|
|
แตงกวา เป็นผักที่เหมาะกับการกินยามอากาศร้อน เพราะมีน้ำเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 96 ช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ธาตุโพแทสเซียมและแมงกานีส ในเปลือกแตงกวาช่วยควบคุมความดันเลือดและสมดุลของสารอาหารใน
ร่างกาย ธาตุแมงกานีสช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และระบบขับ
ถ่าย มีพลังงานต่ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
แตงกวาเป็นมิตรแท้ของดวงตา บรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตา ลบถุงดำใต้ตา ช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวหน้าผุดผ่อง สดใส ป้องกันสิวและสิวหัวดำ มีสูตรทำเองได้ง่ายๆ มา
ฝาก ดังนี้
1. บรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตา
หั่นแตงกวาเป็นแว่นตามขวาง หลับตาวางแว่นแตงกวาลงบนเปลือกตา นอนในที่เงียบแสงสลัวๆจะช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตา ที่เกิดจากการใช้งานนานๆได้รับฝุ่นควัน แสงจ้า หรือใส่คอนแท็กเลนส์นานเกินไป
2. ลบถุงดำใต้ดวงตา
ใช้น้ำคั้นผลแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำคั้นมันฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ ทารอบดวงตา พักราว 15 นาที จึงล้างออก
|
|
|
|
3. ผิวหน้าผุดผ่อง
ใช้น้ำคั้นผลแตงกวาและนมสดปริมาณเท่าๆกัน เติมน้ำแช่กลีบกุหลาบ 2-3 หยด (เลือกดอกกุหลาบที่ปลูกอย่างปลอดสาร ใช้กลีบกุหลาบมากหน่อย น้ำไม่ต้องมาก วัตถุประสงค์ คือ ให้น้ำมันหอมจากกลีบกุหลาบออกมาอยู่ในน้ำ) ทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที ทำให้ผิวหน้านุ่มและขาวขึ้น
4. ผิวหน้าสดใสสำหรับคนหน้ามัน
ใช้น้ำมะนาวเล็กน้อยและน้ำแช่กลีบกุหลาบ ผสมกับน้ำคั้นผลแตงกวา ทาบนผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าสดใส โดยเฉพาะคนที่มีผิวมัน
5. ป้องกันสิวและสิวหัวดำ
ใช้เนื้อแตงกวาขูดฝอยพอกบริเวณใบหน้าและคอ ทิ้งไว้ 15?20 นาที ช่วยบำรุงผิว ใช้ บ่อยๆช่วยป้องกันผิวหน้าแห้ง ป้องกันการเกิดสิวและสิวหัวดำ
|
|
|
|
6. ลบรอยด่างดำ
การดื่มน้ำคั้นแตงกวา ร่วมกับการทาน้ำแตงกวาผสมน้ำแช่กลีบกุหลาบอัตราส่วนเท่าๆกัน ช่วยลดร่องรอยยุงกัด และลดรอยด่างดำบนผิวหนังได้
7. บำรุงผิว
ผสมน้ำคั้นแตงกวา น้ำมะนาว น้ำส้ม น้ำแช่กลีบกุหลาบ กลีเซอรีน และน้ำผึ้งอย่าละเท่าๆกัน ใช้ทาผิว ช่วยให้ตึงกระชับ เพิ่มความอ่อนเยาว์
8. ลดรอยหมองคล้ำใต้รักแร้
ใช้น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำคั้นผลแตงกวา 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และผงขมิ้นครึ่งช้อนชา หลังจากอาบน้ำเช็ดตัวให้ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดบริเวณใต้รักแร้เป็นวงกลม หลังจากนั้นผสมน้ำแตงกวา น้ำมะนาว และผงขมิ้นให้เข้ากัน ทาใต้รักแร้
ทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้ง ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
|
|
|
|
ขอบคุณบทความจาก womaninfocus
|
|
วันที่ 25 ก.ย. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 9,297 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,129 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,055 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,038 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,196 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,375 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,023 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,032 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,087 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,106 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,348 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,311 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,089 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,073 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,064 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,069 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 9,149 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 9,100 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,056 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,130 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,420 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,030 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,065 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 39,062 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 31,594 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 2,835 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 11,406 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 3,240 ครั้ง |
|
|