ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ฮัลโหล.! ! ! ครับ มือถือ คือสื่อฟ้าผ่า จริงหรือไม่...? ไปพิสูจน์


เรื่องราวจากสมาชิก

8,303

views
Advertisement

 ฮัลโหล.! ! !   ครับ  มือถือ คือสื่อฟ้าผ่า จริงหรือไม่...?  ไปพิสูจน์

           มือถือสื่อฟ้าผ่า จริงหรือไม่
                         ...........



เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีข่าวคนไทยถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิต มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีสาเหตุจากการใช้โทรศัพท์มือถือ จึงเกิดคำถามและข้อสงสัยตามมาว่า โทรศัพท์มือถือ เครื่องประดับที่ทำจากโลหะ ไม่ว่าจะเป็น สร้อย แหวน เข็มกลัด ตะกรุด เป็นสื่อล่อฟ้าจริงหรือไม่?


เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทางภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงร่วมกับศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย จัดเสวนา “ฟ้าผ่า ข้อเท็จจริงที่ควรรู้” โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิชาการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า ฟ้าผ่าถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่เกิดจากการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าในอากาศ และปล่อยประจุไฟฟ้าออกจากเมฆฝนฟ้าคะนอง ซึ่งนักอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า เมฆคิวมูโลนิมบัส (cumulonimbus) โดยประจุบวกจะอยู่บริเวณยอดเมฆ ส่วนประจุลบอยู่บริเวณฐานเมฆ    การเกิดฟ้าผ่าจะเชื่อมโยงบริเวณ 2 แห่งที่มีประจุต่างกัน ฟ้าผ่ามีอย่างน้อย 4 แบบ คือ 1. ฟ้าผ่าภายในก้อนเมฆ
2.ฟ้าผ่าจากเมฆก้อนหนึ่งไปยังเมฆอีกก้อนหนึ่ง
3.ฟ้าผ่าจากฐานเมฆลงสู่พื้น หรือฟ้าผ่าแบบลบ
และ4.ฟ้าผ่าจากยอดเมฆลงสู่พื้น หรือฟ้าผ่าแบบบวก

ทั้งนี้ฟ้าผ่าในแบบที่ 1 และ 2 จะทำให้เมฆเปล่งแสงกะพริบ ซึ่งเรียกว่า “ฟ้าแลบ” ส่วนฟ้าผ่าที่เป็นอันตรายต่อ คน สัตว์ และสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้น คือ ฟ้าผ่าแบบที่ 3 มีระยะผ่าลงบริเวณใต้เงาของเมฆฟ้าฝนคะนอง และแบบที่ 4 สามารถผ่าได้ไกลออกไปจากก้อนเมฆถึง 30 กม.

“โดยหลักการฟ้าผ่าสามารถผ่าลงมาได้ทุกจุด ทั้งพื้นดิน ต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือบนอาคารสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดฟ้าผ่ามากที่สุดเมื่อเกิดฝนฟ้าคะนอง คือ พื้นที่โล่งแจ้ง ทุ่งนา สระน้ำ ชายหาด เราจึงควรหลบเข้าไปอยู่ในอาคาร และไม่ควรหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะเมื่อสายฟ้าฟาดลงมายังต้นไม้อาจได้รับอันตรายได้ และหากต้องอยู่กลางแจ้งหาที่ปลอดภัยหลบไม่ได้ ก็สามารถลดความเสี่ยงจากอันตรายที่เกิดจากฟ้าผ่าได้ด้วยการนั่งยอง ๆ ก้มศีรษะเพื่อลดตัวให้ต่ำสุด เท้าชิดกันและเขย่งเล็กน้อยเพื่อลดความเสี่ยงจากกระแสไหลตามพื้น และอย่านอนราบกับพื้น เพราะร่างกายจะแตะพื้นสองจุด จนทำให้กระแสไฟฟ้าที่วิ่งมาตามพื้นไหลเข้าจุดหนึ่งและวิ่งออกจุดหนึ่งผ่านร่างกายได้”

ด้านนายกิตติ เพ็ชรสันทัด หัวหน้ากองเทคโนโลยีสายส่งและการบิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากการติดตั้งระบบการตรวจวัดค่าการเกิดฟ้าผ่าและพายุฝนฟ้าคะนองของ กฟผ. ใน 11 สถานีครอบคลุมทั่วประเทศพบว่า จำนวนฟ้าผ่าลงมาในประเทศไทยมีมากถึง 1 แสนครั้งต่อเดือน ซึ่งในเดือน เม.ย. ปี 51 ตรวจวัดได้สูงมากกว่า 1 ล้านครั้ง และมากที่สุดในวันที่ 22 เม.ย. 51 มีฟ้าผ่าวันเดียวสูงถึง 1.5 แสนครั้ง โดยช่วงเวลาที่เกิดฟ้าผ่าบ่อย คือ ช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูจากฤดูร้อนเป็นฝน (เม.ย.-พ.ค.) และฤดูฝนเป็นหนาว (ก.ย.-ต.ค.)

“จากสภาพภูมิประเทศพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฟ้าผ่ามากคือ ภาคตะวันออกและภาคอีสาน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีมรสุมพาดผ่าน อาทิ จ.จันทบุรี ตราด มุกดาหาร กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ และภาคใต้ซึ่งมีช่วงเวลาฝนตกหลายเดือน อาทิ จ.ภูเก็ต พังงา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี”

ส่วน ดร.คมสัน เพ็ชรรักษ์ หัวหน้าห้องจำลองฟ้าผ่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โทรศัพท์มือถือ และวัสดุที่เป็นโลหะ แหวน สร้อย ตะกรุด ไม่นับว่าเป็นสื่อล่อฟ้าได้ เพียงแต่อาจจะทำให้ได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงหากถูกฟ้าผ่า เช่น โทรศัพท์ระเบิดจากแบตเตอรี่ลัดวงจร หรือผิวหนังไหม้จากการสัมผัสโลหะที่สวมใส่เมื่อไฟฟ้าไหลผ่าน ฯลฯ อย่างไรก็ตามแม้โลหะและโทรศัพท์มือถือไม่ใช่สื่อล่อฟ้า แต่ก็ควรเลี่ยงสวมใส่โลหะและใช้โทรศัพท์มือถือ ในบริเวณโล่งแจ้งและเกิดฝนฟ้าคะนอง

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผอ.สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ผู้ที่ถูกฟ้าผ่าไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตเสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะพิการเนื่องจากอวัยวะภายในถูกทำลาย อย่างไรก็ตามเมื่อจำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกฟ้าผ่าให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัยก่อน ในกรณีมีผู้บาดเจ็บหลายรายให้เลือกช่วยผู้ที่หัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจก่อน ด้วยการปั๊มหัวใจและผายปอด แล้วรีบนำส่งแพทย์ ส่วนคนที่หัวใจไม่หยุดเต้นหรือยังหายใจได้อยู่มีโอกาสรอดสูงกว่า

เมื่อรู้ข้อเท็จจริงอย่างนี้แล้ว หากเราไม่ไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา นั่นก็คือ การอยู่นอกอาคารเวลาที่มีฟ้าฝนคะนอง ก็จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่จะถูกฟ้าผ่าได้แล้ว …




(จาก นสพ. เดลินิวส์)  ขอบคุณhttp://www.baanmaha.com/community/25049

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 2614 วันที่ 26 ส.ค. 2552

ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

฿1,790

https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


ฮัลโหล.! ! ! ครับ มือถือ คือสื่อฟ้าผ่า จริงหรือไม่...? ไปพิสูจน์

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ขำขัน :กาแฟร้อน ๆ

ขำขัน :กาแฟร้อน ๆ


เปิดอ่าน 8,296 ครั้ง
รู้ไว้... ก่อนออกกำลังกาย

รู้ไว้... ก่อนออกกำลังกาย


เปิดอ่าน 8,300 ครั้ง
ครูศิลป์....

ครูศิลป์....


เปิดอ่าน 8,305 ครั้ง
ครูไทย

ครูไทย


เปิดอ่าน 8,306 ครั้ง
สวนสวย

สวนสวย


เปิดอ่าน 8,306 ครั้ง
9  ไม่....ต่ออายุ"ความรัก"

9 ไม่....ต่ออายุ"ความรัก"


เปิดอ่าน 8,303 ครั้ง
สื่อการสอนภาษาอังกฤษ(29)

สื่อการสอนภาษาอังกฤษ(29)


เปิดอ่าน 8,302 ครั้ง
กระดานดำ   ?สื่อแผ่นป้าย?

กระดานดำ ?สื่อแผ่นป้าย?


เปิดอ่าน 8,347 ครั้ง
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า


เปิดอ่าน 8,295 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เทคนิคการอ่านเร็ว.....และมีประสิทธิภาพ

เทคนิคการอ่านเร็ว.....และมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 8,303 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
เปิดอ่าน 8,310 ☕ คลิกอ่านเลย

  @...สัตว์เลี้ยงมงคล!!!>>เกื้อหนุน 12  ราศี...@
@...สัตว์เลี้ยงมงคล!!!>>เกื้อหนุน 12 ราศี...@
เปิดอ่าน 8,312 ☕ คลิกอ่านเลย

การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผ้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงานของโรงเรียนเทศบาลวัดแก่งคอย
การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผ้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงานของโรงเรียนเทศบาลวัดแก่งคอย
เปิดอ่าน 8,312 ☕ คลิกอ่านเลย

  "งานเท่านั้นที่จะฆ่ากิเลสทั้งหลายให้ตายไปได้
"งานเท่านั้นที่จะฆ่ากิเลสทั้งหลายให้ตายไปได้
เปิดอ่าน 8,309 ☕ คลิกอ่านเลย

คันศีรษะ..... มีรังแค ผมร่วง  ...ทำยังไงดี
คันศีรษะ..... มีรังแค ผมร่วง ...ทำยังไงดี
เปิดอ่าน 8,311 ☕ คลิกอ่านเลย

------ > กฎบู๊ตึ้ง 22 ข้อ!!!!
------ > กฎบู๊ตึ้ง 22 ข้อ!!!!
เปิดอ่าน 8,299 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
เปิดอ่าน 31,175 ครั้ง

หมอขายครีม ผิดจรรยาบรรณ?
หมอขายครีม ผิดจรรยาบรรณ?
เปิดอ่าน 24,431 ครั้ง

กรมอนามัย เผยวัยทำงานสุขภาพแย่ แนะกินถูกหลัก ออกกำลังกาย ลดเครียด
กรมอนามัย เผยวัยทำงานสุขภาพแย่ แนะกินถูกหลัก ออกกำลังกาย ลดเครียด
เปิดอ่าน 2,858 ครั้ง

10 ความเข้าใจผิดๆ กับเรื่องอาหาร
10 ความเข้าใจผิดๆ กับเรื่องอาหาร
เปิดอ่าน 11,254 ครั้ง

คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566
คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566
เปิดอ่าน 3,826 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ