ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ทฤษฎีทางการศึกษา > จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา

จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ต.ค. 2552 เปิดอ่าน : 44,050 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา

Advertisement

Piaget  เชื่อว่าพัฒนาการของเด็กนั้นจะเกิดขึ้นตามลำดับขั้น  จะไม่สามารถพัฒนาข้ามขั้นได้  เด็กจะสามารถพัฒนาสติปัญญา  ได้จากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับโลกภายนอก  ซึ่งกระบวนการสติปัญญาของบุคคลจะพัฒนาตามขั้นตอนต่อไปนี้  (อ้างใน  กานต์  รัตนพันธ์.  2532 : 22 – 23)

                ระยะที่หนึ่ง  แรกเกิด  จนถึง  2  ขวบ  เด็กจะเรียนรู้โดยการสัมผัส
                ระยะที่สอง  อายุ  2 – 7  ขวบ  เด็กเริ่มจัดกระทำกับสภาพแวดล้อม  โดยใช้สัญลักษณ์  เด็กเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับวัตถุ  รู้จักสิ่งที่เป็นตัวแทน รู้จักคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น  เริ่มเรียนรู้ภาษาพูดและเข้าใจความหมาย  ชอบลองผิดลองถูก  สามารถแยกแยะสิ่งของได้  แต่ไม่สามารถบอกคุณสมบัติได้
                ระยะที่  3  อายุ 7 – 11  ขวบ  เด็กมีการพัฒนาโครงสร้างทางสติปัญญาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
                ระยะที่  4  อายุ  11  ปีขึ้นไป  เป็นระยะที่เด็กมีความเข้าใจ  ทดลองใช้เหตุผล  เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมมากขึ้น  คาดคะเนเหตุการณ์จากประสบการณ์และความคิดเห็น
                Piaget  and  Inhelde  (อ้างใน  ประภาพันธ์  นิลอรุณ.  2530 : 27)  กล่าวไว้ว่า  เด็กอายุ  2 – 4  ปี  จะพัฒนาการเรียนรู้คำมากขึ้นตามลำดับ  มีลักษณะการพูดคุยโดยใช้การสื่อสารแบบสังคม  (Social  Communication)  แต่เด็กจะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง  คือ  เด็กจะพูดกับตนเอง  ซึ่งเรียกว่า  การพูดคนเดียวแบบรวมหมู่  (Collection  Monologues)  เด็กจะมีทัศนะต่าง ๆ  จากการมองเห็นของตัวเอง  และจะเป็นการยากที่จะให้เด็กยอมรับสิ่งต่าง ๆ  จากภาพที่เห็น  เด็กไม่เข้าใจคำพูดของผู้อื่น  ในช่วง  5 – 6  ปี  เด็กก้าวเข้าสู่ขั้นการคิดแบบหยั่งรู้  (Intuitive)  ซึ่งเป็นการคิดโดยอาศัยการรับรู้  คือ  การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ  แล้วบอกว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างไร  การหยั่งเห็นของเด็ก  เด็กจะก้าวหน้าไปสู่การแยกแยะ  เด็กเกือบจะไปถึงการรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล
                พัฒนาพร  สุทธิยานุช  (อ้างใน  ประภาพันธ์  นิลอรุณ.  2530 : 28 – 29)  ได้กล่าวถึงพัฒนาการทางภาษาว่า  มนุษย์มีขั้นตอนในการใช้ภาษาติดต่อสื่อสาร  ซึ่งมีพัฒนาการดังนี้
                1.  อายุแรกเกิด – 1  ปี  เด็กเริ่มส่งเสียงร้อง  การโต้ตอบ  อาจมีหรือไม่มีความหมายก็ได้  เริ่มเรียนคำง่ายใกล้ตัว เช่น  พ่อ  แม่  บางครั้งเล่นเสียงเพื่อความเข้าใจของตนเองเท่านั้น  แต่ไม่มีความหมายสำหรับผู้อื่น
                2.  อายุ  1 – 5  ปี  มีการพัฒนาภาษาพูดในระยะเริ่มแรก  (Early  Linguistic  Development)  เริ่มใช้ภาษาพูดเป็นประโยคง่าย ๆ  เช่น  แม่มา  พ่อทำงาน  จากการวิจัยปรากฏว่า  เมื่อเด็กเริ่มพูดมักพูดเป็นคำนามก่อน  เช่น  แมว  หมา  นม  ต่อมาจึงเป็นคำกริยา
               3.  อายุ  5 – 11  ปี  เป็นการพัฒนาการพูดในระยะหลัง  ( Later  Linguistic  Development)  ระยะนี้เด็กเริ่มเรียนคำศัพท์  การอ่านความหมาย  เริ่มสนใจไวยากรณ์  เริ่มใช้ภาษาพูดในลักษณะรูปประโยคที่สมบูรณ์  และเริ่มเข้าใจคำและความหมายของคำมากขึ้น
                4.  อายุ  11  ปีขึ้นไป  เป็นการพัฒนาการสร้างประโยค  (Development  of  Syntax)  เด็กเริ่มศึกษาไวยากรณ์อย่างแท้จริง  และสามารถใช้ภาษาได้ดียิ่งขึ้น
                ศรียา  นิยมธรรม  (2519 : 47)  การใช้ภาษาสื่อความหมายซึ่งกันและกันได้นั้น  มีการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นตามทฤษฎีต่อไปนี้
                1.  ทฤษฎีการเลียนแบบ  (The  Imitation  Theory)  ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลียนแบบในการพัฒนาภาษาอย่างละเอียด  ทฤษฎีนี้เชื่อว่า  พัฒนาการทางภาษานั้นเกิดจากการเลียนแบบ  ซึ่งอาจเกิดจากการมองเห็นหรือการได้ยินเสียง
                2.  ทฤษฎีการเสริมแรง  (Reinforcement  Theory)  ทฤษฎีนี้อาศัยพื้นฐานและหลักการจากทฤษฎีการเรียนรู้  ซึ่งถือว่าพฤติกรรมทั้งหลายถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยเงื่อนไขว่า  หากเด็กได้รับรางวัลหรือได้รับการส่งเสริมกำลังใจ  เด็กจะพูดมากขึ้น
                3.  ทฤษฎีการรับรู้  (Motor  Theory  of  Perception)  ทฤษฎีนี้เชื่อว่า  เด็กเรียนรู้ภาษาโดยการรับรู้ทางการฟัง  เด็กจะพูดซ้ำกับตนเอง  และหัดเปล่งเสียงโดยอาศัยการอ่านริมฝีปาก  ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้คำ
                4.  ทฤษฎีความบังเอิญจากการเล่นเสียง  (Bubbling  Buck)  Thorndike  ได้อธิบายว่า  เมื่อเด็กเล่นเสียงอยู่นั้น  เผอิญมีบางเสียงไปคล้ายกับเสียงที่มีความหมายในภาษาพูด  พ่อแม่จึงให้การเสริมแรงทันที  ด้วยวิธีนี้เด็กจึงมีพัฒนาการทางภาษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
                กระบวนการเรียนรู้ภาษาพูดของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งสามารถใช้ภาษาในการสื่อความหมายได้นั้น  ศรีเรือน  แก้วกังวาน  (2530 : 16)  ได้กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้ภาษาตามลำดับดังนี้
                1.  การเลียนแบบ  (Imitation)  เป็นกระบวนการสำคัญในการเรียนรู้ภาษา  เพราะเป็นขั้นที่เด็กเลียนเสียงของคำ  และพูดตามเสียงที่ได้ยิน
                2.  การเอาอย่าง  (Identification)  เด็กมีการเลียนแบบการออกเสียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่จะเลียนแบบท่าทาง  นิสัยใจคอจากบุคคลตามเสียงที่ได้ยินด้วย
                3.  การเลียนแบบพฤติกรรมตอบสนองพร้อมกับสิ่งเร้าหลายตัว  (Multiple  Response)  เป็นพฤติกรรมตอบสนองสิ่งเร้าที่เด็กพยายามทำตาม  โดยลองใช้อวัยวะการเปล่งเสียงต่าง ๆ  นั้น  ให้ทำงานร่วมกัน  ได้แก่  ส่วนสมองที่รับรู้  มองเห็น ได้ยิน  ส่วนที่สะสมความจำ  ควบคุมริมฝีปาก  สีหน้า  ท่าทาง  และสายตา
                4.  การเรียนรู้โดยสัมพันธ์กับสภาวะ  (Association  Learning)  เด็กเรียนรู้คำและความหมายโดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างเสียงและสิ่งของหรือพฤติกรรม  เช่น  เด็กเรียนรู้คำว่า  ตุ๊กตา  เมื่อแม่ยื่นตุ๊กตาให้แล้วบอกว่า  “ตุ๊กตา”  เด็กเรียนรู้ได้จากการเชื่อมโยงเสียงและสิ่งของเข้าด้วยกัน
               5.  การเรียนรู้แบบสอบถาม  (Question - Answering)  เมื่อได้เรียนรู้ภาษาไปบ้างแล้ว  เด็กจะเกิดความคิดอย่างมีเหตุผลขึ้น  ความสงสัยและความอยากรู้  อยากเห็น  ทำให้เด็กชอบใช้คำถาม  การตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น  โดยการตอบคำถาม  จะช่วยให้พัฒนาการทางภาษาของเด็กดีขึ้น
                6.  การลองผิดลองถูก  (Trial  and  Error)  ช่วงนี้เป็นช่วงลองปฏิบัติ  อาจจะถูกบ้าง ผิดบ้าง  การเร้าใจและการชมเชยเมื่อเด็กออกเสียงได้ถูกต้อง  จะทำให้เด็กมั่นใจ  และช่วยให้ภาษาพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
รูปแบบจำลอง S M C R Model

รูปแบบจำลอง S M C R Model
เปิดอ่าน 133,699 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ทฤษฎีจิตสังคมของอีริคสัน (Erikson)☕ คลิกอ่านเลย
ทฤษฎีจิตสังคมของอีริคสัน (Erikson)
เปิดอ่าน 251,240 ครั้ง
PRUAT MODEL☕ คลิกอ่านเลย
PRUAT MODEL
เปิดอ่าน 15,634 ครั้ง
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา☕ คลิกอ่านเลย
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา
เปิดอ่าน 44,050 ครั้ง
ทฤษฎีการเรียนรู้☕ คลิกอ่านเลย
ทฤษฎีการเรียนรู้
เปิดอ่าน 342,683 ครั้ง
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์☕ คลิกอ่านเลย
ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดน์
เปิดอ่าน 56,678 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน
เปิดอ่าน 8,005 ครั้ง
มาอัพเดทดวงของคุณในรอบ 2 สัปดาห์มาอัพเดทดวงของคุณในรอบ 2 สัปดาห์
เปิดอ่าน 10,750 ครั้ง
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน UHF การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน UHF
เปิดอ่าน 14,673 ครั้ง
น้ำเพื่อสุขภาพ น้ำเพื่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 8,099 ครั้ง
แหล่งเรียนรู้ต้นแบบเพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียนแหล่งเรียนรู้ต้นแบบเพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน
เปิดอ่าน 8,662 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ