ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

งานวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การบริหารจิต ชั้น ม.3 (บทที่ 1)


เรื่องราวจากสมาชิก

8,372

views
Advertisement

งานวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การบริหารจิต ชั้น ม.3 (บทที่ 1)

 

บทที่   1

บทนำ

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

           

               แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่  10  พ.ศ.  2550  -  2554  ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายบริบท   ทั้งที่เป็นโอกาสและข้อจำกัดต่อการพัฒนาประเทศ  จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมของคนและระบบให้สามารถปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ในอนาคตและแสวงหาผลประโยชน์อย่างรู้เท่าทันโลกาภิวัฒน์และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทุกภาคส่วนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับบริบทการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ  5  บริบท  เช่น  การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด  โดยจะต้องมีการจัดการบริหาร     องค์ความรู้อย่างเป็นระบบ   ทั้งการพัฒนาหรือสร้างองค์ความรู้  รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี        ที่เหมาะสมมาผสมผสานกับจุดแข็งในสังคมไทย  วิสัยทัศน์ประเทศไทย  มุ่งพัฒนาสู่ สังคมอยู่เย็น    เป็นสุขร่วมกัน  (Green  and Happiness Society)  คนไทยมีคุณธรรม  มีความรู้  รู้เท่าทันโลก  ครอบครัวอบอุ่น  ชุมชนแข็งแรง  สังคมสันติสุข  เศรษฐกิจมีคุณภาพ  เสถียรภาพ  และเป็นธรรม  สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืนอยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มี            ธรรมาภิบาล  ดำรงไว้ซึ่งระบอบที่มีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และอยู่ภายในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี  วัตถุประสงค์บางประการเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้คู่คุณธรรม  จริยธรรมต่อเนื่องที่ขับเคลื่อนด้วยการเชื่อมโยงบทบาทครอบครัว  สถาบันศาสนา  และสถาบันการศึกษา  เสริมสร้างบริการสุขภาพอย่างสมดุล  ระหว่างการส่งเสริม การป้องกันการรักษา  และการฟื้นฟูสมรรถภาพและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

               แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่  9  พ.ศ.  2545  -  2549  ได้กำหนดจุดมุ่งหมาย ของการพัฒนาประเทศ  เน้นการแก้ไขปัญหาความยากจน  ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ     ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย  โดยยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา          ในทุกมิติอย่างเป็นองค์รวม  สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  (2544  :    -  ฉ)   ซึ่งโลกในปัจจุบันจัดเป็นโลกแห่งวิทยาการและเทคโนโลยี  ซึ่งมีความเจริญก้าวหน้า          อย่างรวดเร็ว  ความเจริญก้าวหน้าได้ส่งผลกระทบถึงความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ  และสังคม  แม้กระทั่งการศึกษา  เพื่อให้บุคคลเป็นสมาชิกที่ดีและมีประสิทธิภาพ      ของสังคมโดยกระบวนการต่างๆ   กิตติพงษ์   คงเอียด  (2546  :  1)  อ้างถึงใน  กาญจนา    คุณารักษ์  (2540  :  43)     

               การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นรากฐาน        ในกระบวนการ สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า  และพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ  เพราะการศึกษา        มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นผู้ที่รู้จักคิดรู้จักทำ  และรู้จักพัฒนา  แก้ไขปัญหา   ในประเทศ   จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาคนหรือประชากรให้มีคุณภาพควบคู่กันไป โดยเฉพาะ    อย่างยิ่งการพัฒนาการศึกษาในระดับอุดมศึกษา  เพื่อให้ผู้เรียนมีระดับสติปัญญา  มีความรับผิดชอบ    ต่อสังคม  มีคุณธรรม  จริยธรรม  และมีทักษะตลอดจนบุคลิกภาพที่พึงประสงค์  เพื่อให้สามารถนำหรือรองรับการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ  (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   ฉบับที่  8  พ.ศ.  2540   2544  :  ซีดีรอม)  ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่  8   พ.ศ.  2540  -  2544   ได้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพทางการศึกษาของคนไทย  เพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาทุกระดับ  โดยปฏิรูปการเรียนการสอน  พัฒนาหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน  ปรับปรุงเนื้อหาสาระวิชาและกระบวนการเรียนรู้   การจัดให้มีสื่อและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเพียงพอ  ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการเรียน การสอน   ชณรรษ   หาญอาษา  (2550  :  1)

               ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  ได้กำหนดแนวการจัดการศึกษา    ที่ยึดหลักว่า  ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  การจัดกระบวนการเรียนรู้  มาตรา  24  ได้ระบุให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ  ดังนี้  1)  จัดเนื้อหาและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน  โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  2)  ฝึกทักษะกระบวนการคิด  การจัดการ  การเผชิญสถานการณ์  และการประยุกต์ความรู้มาใช้  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา  3)  จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  ฝึกการปฏิบัติ   ให้ทำได้  คิดเป็นทำเป็น  รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง  4)  จัดการเรียนการสอน               โดยผสมผสานความรู้ต่างๆ  อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน  รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรมค่านิยมที่ดีงาม          และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกสาระการเรียนรู้   5)  ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  ทั้งนี้ผู้เรียนและผู้สอนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้                         6)  จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา  ทุกสถานที่  มีการประสานความร่วมมือกับบิดา  มารดา  ผู้ปกครอง  และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย  เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ  อุดมศักดิ์                    ธนะกิจรุ่งเรือง  (2546 : 26)  ดังนั้นการจัดการศึกษาที่มีผู้เรียนทุกคนเป็นศูนย์กลาง  ให้ผู้เรียน                  มีความสามารถเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ  ตามสติปัญญา  ความสามารถของผู้เรียน  และพัฒนาตนเอง      ได้เต็มตามศักยภาพ  คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล    ชณรรษ   หาญอาษา  (2550  :  1)

               จากรายงานผลการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ  2542  ของผู้ตรวจราชการ 12  เขตการศึกษา  สรุปได้ว่าคุณภาพการศึกษาอยู่ระดับต้องปรับปรุง  จึงมีการปฏิรูปการศึกษาขึ้น  ปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนการสอนทั้งของผู้เรียนและครู  กล่าวคือ  ลดบทบาทของครู ผู้สอนจากการเป็นผู้บอกเล่าและบรรยายมาเป็นการวางแผนจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  จากแนวโน้มของการจัดการศึกษาที่เปลี่ยนไป  เริ่มเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไปตามศักยภาพของผู้เรียน    แต่ละบุคคล  และเชื่อว่าผู้เรียนมีความสามารถที่จะสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยผ่านประสบการณ์ต่างๆ   ที่จะทำให้เกิดกระบวนการคิด พรรณี   เกษกมล (2546  :  48)  และในหมวด  9  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  ได้ให้ความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษาว่า  เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาให้ลุล่วงไปได้  โดยเฉพาะเทคโนโลยีการศึกษา        เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาด้านการเรียนรู้  กระทรวงศึกษาธิการ  (2543)  มาตรา  66  ผู้เรียน       มีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้      ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

              รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2550  ได้กำหนดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ     ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไว้ใน  สวนที่ 8   สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา   มาตรา 49 บุคคล         ยอมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไมนอยกว่าสิบสองปที่รัฐจะตองจัดใหอย่างทั่วถึง            และมีคุณภาพ   โดยไมเก็บคาใชจายผูยากไร ผูพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูอยูในสภาวะยากลําบาก       ตองไดรับ สิทธิตามวรรคหนึ่ง  และการสนับสนุนจากรัฐเพื่อใหไดรับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น  การจัดการศึกษาอบรมขององคกรวิชาชีพหรือเอกชน   การศึกษาทางเลือกของประชาชน  การเรียนรู้ดวยตนเอง และการเรียนรูตลอดชีวิต  ยอมไดรับความคุมครองและสงเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ  หนา  15  เลม  124   ตอนที่ 47    ราชกิจจานุเบกษา  24  สิงหาคม  2550

               รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2540  ได้กำหนดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ     ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไว้ในมาตรา  81  อาทิ  ให้รัฐต้องจัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ  ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  เศรษฐกิจ  การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ถูกต้อง  สำหรับภูมิปัญญาท้องถิ่น  ศิลปะ  และวัฒนธรรมของชาติ  (แผนการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2545  -  2559  :  ฉบับสรุป)  บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามีหลายประการ  จะเห็นได้ว่าการจัดการการศึกษาต้องเป็นบริการที่พอเพียง  รวดเร็วฉับไว  ให้ได้ทั้งปริมาณและมาตรฐานคุณภาพ  เป็นบริการที่อยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค  เท่าเทียม            และเป็นธรรม  ทั้งนี้เพราะการศึกษาเป็นกลไกที่สำคัญและเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ

              สังคมโลกเป็นสังคมของมวลมนุษย์ที่ได้สั่งสมวัฒนธรรมกันมาช้านานทำให้เกิดความเจริญ งอกงามขึ้นได้  เนื่องจากมนุษย์มีการพัฒนาขึ้นในหลายๆ  ด้าน  มนุษย์ได้อาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานที่จะพัฒนาด้านต่างๆ  ซึ่งมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตทั้งในอดีต  ปัจจุบัน  และอนาคต  ดังนั้นโลกในอนาคตต้องพึ่งพาเทคโนโลยี  และเทคโนโลยีต้องอาศัยวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานหลัก  (กิตติพงษ์   คงเอียด.  2546  :  1   อ้างถึงใน  สิปปนนท์   เกตุทัต.  2536  :   52  -  64)  การปลี่ยนแปลง  ของโลกในยุคโลกาภิวัฒน์  (Globalization) กลายเป็นสังคมแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ  (Information Technology)  ซึ่งเริ่มต้นเมื่อราว  ค.ศ.  1995  จนถึงปัจจุบัน  การเคลื่อนตัวเข้ามา   ของคลื่นลูกที่สามนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วไปสู่สังคมต่างๆ ทั่วโลกเป็นยุคที่ความก้าวหน้า    ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับการถ่ายทอดความรู้อย่างสูงมีพัฒนาการ ด้านคอมพิวเตอร์  เทคโนโลยี  การสื่อสาร  คมนาคม  ทำให้ข้อมูลแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว  เกรียงศักดิ์   เจริญวงศ์ศักดิ์.  2541  :  32

               ในศตวรรษที่ผ่านมาความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารก่อให้เกิดการหลั่งไหล    ของกระแสโลกาภิวัฒน์   ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  วิทยาศาสตร์   เทคโนโลยี  และการเมืองการปกครอง  โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจประสบความสำเร็จอย่างมาก  มุ่งเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมเป็นหลัก  ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ  ทางด้านสังคม   ด้านสิ่งแวดล้อม  เป็นการพัฒนาที่ขาดความสมดุลกัน  หากไม่แก้ไขจะนำไปสู่          การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนในอนาคต    จินตนา   เวทยาวงศ์.  2547  :  1

               จากกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ทำให้โลก  ไร้พรมแดน  อันเป็นสาเหตุให้ประเทศไทยต้องแข่งขันกันกับนานาประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  และเพื่อให้ประเทศมีศักยภาพอยู่ได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี     ในสังคม  โดยเห็นว่า คนเป็นทั้งเหตุปัจจัย  และผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ คนป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในการพัฒนาสังคม  หากได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพทั้งด้านร่างกาย  สติปัญญา  และจิตใจ  จะเป็นพื้นฐานสร้างพลังครอบครัว  ชุมชน  และสังคม  อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศโดยรวมอย่างสมดุลกับธรรมชาติและอยู่รวมกับประชาคมโลกได้อย่างสันติ  อัญชลี   โพธิ์ทอง  และ    อัปษรศรี   ปลอดเปลี่ยว.  2543  :  1

               เมื่อโลกเข้าสู่ปี  ค.ศ.  2000   ประเทศส่วนใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการศึกษา  โดยเน้น     การปฏิรูปการศึกษา  เพราะตระหนักดีว่าศักยภาพของคนจะเกิดได้จากการรับการศึกษาแบบต่อเนื่อง  หลากหลายวิธีทั้งสนุกและมีความสุข  ลักษณะเช่นนี้จะแตกต่างจากการสอนแบบเดิมๆ  ซึ่งมักจะใช้วิธีการท่องจำเป็นส่วนใหญ่  และใช้วิธีการสอนที่มีครูเป็นศูนย์กลาง     อัญชลี   โพธิ์ทอง.  2544  :  คำนำ

               พระธรรมปิฎก  (ประยุทธ์   ปยุตฺโต)   กล่าวว่า  การศึกษา  คือ  การพัฒนาคนโดยมีการพัฒนาปัญญาเป็นแกนกลาง  เป็นกระบวนการที่ดำเนินไปภายในตัวบุคคล แกนนำของกระบวนการศึกษา  ได้แก่  ความรู้ความเข้าใจ  ความคิดเห็น  แนวความคิด  เจตคติ  ค่านิยมที่ถูกต้องดีงาม  (อัญชลี  โพธิ์ทอง.  2544  :  3   อ้างถึงใน  สำนักพัฒนาการศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  เขตการศึกษา  10  การพัฒนา   การเรียนรู้.  2543  : 1 - 3)  ซึ่งสอดคล้องกับความหมายในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542   มาตรา  4  ที่ระบุ  ความหมายของคำว่า  การศึกษา  คือ  กระบวนการเรียนรู้   เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม  โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึกอบรม  การสืบสาน                ทางวัฒนธรรม  การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ  การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม  สังคม  การเรียนรู้  และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  จิตนา   เวทยาวงศ์.  2547  : 2    อ้างถึงใน  กระทรวงศึกษาธิการ.  2542  :  2 

               วิสัยทัศน์ของโรงเรียนสายปัญญารังสิต  โรงเรียนสายปัญญารังสิตเป็นแหล่งจัดการศึกษา      ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน  เป็นที่ยอมรับของชุมชน  มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน  มีวินัย  คุณธรรมและพื้นฐานทางเทคโนโลยี  (สารสนเทศโรงเรียนสายปัญญารังสิต)  สอดคล้องกับในอดีต    ที่ครูมีบทบาทมากในการถ่ายทอดความรู้  แต่ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้เข้ามา          มีบทบาทในสังคมของคนไทยมากขึ้น  โดยเฉพาะการเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน  หรือที่เรียกว่า  เทคโนโลยีทางการศึกษา  (Education  Technology)”  การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบและส่งเสริมระบบการเรียนการสอน  โดยเน้นที่วัตถุประสงค์ทางการศึกษา ที่สามารถวัดได้อย่างถูกต้องแน่นอน  ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง  ใช้การศึกษาเชิงปฏิบัติโดยมีการวิเคราะห์และการใช้เครื่องมือ โสตทัศนูปกรณ์  รวมทั้งเทคนิคการสอนโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ  เช่น                 เครื่องคอมพิวเตอร์   สื่อการสอนต่างๆ  ในลักษณะของสื่อประสม  และการศึกษาด้วยตนเอง         จินตนา   เวทยาวงศ์.  2547   :  4  อ้างถึงใน  Good.  1973  :  592 

                การพัฒนาคนให้เป็นคนโดยสมบูรณ์ต้องพัฒนาความรู้ควบคู่กับคุณธรรม  ด้วยการพัฒนาการศึกษาโดยมุ่งให้ประชากรมีความรู้อย่างทั่วถึงทั้งทางด้านสติปัญญา  ด้านศีลธรรม  และจริยธรรม           

               ปัจจุบันสภาพสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นคนไทยจะต้องปรับตัว          ให้เหมาะสม  สิ่งที่เคยช่วยให้คนไทยดำรงชีวิตอย่างมีความสุขได้  คือหลักธรรมและจริยธรรม            ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ดังที่  จินตนา  เวทยาวงศ์.  2547 :4  อ้างถึงใน                            สุทธิพงศ์    ตันตยาพิศาลสุทธิ์.  2528  :  23   ได้กล่าวว่า   ถ้าต้องการให้สังคมไทยมีความสุขและก้าวหน้าอย่างแท้จริงจะต้องจัดให้มีการพัฒนาจริยธรรมของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนา      ทางด้านวัตถุ  โดยเริ่มพัฒนาที่เด็กก่อน  ภารกิจนี้ทำได้โดยการนำหลักธรรมคำสั่งสอน                        ทางพระพุทธศาสนาเข้ามามีบทบาทในด้านการพัฒนาทางด้านจิตใจของเยาวชน  ซึ่งสอดคล้อง            กับพระโสภณคณาภรณ์.  2522  :  163  ที่กล่าวว่า  การศึกษาโดยทั่วไปมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาทางด้านจิตใจคนให้มีแต่ความดีงาม   ด้วยระบบคำสอนในทางพระพุทธศาสนา วิชาพระพุทธศาสนา   จึงสอนเพื่อพัฒนาจิตใจให้คนเป็นมนุษย์  เพื่อพัฒนามนุษย์ให้เป็นกัลยาปุถุชน  เป็นบัณฑิต                 เป็นนักปราชญ์  เป็นคนดีจริงๆ  เรียกว่า  สัตบุรุษ

                ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้  วงการศึกษาของไทยจึงให้ความสำคัญในการพัฒนาทางด้านจริยธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาในด้านอื่นๆ  โดยกระทรวงศึกษาธิการได้บรรจุสาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนา  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรมไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช   2544  โดยเริ่มตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาเป็นต้นไป

               พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยและเป็นสถาบันหลักของสังคมไทยที่แทรกอยู่    ในวัฒนธรรมวิถีการดำเนินชีวิต  ทั้งยังเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติ  ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลง  ไปอย่างรวดเร็ว  เยาวชนไทยสมควรได้รับการปลูกฝังคุณธรรม  จริยธรรมตามหลักคำสอน                ทางพระพุทธศาสนาที่เหมาะสมกับวัย  และเป็นประโยชน์แก่ชีวิตอย่างแท้จริงตั้งแต่เริ่มแรก  โดยการจัดเนื้อหาสาระและกระบวนการเรียนการสอนที่ชัดเจน  เพื่อให้เยาวชนไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง  มีเจตคติ  และค่านิยมที่ดีต่อพระพุทธศาสนา

               แต่ในสภาวะการเรียนการสอนที่แท้จริงของสาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนาพบปัญหา           ที่เกิดขึ้นมากมาย   ซึ่งสามารถแจกแจงข้อมูลของ   จินตนา   เวทยาวงศ์.  2547:  5  อ้างถึงใน   นงลักษณ์    จันทร์แสนโรจน์.  2529  :  112   ไว้ดังนี้ 

               1.   ครูผู้สอนพระพุทธศาสนาไม่มีคุณวุฒิทางพระพุทธศาสนา  ไม่เคยมีประสบการณ์สอนศีลธรรมมาก่อน  และขาดความสนใจในการศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

               2.   ผู้เรียนไม่มีคุณวุฒิทางพระพุทธศาสนา  และมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา     น้อยมาก  และวัฒนธรรมตะวันตกทำให้ผู้เรียนเห็นว่าพระพุทธศาสนาล้าสมัย

  3.   ฝ่ายบริหารและบุคลากรของโรงเรียนไม่เห็นความสำคัญของวิชาพระพุทธศาสนา

  4.   เอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรมีการจัดทำน้อยมาก

              5.   วิธีการของครูผู้สอนตั้งแต่อดีตยึดการสอนแบบบรรยายเป็นหลัก  มีการจัดกิจกรรม      เสริมบทเรียนน้อยมาก

              6.   ครูผู้สอนแทบไม่ได้ใช้สื่อการสอนเลย  และมีวิธีการที่เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาน้อยมาก  ทำให้ผู้เรียน เบื่อหน่ายต่อวิธีการสอน  เนื้อหา  และสื่อแบบเดิม

              7.   ผู้ปกครองขาดการติดตามผลการเรียน  หรือมีการติดตามผลการเรียนในรายวิชาน้อยมาก

              8.   การเรียนการสอนส่วนใหญ่จัดขึ้นในห้องเรียนปกติ  สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน         ไม่สนับสนุนการสอนวิชาพระพุทธศาสนา

               การเรียนการสอนตามหลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรื่องใกล้ตัวมากกว่าเรื่องไกลตัว  ผู้เรียนควรรู้เรื่องสังคมในท้องถิ่น  ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น  การทำมาหากิน  ความจำเป็นพื้นฐาน  ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ  เพื่อที่จะปฏิบัติตนตามสถานภาพ  บทบาท  สิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีของท้องถิ่น  จังหวัด  ภาค  และประเทศ  รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น   ของตนมากยิ่งขึ้น   ชรัญ   เชาว์ฉลาด.  2550  :  2 

               อีกทั้งสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนแบบเก่า  เช่น  รูปภาพ  แผนที่  แผนภูมิ  ภาพ  กราฟิก       ไม่สามารถที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและอยากที่จะเรียนรู้ได้มากเท่าที่ควร  รวมไปถึง        ในด้านของกระบวนการจำที่ผู้เรียนเกิดการจำได้ไม่นานและไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกด้วย

               จากผลการวิจัยของนักการศึกษา  พบว่าเครื่องมือที่จะช่วยส่งเสริมสมรรถภาพในการสอน      ที่จะช่วยให้นักเรียนได้เรียนตามความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลได้เป็นอย่างดี  ก็คือ    การใช้สื่อและอุปกรณ์การสอน  ในปัจจุบันการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาเป็นวิธีหนึ่งที่นิยมกันมาก    ช่วยให้การเรียนการสอนเป็นไปได้อย่างกว้างขวางรวดเร็ว  ทำให้ผู้สอนมีเวลาในการวางแผนและพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าทางการศึกษาได้มากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ผู้สอนยังอาจใช้คอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนให้เหมาะสม      กับสภาวะของผู้เรียนได้อีกด้วย  จึงกล่าวได้ว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องช่วยสอนในรูปแบบต่างๆ  กัน  (กิตติพงษ์   คงเอียด. 2546  :  3  อ้างถึงใน  ชูศรี   ยินดีตระกูล.  2530  :  28  -  29)  กล่าวว่ามีความสอดคล้องกับการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษาในลักษณะการนำเสนอการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์  จัดเป็นการเรียนรู้โดยใช้        สื่ออิเล็กทรอนิครูปแบบหนึ่ง  ซึ่งจะมีการนำเสนอสื่อประสมอันได้แก่  ข้อความ  ภาพนิ่ง  กราฟิก  แผนภูมิ  กราฟ   ภาพเคลื่อนไหว   วีดีทัศน์และเสียง  เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียนหรือองค์ความรู้        ในลักษณะที่ใกล้เคียงกับการสอนจริงในห้องเรียนมากที่สุด  คอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถดึงดูด        ความสนใจของผู้เรียน  และกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดความต้องการที่จะเรียนรู้   ถนอมพร   เลาหจรัสแสง.  2541  :  7

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


งานวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การบริหารจิต ชั้น ม.3 (บทที่ 1)งานวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องการบริหารจิตชั้นม.3(บทที่1)

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

แก้ตัวครับ ภาพเวียดนาม

แก้ตัวครับ ภาพเวียดนาม


เปิดอ่าน 8,412 ครั้ง
รวย...สุข

รวย...สุข


เปิดอ่าน 8,374 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

มาดูแลฟันผุกันเถอะ ...!!!

มาดูแลฟันผุกันเถอะ ...!!!

เปิดอ่าน 8,399 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เป็นบัณฑิตจิตต้องมั่นคง
เป็นบัณฑิตจิตต้องมั่นคง
เปิดอ่าน 8,425 ☕ คลิกอ่านเลย

 มาดูเร้ว.....  เทรนด์ ทรงผม มาแรง ปี 2010
มาดูเร้ว..... เทรนด์ ทรงผม มาแรง ปี 2010
เปิดอ่าน 8,440 ☕ คลิกอ่านเลย

หยุด เหล้าเข้าพรรษา หรือ เลิก เหล้าเข้าพรรษา ดี เข้าพรรษาบวชใจ เลิกเหล้า! เลิกจน ดีกว่า
หยุด เหล้าเข้าพรรษา หรือ เลิก เหล้าเข้าพรรษา ดี เข้าพรรษาบวชใจ เลิกเหล้า! เลิกจน ดีกว่า
เปิดอ่าน 8,500 ☕ คลิกอ่านเลย

วิธีป้องกัน.....เสียงแหบ
วิธีป้องกัน.....เสียงแหบ
เปิดอ่าน 8,410 ☕ คลิกอ่านเลย

**...ครูที่ดี....**
**...ครูที่ดี....**
เปิดอ่าน 8,475 ☕ คลิกอ่านเลย

รักคนมีเจ้าของ
รักคนมีเจ้าของ
เปิดอ่าน 8,439 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การเก็บรวบรวมข้อมูล (Collection of Data)
การเก็บรวบรวมข้อมูล (Collection of Data)
เปิดอ่าน 54,331 ครั้ง

จะเลือกแปรงสีฟันแบบไหนดี ?
จะเลือกแปรงสีฟันแบบไหนดี ?
เปิดอ่าน 12,296 ครั้ง

ผวาทั้งเอเชีย ข้าวพลาสติกเมดอินไชน่าระบาด กินแล้วอาจถึงตาย
ผวาทั้งเอเชีย ข้าวพลาสติกเมดอินไชน่าระบาด กินแล้วอาจถึงตาย
เปิดอ่าน 23,807 ครั้ง

คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง
เปิดอ่าน 14,002 ครั้ง

สามัญชนคนไทย : โรงเรียนในฝัน
สามัญชนคนไทย : โรงเรียนในฝัน
เปิดอ่าน 15,833 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ