ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

7 ผลไม้ไทย ใช้เป็นยา


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,339 ครั้ง
7 ผลไม้ไทย ใช้เป็นยา

Advertisement

 

คนโบราณบ้านเราสามารถใช้ส่วนต่างๆของผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นเปลือก ผล เมล็ด ราก หรือใบมาปรุงเป็นยา ที่สำคัญในปัจจุบันมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า สารเคมีที่อยู่ในส่วนต่างๆของผลไม้มีสรรพคุณทางยารักษาโรคได้จริง

มะเฟือง (Star apple) นอกเหนือจากความสวยงามแปลกตาในเรื่องรูปทรงแล้ว ในด้านคุณค่าทางโภชนาการ มะเฟืองสุกยังอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน เป็นยาระบายแก้ท้องผูก ช่วยขับเสมหะได้

ในด้านสมุนไพร เราสามารถใช้ส่วนต่างๆของมะเฟืองมารักษาโรคได้ดังต่อไปนี้

  • ผล คั้นเอาแต่น้ำดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการอาการเจ็บคอ ไข้หวัด บรรเทาอาการนิ่วในปัสสาวะขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะช่วยลดอาการร้อนใน ช่วยขจัดรังแค นอกจากนั้นน้ำคั้นจากผลมะเฟือง ยังใช้ลบรอยเปื้อนบนมือ เสื้อผ้า และของใช้ต่างๆได้ดีอีกด้วย
  • ใบ นำมาต้มผสมกับน้ำ กินแก้ไข้ ขับปัสสาวะ ขับระดู หรือหากนำมาบดให้ละเอียดพอกบนผิวหนัง จะช่วยลดอาการอักเสบ ช้ำบวม แก้ผื่นคัน กลากเกลื้อน และอีสุกอีใส
    ราก มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ต้มกับน้ำ ช่วยดับพิษร้อน แก้อาการปวดศรีษะ ปวดตามข้อต่างๆในร่างกาย ปวดแสบในกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องร่วง ส่วนดอกมะเฟืองนิยมนำมาต้มน้ำดื่ม เพื่อช่วยในการขับพิษและขับพยาธิ
    ข้อควรระวัง ผลมะเฟืองมีกรดออกซาติกอยู่ค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงไม่ควรกินในปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้เป็นฝ้าได้ อีกทั้งไม่ควรกินในขณะมีประจำเดือนเพราะจะทำให้รู้สึกปวดท้อง สตรีมีครรภ์ไม่ควรกินมาก เพราะจะทำให้แท้งได้

ส้มโอ (Pomelo) ในส้มโอมีสารเพคติน (Pectin) สูง จึงมีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือด อีกทั้งยังมีสารโมโนเทอร์ปีนที่ช่วยในการกวดจับสารก่อมะเร็ง นอกจากนั้นส้มโอยังมีคุณสมบัติพิเศษอีกประการหนึ่งคือช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยให้เจริญอาหารอีกด้วย

  • ใบสดนำมาตำให้ละเอียด แล้วย่างไฟให้อุ่น ใช้พอกบริเวณที่ปวดบวมหรือปวดศีรษะได้
  • เปลือกผลของส้มโอมีน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด ใช้เป็นยาขับลม ขับเสมหะ แก้ท้องอืด แน่นหน้าอก ไอ สมารถใช้เปลือกผล ตำพอกฝี และใช้จุดไฟไล่ยุงได้ หรือหากนำเปลือกผลส้มโอมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำไปนึ่งรับประทานทุกเช้าเย็น ก็จะช่วยบรรเทาอาการของโรคหอบหืดได้
  • เมล็ดของส้มโอ มีสรรพคุณช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ลดอาการปวดบวมของผิวหนัง และยังช่วยลดปริมาณของเสมหะที่มีในลำคอได้อีกด้วย
  • ผล ช่วยเจริญอาหาร หากรับประทานเนื้อของผลส้มโอภายหลังอาหาร จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มะยม (Star gooseberry) เป็นผลไม้พื้นบ้านที่ให้รสเปรี้ยวอมฝาด ในผลมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และวิตามินซีสูง จึงมีฤทธ์ในการช่วยสมานแผลและใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการหลอดลมอักเสบ ในยอดอ่อนมีฟอสฟอรัส ช่วยในการขับเหงื่อ และกระตุ้นการเจริญอาหาร รากของมะยมมีสารแทนนินอยู่ค่อนข้างสูง ใช้แก้ไข้ แก้อาการหอบหืดและปวดศีรษะ

  • รากมะยม ใช้รากมะยมประมาณ1กิโลกรัมต้มกับน้ำ 10 ลิตรให้เดือดทิ้งไว้ให้อุ่น นำมาอาบ หรือใช้รากมะยมฝนกับน้ำซาวข้าวทาวันละ 2-3 ครั้งอาการคันจะดีขึ้น
  • แก่นมะยม นำแก่นมะยมมาฝานให้ได้ขนาดชิ้นเท่าฝ่ามือ 3 ชิ้น ต้มกับน้ำ 1 แก้ว นาน 5 นาที ดื่มให้หมด 1 แก้ว กินติดต่อกัน 1อาทิตย์จะช่วยให้เลิกบุหรี่ได้
  • ใบ นำใบแก่พร้อมก้าน1กำมือ ไปต้มพร้อมน้ำตาลกรวดให้เดือดนาน 5-10 นาทีแล้วดื่ม จะช่วยลดอาการปวดศีรษะเนื่องจากความดันโลหิตสูงได้
    ข้อควรระวัง รากของมะยมมีพิษ ใช้เป็นยาเบื่อสัตว์ใหญ่ โดยใช้ผสมกับอาหาร ถ้ากินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการเมาและอาเจียนได้

มังคุด (Mangosteen) เป็นผลไม้ที่เนื้อในของผลมีรสเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อม ในเปลือกมังคุดยังมีสารเทนนิน (Tannins) และสารมีสารแมงโกติน (Mangostin) ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง อยู่มากถึง 7-14 เปอร์เซนตร์ ในแง่สมุนไพร เปลือกมังคุดจึงมีสรรพคุณในการใช้รักษาโรคผิวหนัง และนิยมนำไปสกัดทำเป็นสบู่ ครีมพอกหน้า และยารักษาสิวฝ้าได้อีกด้วย

  • เปลือกมังคุดแห้ง ใช้เปลือกมังคุดแห้งของผลแก่ฝนกับน้ำปูนใส ให้ได้ตัวยาข้นๆทาบริเวณที่เป็นแผลพุพอง เป็นหนอง หรือบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนวันละ 2-3 ครั้งอาการจะดีขึ้น หรือใช้เปลือกมังคุดแห้ง 1-2 ผลต้มกับน้ำ1 ลิตร ล้างแผลวันละ 3-4 ครั้ง ก็ได้เช่นเดียกัน หรือนำเปลือกมังคุดที่ตากแดดจนแห้ง ไปฝนกับน้ำให้ได้ความเข้มข้น ทาบริเวณที่เป็นวันละ 3-4 ครั้ง จะช่วยให้แผลน้ำกัดเท้าแห้งเร็วขึ้น
  • เปลือกมังคุด นำไปต้ม ใช้เป็นยากลั้วคอ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและต้านเชื้อราในปาก เวลาเป็นแผลในปาก
  • เปลือกแห้งของผลแก่ ใช้เปลือกมังคุดแห้ง1ลูก ต้มกับน้ำให้เดือด 5 -10 นาที รับประทานครั้งละ1 ช้อนโต๊ะ ทุกๆ 4 ชั่วโมง แก้ท้องเสีย ท้องร่วงเรื้อรัง บิดถ่ายเป็นมูกเลือด
    หรือใช้เปลือกมังคุดแห้งครึ่งผล ย่างไฟ ให้เกรียม บดเป็นผง ละลายในน้ำครึ่งแก้ว รับประทานทุก 2 ชั่วโมง อาการจะทุเลา

มะขาม (Tamarind) ในเนื้อมะขามมีสารแอนทราควินิน (Antraquinone) ซึ่งช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ นอกจากนั้น ยังมีกรดอินทรี (organic acid) อยู่หลายชนิด เช่น กรดทาร์ทาร์ริก (Tartaric acid) และกรดซิตริค (Citric acid) ทำให้มีฤทธ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เพิ่มกากใยอาหาร และช่วยหล่อลื่นให้ขับถ่ายสะดวก

    • เปลือกของเมล็ด นำเมล็ดมะขามสุกไปคั่วไฟให้สุก กะเทาะเอาแต่เปลือกไปบดไฟให้ละเอียดแล้วคลุกกับน้ำมันละหุ่งหรือน้ำมันมะพร้าว พอกแผลที่โดนไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวกวันละ 2-3 ครั้ง
    • เมล็ดมะขาม นำเมล็ดมะขามไปคั่วให้สุก กะเทาะเปลือกทิ้ง นำไปแช่น้ำจนนิ่ม ตำพอกแผล รักษาฝีและแผลเรื้อรัง
    • เมล็ดมะขาม เอาเมล็ดไปผ่ากลางตามแนวขวาง นำส่วนที่ถูกผ่าไปฝนกับน้ำมะนาว ใช้ปิดรอยแมลงกัด เมล็ดมะขามจะช่วยดูดพิษแมลงสัตว์กัดต่อยออกมาได้
    • เนื้อมะขาม นึ่งเนื้อมะขามให้สุก คั้นกับน้ำข้นๆ เติมเกลือลงไปเล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆ แก้ไอ ขับเสมหะ

ทับทิม (Pomecranate) ส่วนต่างๆของทับทิมสามารถนำมาใช้รักษาโรคได้แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผล ซึ่งมีรสหวานอมเปรี้ยว ออกฤทธิ์เป็นยาบำรุงกำลัง แก้เจ็บคอ แก้โลหิตจาง ห้ามเลือด รักษาแผล แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร ขับพยาธิในลำไส้ แก้ท้องร่วง เป็นต้น นอกจากนั้น ในเปลือกผลแก่ของทับทิมยังมีกรด Gullotannic ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค แก้อาการท้องเดินได้ ซึ่งกองวิจัยทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้วิเคราะห์ไว้แล้วว่าไม่มีพิษเฉียบพลัน ทั้งยังสามารถใช้รักษาโรคบิดที่เกิดจากแบคทีเรียและอะมีบาได้ผลดีอีกด้วย

    • น้ำทับทิม นำทับทิม 1 ลูกไปคั้น ดื่มน้ำตอนเช้าครั้งละ1 แก้วจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ (สูตรนี้เหมาะกับคนที่ตั้งครรภ์) ในกรณีของคนที่ดื่มแก้ท้องอืดและบำรุงสายตาให้ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ดื่มหลังอาหารจะช่วยให้ลำไส้ดูดซึมได้ดีขึ้น
    • เปลือกทับทิม นำเปลือกทับทิมตากแห้งไปฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ทาทุกครั้งที่มีอาการน้ำกัดเท้า
      เปลือกผล ใช้เปลือกผลแก่ที่แห้ง ขนาด 1/4 ของผลทับทิม ต้มกับน้ำปูนใส ดื่มครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะทุกๆ 4 ชั่วโมง อาการท้องเสียและบิดจะดีขึ้น
    • เปลือกผล นำเปลือกผลแก่ที่สด ครึ่งลูก ต้มกับน้ำ 1 แก้ว อมกลั้วคอทุกเช้าและก่อนนอน แก้อาการเจ็บคอ ปวดฟัน

มะขามป้อม (Emblic) นอกเหนือจากจะมีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มถึง 20 เท่าในปริมาณที่เท่ากันแล้ว มะขามป้อมยังมีฤทธิ์เป็นยาเย็น ใช้เป็นยาลดไข้ ยาฟอกเลือด ยาระบาย บำรุงหัวใจ ใช้ขับปัสสาวะ และแก้ริดสีดวง ได้อีกด้วย

    • เปลือกต้น นำไปตากให้แห้ง บดเป็นผง โรยบริเวณบาดแผล เพื่อห้ามเลือดในแผลสด
    • ราก เอารากต้นมะขามป้อมสด ไปตำพอแหลก พอกแผล รากมะขามจะช่วยดูดพิษตะขาบออกมา
    • ลูกมะขามป้อม เอาลูกมะขามป้อม 50-70 ลูก ไปต้มให้สุก แล้วแกะเอาเมล็ดออก ตำให้ละเอียด แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นเอามาผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 เม็ด จะทำให้ร่างกายแข็งแรง แก้อาการอ่อนเพลีย
    • ผลแห้ง นำผลมะขามป้อมที่ตากจนแห้ง 2-3 ผลแกะเอาเมล็ดออกผสมนมสด 1 แก้ว ปั่นให้เป็นครีมดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดกัน 7 วัน จะช่วยบรรเทาโรคกระเพาะ

    กินผลไม้เป็นยาอย่างไรไม่ให้มีผลข้างเคียง........

    ไม่เฉพาะแต่ผลไม้ไทย แต่สมุนไพรทุกชนิดแม้จะมีผลข้างเคียงในการรักษาค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบัน แต่หากใช้โดยไม่ระมัดระวังก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นก่อนนำผลไม้หรือสมุนไพรใกล้ตัวมาปรุงเป็นยา ควรศึกษาและหาทางป้องกันดังต่อไปนี้

    • กินแต่น้อยเพื่อความมั่นใจ หากไม่เคยกินยาขนานนั้นมาก่อน ควรเริ่มกินในปริมาณที่น้อยๆ เช่น กินเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดที่กำหนดมาให้ เพื่อรอดูว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายหรือไม่ หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่อยกินต่อไป
    • อย่าใช้ยาเกินขนาดและผิดประเภท เป็นต้นว่า ยาบางชนิดใช้ต้มผสมน้ำดื่มก็ไม่ควรนำไปต้มจนงวด เพราะการกินยาที่มีความเข้มข้นเกินไป อาจทำให้เกิดอันตรายได้
    • ศึกษาพิษของยาก่อนกิน ก่อนที่จะใช้ยาสมุนไพรไม่ว่าประเภทใดก็ตาม ควรรู้พิษและผลข้างเคียงของยาเสียก่อน เพื่อจะได้ระมัดระวังมากขึ้น
    • ไม่ควรกินยาตัวเดียวติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น แม้ยาสมุนไพรส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีผลข้างเคียงในระยะเฉียบพลัน แต่การกินติดต่อกันนานๆอาจทำให้เกิดการสะสมและเป็นอันตรายได้

นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 202

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1833 วันที่ 9 ส.ค. 2552


7 ผลไม้ไทย ใช้เป็นยา7ผลไม้ไทยใช้เป็นยา

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ฝากเนื้อ ฝากตัวค่ะ

ฝากเนื้อ ฝากตัวค่ะ


เปิดอ่าน 6,337 ครั้ง
---->>>วิธีง้อคนรัก!!!!

---->>>วิธีง้อคนรัก!!!!


เปิดอ่าน 6,337 ครั้ง
ทายนิสัยจากวันในสัปดาห์

ทายนิสัยจากวันในสัปดาห์


เปิดอ่าน 6,339 ครั้ง
 คนขี้อาย

คนขี้อาย


เปิดอ่าน 6,339 ครั้ง
ว้าว...กินทุเรียนแล้วผอม

ว้าว...กินทุเรียนแล้วผอม


เปิดอ่าน 6,337 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เสียงเด็กๆกับ  E-learnning ไทย (วันที่ 30-06-2552)

เสียงเด็กๆกับ E-learnning ไทย (วันที่ 30-06-2552)

เปิดอ่าน 6,337 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การตั้งศาลพระภูมิ...
การตั้งศาลพระภูมิ...
เปิดอ่าน 6,339 ☕ คลิกอ่านเลย

มาดู..!!คลิปหวาดเสียว...สุนัขร๊อตไวเลอร์ vs เด็กน้อยผู้น่ารัก....
มาดู..!!คลิปหวาดเสียว...สุนัขร๊อตไวเลอร์ vs เด็กน้อยผู้น่ารัก....
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

เรื่องที่ผู้หญิงควรรู้เกี่ยวกับผู้ชาย
เรื่องที่ผู้หญิงควรรู้เกี่ยวกับผู้ชาย
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

5 เคล็ดลับ...ปาร์ตี้ ปีใหม่ ให้สนุก สุขภาพดี
5 เคล็ดลับ...ปาร์ตี้ ปีใหม่ ให้สนุก สุขภาพดี
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

10 อันดับประเทศ "ปลอดภัยที่สุดในโลก"
10 อันดับประเทศ "ปลอดภัยที่สุดในโลก"
เปิดอ่าน 6,337 ☕ คลิกอ่านเลย

*กฏแห่งกรรม*
*กฏแห่งกรรม*
เปิดอ่าน 6,339 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หมอขายครีม ผิดจรรยาบรรณ?
หมอขายครีม ผิดจรรยาบรรณ?
เปิดอ่าน 21,621 ครั้ง

ธรรมคุณ 6
ธรรมคุณ 6
เปิดอ่าน 183,728 ครั้ง

สู่ความสำเร็จในการทำงานตามแนวพุทธ
สู่ความสำเร็จในการทำงานตามแนวพุทธ
เปิดอ่าน 10,743 ครั้ง

ความหมายของตัวเลขบนตั๋วรถเมล์
ความหมายของตัวเลขบนตั๋วรถเมล์
เปิดอ่าน 23,381 ครั้ง

ลายมือผู้ยิ่งใหญ่
ลายมือผู้ยิ่งใหญ่
เปิดอ่าน 26,770 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ