิน ซึ่งมีสีม่วงแดง และแทนนินที่ไม่มีสี แต่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้ง่าย
รู้อย่างนี้แล้ว ก็หันมากินผักและผลไม้กันเยอะ ๆ จะดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี.
|


วันที่ 12 มิ.ย. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,467 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,668 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,490 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,559 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,542 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,493 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,510 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,519 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,554 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,015 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,540 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,698 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,563 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,566 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,546 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,476 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,616 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,520 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,447 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,562 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,540 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,455 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,508 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 62,906 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 8,854 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 11,949 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 15,476 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 14,666 ครั้ง |
|
|