ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ที่มาของคำว่า ?ในหลวง? จากหนังสือ สาส์นสมเด็จ


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,407 ครั้ง
ที่มาของคำว่า ?ในหลวง? จากหนังสือ สาส์นสมเด็จ

Advertisement

 

 

 

 

ในหนังสือ สาส์นสมเด็จ ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้รู้และนักวิชาการทั้งหลายยกย่องถือว่าเป็นคลังแห่งความรู้หลากหลาย บรรจุเรื่องราวต่างๆ ที่น่ารู้ มีทั้งตำนาน ประวัติศาสตร์ โบราณคดี อักษรศาสตร์และศิลปศาสตร์นั้น

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ประทานพระอธิบายที่มาของคำว่า ในหลวงไว้ในเล่ม 12 หน้า 163-167

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ


 

เนื่องจากหนังสือเล่มนี้หาอ่านได้ยากสักหน่อย

ผมจึงได้ไปค้นคว้าที่หอสมุดแห่งชาติ พบว่าหนังสืออยู่ที่ชั้น 3

 

หอสมุดแห่งชาติ (วันที่ไปค้นคว้า กำลังซ่อมชั้นล่าง)

เมื่อได้สำเนามาแล้ว ผมรู้สึกยินดีเหลือประมาณ

จึงได้คัดลอกเนื้อความไปนำเสนอในหนังสือพิมพ์

เพื่อให้ความรู้เข้าถึงได้ง่าย & กว้างยิ่งขึ้น

(คอลัมน์ ท่องเวลา-ผ่าอารยธรรม เซ็คชั่นจุดประกายเสาร์สวัสดี นสพ. กรุงเทพธุรกิจ)


.

ผมสัญญาตัวเองไว้ว่า หนังสือพิมพ์นำลงแล้วเมื่อไร

จะนำมาเสนอผ่านบล็อกใน GotoKnow จะได้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ  อีกทั้งยังเป็นสิริมงคลแก่บล็อก พลังแห่งแผ่นดิน อีกโสดหนึ่งด้วย

 

ภาพปกใน หนังสือ สาส์นสมเด็จ เล่ม 12 

(เล่มนี้ยังไม่มีการพิมพ์ซ้ำ)


ในการคัดลอกเนื้อความ ผมได้จัดย่อหน้าเพิ่ม
 และเน้นตัวหนาคำสำคัญบางคำ เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

ขอเชิญอ่านพระอธิบายได้ ณ บัดนี้


 



 


คำถามที่ 4 คำว่า ในหลวงกับคำ ในกรมหมายความว่าอย่างไร

 

ตอบคำถามที่ 4 ว่า คำ ใน นั้น หมายความตรงข้ามกับคำ นอก  คำว่า หลวงนั้น โดยลำพังคำชั้นเดิมหมายความว่า ใหญ่โตดูเหมือนคำภาษาอังกฤษว่า Great เป็นคุณศัพท์ Adjective สำหรับประกอบกับคำที่เป็นนามศัพท์ ยกตัวอย่างดัง เขาหลวงหมายความว่าภูเขาที่ใหญ่กว่าเพื่อน บางหลวงหมายความว่าคลองต้นที่ใหญ่ยาวยิ่งกว่าเพื่อน เมืองหลวงหมายความว่าเมืองใหญ่ที่เป็นราชธานี วังหลวงหมายความว่าวังที่เป็นใหญ่ (อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน)

 

คำ กรม นั้น หมายความคนหมู่หนึ่งซึ่งจัดให้มีผู้บังคับบัญชาต่างหาก เช่น กรมมหาดเล็ก” “กรมช่างสิบหมู่และ กรมอาลักษณ์เป็นต้น คล้ายกับคำ Department หรือ Regiment ในภาษาอังกฤษ แต่ไทยเรียกว่า กรมทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน ถึงกระทรวงเสนาบดี แต่โบราณก็เรียกว่า กรม เช่น กรมเมือง” “กรมวัง” “กรมคลังและ กรมนาเพิ่งเรียกว่า กระทรวงในรัชกาลที่ 5

แต่ที่เอาคำหลวง ประกอบกับคำในเป็นนามศัพท์ เรียก พระเจ้าแผ่นดินและเอาคำ กรมประกอบกับคำ ในเป็นนามศัพท์เรียก เจ้านายซึ่งมียศเป็นเจ้ากรมต่างหาก เคยเห็นแต่ในหนังสือแต่งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้

 

มูลที่เกิดคำ ในหลวงและ ในกรมมีเงื่อนอยู่ในพงศาวดารพอจะคิดวินิจฉัยได้บ้าง

จะกล่าวอธิบายคำ ในหลวง ก่อน

ดูเหมือนมูลจะมาแต่วิธีปกครองของไทยตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เอาสกุล Family เป็นหน่วย เรียกว่า ครัวอันเป็นที่ทำอาหารมาเรียก ก็พอคิดเห็นได้ คงเป็นเพราะแต่ละสกุลมากบ้างน้อยบ้างเอาเป็นกำหนดยาก แต่สกุล 1 คงต้องมีเรือนครัวไฟหลังหนึ่งสำหรับทำอาหารกินด้วยกัน จึงเอาครัวเป็นหน่วยด้วยประการฉะนี้ ก็การปกครองสกุลหรือครัว พ่อย่อมปกครองเป็นธรรมดา จึงเรียกผู้ปกครองขั้นต้นว่า พ่อครัว (คนภายหลังเอาคำพ่อครัวไปเรียกหัวหน้าพนักงานทำอาหาร Cook นั้นเป็นด้วยเข้าใจผิด)

 

ต่อมาถึงขั้นที่ 2 อาศัยเหตุที่สกุลต่างๆ อันตั้งบ้านเรือนอยู่ในท้องที่อันเดียวกัน มักเป็นญาติพี่น้องเกี่ยวดองกัน จึงให้พ่อครัวคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปกครองสกุลทั้งหลาย รวมกันเรียกว่า พ่อบ้าน

ต่อมาอีกขั้น 1 หลายบ้านเช่นนั้นรวมกันเป็น เมืองมีกำหนดที่แผ่นดินเป็นอาณาเขตปกครองคั่นต้น (ในเอกสารต้นฉบับสะกดตามที่ให้ไว้ว่า คั่นต้น) เรียกผู้ปกครองว่า พ่อเมือง คงเป็นคนเกิดในเมืองนั้นเอง

 

แต่เมืองชั้นนี้เป็นเมืองน้อย ต้องขึ้นต่อเมืองใหญ่ต่อขึ้นไป จึงเรียกกันว่า เมืองขึ้นต่อไปอีกขั้น 1 ถึงเมืองใหญ่ จะเรียกว่า เมืองออกหรืออย่างไรไม่ทราบแน่ แต่พระเจ้าแผ่นดินให้มีผู้มาอยู่ปกครอง ผู้ปกครองนั้นเรียกว่า ขุน เช่น ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด ได้บังคับบัญชาเหล่าเมืองน้อยที่เป็นเมืองขึ้นอย่างประเทศราชขึ้นต่อเมืองหลวง

ต่อขึ้นไปก็ถึงเมืองหลวงที่พระเจ้าแผ่นดินปกครอง เดิมเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า พ่อขุน เช่น พ่อขุนรามคำแหง

 

แต่สังเกตในศิลาจารึกสุโขทัย เรียกพระเจ้าแผ่นดินว่าพ่อขุน เพียงรัชกาลพระเจ้ารามคำแหง รัชกาลต่อมาจารึกเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า พระญา หรือคำอื่น หาเรียกว่าพ่อขุนไม่

เหตุใดจึงเลิกใช้คำว่าพ่อขุน ก็ดูเหมือนจะพอคิดได้ ด้วยคำว่า พ่อขุน หมายความว่า เป็นใหญ่ในสกุลหรือถ้าว่าอีกอย่างหนึ่งเป็นแต่ไทยด้วยกัน เมื่อขยายราชอาณาเขตออกไปปกครองถึงบ้านเมืองของชนชาติอื่นๆ มีพระเกียรติยศสูงกว่าพ่อขุน น่าสันนิษฐานว่าจะใช้คำ ขุนหลวง หมายความเป็นขุนใหญ่กว่าขุนอื่นทุกชาติทุกภาษา คือ ราชาธิราช ก็เป็นได้

 

แต่ไม่พบใช้คำ ขุนหลวงในจารึกสุโขทัย ก็ไม่กล้ายืนยันว่าคำนี้ จะเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย เพราะเหตุนั้นแต่เมื่อถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา คำที่คนพูดกันเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า ขุนหลวงถ้าคำนั้นเกิดขึ้นสมัยสุโขทัย อาจจะเอาใช้ในกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมื่อรวมเมืองเหนือกับเมืองใต้เข้าเป็นอันเดียวกันก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตาม ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า ขุนหลวงกันแพร่หลายมาจนตลอดสมัย เรียกพระเจ้าแผ่นดินที่ยังเสวยราชย์อยู่ว่า ขุนหลวง เรียกพระเจ้าแผ่นดินที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยเอาคำอื่นประกอบเข้าข้างท้ายให้รู้ว่าองค์ไหน เช่น เรียกว่า ขุนหลวงเสือ” “ขุนหลวงท้ายสระ” “ขุนหลวงบรมโกศ” “ขุนหลวงหาวัดและ ขุนหลวงพระที่นั่งสุริยามรินทรแม้พระเจ้ากรุงธนบุรีก็เรียกกันว่าขุนหลวงตากเป็นที่สุด

 

คำว่าขุนหลวงนี้เป็นมูลที่ตัดเอาคำ หลวงข้างท้ายไปประกอบ ใช้หมายความว่า เนื่องด้วยพระเจ้าแผ่นดิน  เช่นว่า คนหลวง” “ช้างหลวง” “เรือหลวงหมายความว่า คน ช้างและเรือ อันเป็นของขุนหลวง แล้วพูดลดคำ ขุนให้คงเหลือเพียง 2 พยางค์โดยสะดวกปาก เลยเกิดคำ ของหลวง หมายความสรรพสิ่งบรรดาซึ่งเป็นของพระเจ้าแผ่นดิน แล้วใช้เลยไปโดยไม่สังเกตความ ถึงเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า ของหลวง

คำนี้มีอยู่ในตำรากระบวนเสด็จประพาส ซึ่งพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้ประชุมข้าราชการครั้งกรุงศรีอยุธยา 20 คน ประชุมกันแต่งขึ้น (หอพระสมุดฯ พิมพ์ไว้ในหนังสือลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 19) ในตำรานั้นเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า ของหลวงเช่นว่า ปลูกพลับพลารับเสด็จของหลวงดังนี้ เห็นจะใช้เรียกกันมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว

 

คำว่า ในหลวง ก็อยู่ในคำพวกเดียวกัน เห็นจะมาแต่ ในวังขุนหลวง หรือ ในกิจการของขุนหลวง แล้วก็เลยเรียกหมายความต่อไปถึงพระองค์พระเจ้าแผ่นดินตามสะดวกปากว่า ในหลวงอย่างเดียวกับคำว่า ของหลวง

แต่สังเกตเห็นในหนังสือลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 19” ซึ่งกล่าวมาแล้วอย่างหนึ่ง ที่ใช้คำเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า ของหลวง มีแต่ในตำราที่แต่งครั้งกรุงธนบุรี ถึงตำราที่แต่งในรัชกาลที่ 1 กรุงรัตนโกสินทร์ ใช้คำว่า ในหลวงทั้งนั้น หาใช้คำของหลวงไม่ อาจจะเป็นเพราะสั่งให้เลิกใช้คำ ของหลวงและใช้คำ ในหลวงแทนเมื่อสมัยนั้นก็เป็นได้

 

(จบพระอธิบายคำว่า ในหลวงในหน้า 167

ข้อความต่อจากนี้ไปจนถึงหน้า 169 เป็นการอธิบายคำว่า ในกรม

ซึ่งโดยสรุปแล้วมาจากคำว่า เสด็จในกรม นั่นเอง) 

สร้างโดย: 
sss28249

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 3113 วันที่ 2 ก.ค. 2552


ที่มาของคำว่า ?ในหลวง? จากหนังสือ สาส์นสมเด็จ ที่มาของคำว่า?ในหลวง?จากหนังสือสาส์นสมเด็จ

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

สวนสวย

สวนสวย


เปิดอ่าน 6,422 ครั้ง
เขาคนนี้...พับหน้าได้

เขาคนนี้...พับหน้าได้


เปิดอ่าน 6,411 ครั้ง
Environmental innovation. A wastewater treatment in schools.

Environmental innovation. A wastewater treatment in schools.


เปิดอ่าน 6,399 ครั้ง
โทษของการอาบน้ำบ่อย

โทษของการอาบน้ำบ่อย


เปิดอ่าน 6,411 ครั้ง
ฮวงจุ้ย.....กับการกิน

ฮวงจุ้ย.....กับการกิน


เปิดอ่าน 6,505 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

มอหินขาว : กองหินมหัศจรรย์ !!!! ประเทศไทย

มอหินขาว : กองหินมหัศจรรย์ !!!! ประเทศไทย

เปิดอ่าน 6,412 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มาดูของแต่งบ้าน....ที่เป็นมงคล
มาดูของแต่งบ้าน....ที่เป็นมงคล
เปิดอ่าน 6,405 ☕ คลิกอ่านเลย

การอ่านแบบ SQ3R (วันนื้เป็นวิชาการหน่อย)
การอ่านแบบ SQ3R (วันนื้เป็นวิชาการหน่อย)
เปิดอ่าน 6,433 ☕ คลิกอ่านเลย

10 ภาพยอดเยี่ยมปี 2008 จาก Wikimedia Coomons
10 ภาพยอดเยี่ยมปี 2008 จาก Wikimedia Coomons
เปิดอ่าน 6,408 ☕ คลิกอ่านเลย

6    พฤษภาคม    น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
6 พฤษภาคม น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
เปิดอ่าน 6,407 ☕ คลิกอ่านเลย

^^วิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ^^(สบายๆสไตล์วันหยุด)
^^วิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ^^(สบายๆสไตล์วันหยุด)
เปิดอ่าน 6,471 ☕ คลิกอ่านเลย

พลิกโฉม ?หัวปลี? สีสันใหม่ลอยกระทง!!!ดู..***วิธีการทำกระทงปลีกล้วย***(ดูแล้วทำได้เลย)
พลิกโฉม ?หัวปลี? สีสันใหม่ลอยกระทง!!!ดู..***วิธีการทำกระทงปลีกล้วย***(ดูแล้วทำได้เลย)
เปิดอ่าน 6,429 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
เปิดอ่าน 12,445 ครั้ง

เปิด 10 ธุรกิจเด่นปี59 สุขภาพและความงามยังครองแชมป์
เปิด 10 ธุรกิจเด่นปี59 สุขภาพและความงามยังครองแชมป์
เปิดอ่าน 7,492 ครั้ง

การสะเดาะห์เคราะห์ด้วยการปล่อยปลา
การสะเดาะห์เคราะห์ด้วยการปล่อยปลา
เปิดอ่าน 19,924 ครั้ง

ห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom)
ห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom)
เปิดอ่าน 89,212 ครั้ง

การบรรจุกลับเข้ารับราชการ
การบรรจุกลับเข้ารับราชการ
เปิดอ่าน 14,504 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ