ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

หลักธรรมของนักบริหาร


เรื่องราวจากสมาชิก

11,078

views
Advertisement

หลักธรรมของนักบริหาร

หลักธรรมของนักบริหาร

หลักธรรม  หรือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น  ถึงแม้ว่าจะมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล  นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา  2552  กว่าปีแล้ว  แต่ทุกหลักธรรมยังคงทันสมัยอยู่เสมอ  สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องดำเนินชีวิตและแนวทางในการบริหารงานได้เป็นอย่างดี  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะหลักธรรมดังกล่าวเป็นความจริงที่  สามารถพิสูจน์ได้ที่เรียกว่า  “สัจธรรม” ปฏิบัติได้เห็นผลได้อย่างแท้จริงอยู่ที่เราจะนำหลักธรรมข้อใดมาใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด สำหรับนักบริหารก็มีหลักธรรมสำหรับยึดถือและปฏิบัติอย่างมากมาย  ซึ่งได้นำเสนอไว้บ้าง  เรื่องที่สำคัญดังต่อไปนี้

 

พรหมวิหาร  4

         เป็นหลักธรรมของผู้ใหญ่(ผู้บังคับบัญชา)  ที่ควรถือปฏิบัติเป็นนิตย์ มี 4 ประการ คือ

         1.  เมตตา      ความรักใคร่  ปรารถนาจะให้ผู้อื่นมีความสุข

       2.  กรุณา      ความสงสาร  คิดช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์

         3.  มุทิตา      ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีมีสุข

       4.  อุเบกขา   วางตนเป็นกลาง  ไม่ดีใจ  ไม่เสียใจ  เมื่อผู้อื่นถึงวิบัติ  มีทุกข์

อคติ 4

         อคติ  หมายความว่า  การกระทำอันทำให้เสียความเที่ยงธรรม  มี 4 ประการ

1.  ฉันทาคติ    ลำเอียงเพราะรักใคร่

2.  โทสาคติ     ลำเอียงเพราะโกรธ

3.  โมหาคติ     ลำเอียงเพราะเขลา

4.  ภยาคติ       ลำเอียงเพราะกลัว

         อคติ 4 นี้ ผู้บริหาร/ผู้ใหญ่  ไม่ควรประพฤติเพราะเป็นทางแห่งความเสื่อม

สังคหวัตถุ 4 

       เป็นหลักธรรมอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของกันและกันเห็นเหตุให้ตนเอง  และหมู่คณะก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

       1.ทาน                  ให้ปันสิ่งของแก่คนที่ควรให้

       2.ปิยวาจา          เจรจาด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน

       3.อัตถจริยา        ประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์

       4.สมานัตตตา   วางตนให้เหมาะสมกับฐานะของตน

อิทธิบาท 4

       เป็นหลักธรรมถือให้เกิดความสำเร็จ

              1.ฉันทะ     ความพึงพอใจในงาน

       2.วิริยะ      ความขยันมั่นเพียร

       3.จิตตะ     ความมีใจฝักใฝ่เอาใจใส่ในงาน

       4.วิมังสา   ไตร่ตรองหาเหตุผล

ทศพิธราชธรรม  10  ประการ

       เป็นหลักธรรมสำหรับพระมหากษัตริย์จะพึงถือปฏิบัติมาแต่โบราณกาลแด่นักบริหาร  เช่น

สรรพสามิตจังหวัด  สรรพสามิตอำเภอ  ก็น่าจะนำไปอนุโลมถือปฏิบัติได้

         หลักทศพิธราชธรรม  10  ประการ  มีอยู่ดังนี้

       1.  ทาน      คือ การให้ปัน  ซึ่งอาจเป็นการให้เพื่อบูชาคุณหรือให้เพื่อเป็นการอนุเคราะห์

              2.  ศีล        ได้แก่การสำรวม  กาย  วาจา ใจ ให้เรียบร้อยสะอาดดีงาม

              3.  บริจาค  ได้แก่  การให้ทรัพย์สิ่งของเพื่อเป็นการช่วยเหลือหรือความทุกข์ยากเดือดร้อน

         ของผู้อื่นหรือเป็นการเสียสละเพื่อหวังให้ผู้รับได้รับความสุข

              4.  อาชวะ   ได้แก่  ความมีอัธยาศัยซื่อตรงมั่นในความสุจริตธรรม

              5.  มัทวะ     ได้แก่  ความมีอัธยาศัยดีงาม  ละมุนละไม  อ่อนโยน สุภาพ

              6.  ตบะ       ได้แก่  การบำเพ็ญเพียรเพื่อขจัดหรือทำลายอกุศลกรรมให้สิ้นสูญ

              7.  อโกรธะ  ได้แก่  ความสามารถระงับหรือขจัดเสียได้ซึ่งความโกรธ

              8.  อวิหิงสา ได้แก่  การไม่เบียดเบียนคนอื่น

              9.  ขันติ      ได้แก่  ความอดกลั้นไม่ปล่อยกาย  วาจา  ใจ  ตามอารมณ์หรือกิเลสที่เกิดมีขึ้นนั้น

            10.  อวิโรธนะได้แก่  การธำรงรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรม

บารมี 6

       เป็นหลักธรรมอันสำคัญที่จะนิยมมาซึ่งความรักใคร่นับถือ  นับว่าเป็นหลักธรรมที่เหมาะมาก

สำหรับนักบริหารจะพึงยึดถือปฏิบัติ  มีอยู่  6  ประการคือทาน 

      1.  ทาน         การให้เป็นสิ่งที่ควรให้

         2.  ศีล          การประพฤติในทางที่ชอบ

       3.  ขันติ        ความอดทนอดกลั้น

       4.  วิริยะ       ความขยันหมั่นเพียร

       5.  ฌาน       การเพ่งพิจารณาให้เห็นของจริง

       6.   ปรัชญา   ความมีปัญญารอบรู้

 

ขันติโสรัจจะ

         เป็นหลักธรรมอันทำให้บุคคลเป็นผู้งาม  (ธรรมทำให้งาม)

         1.  ขันติ  คือ  ความอดทน  มีลักษณะ 3  ประการ

                                 1.1   อดใจทนได้ต่อกำลังแห่งความโกรธแค้นไม่แสดงอาการ กาย  วาจา  ที่ไม่น่ารัก

                                         ออกมาให้เป็นที่ปรากฏแก่ผู้อื่น

1.2   อดใจทนได้ต่อความลำบากตรากตรำหรือความเหน็ดเหนื่อย

2.      โสรัจจะ  ความสงบเสงี่ยม  ทำจิตใจให้แช่มชื่นไม่ขุนหมอง

 

ธรรมโลกบาล

         เป็นหลักธรรมที่ช่วยคุ้มครองโลก  หรือมวลมนุษย์ให้อยู่ความร่มเย็นเป็นสุข  มี  2  ประการคือ

         1.  หิริ            ความละอายในตนเอง

2.        โอตตัปปะปะ  ความเกรงกลัวต่อทุกข์  และความเสื่อมแล้วไม่กระทำความชั่ว

 

อธิฐานธรรม  4

           เป็นหลักธรรมที่ควรตั้งไว้ในจิตใจเป็นนิตย์   เพื่อเป็นเครื่องนิยมนำจิตใจให้เกิดความรอบรู้ความจริง

รู้จักเสียสละ  และบังเกิดความสงบ  มี  4  ประการ

        1. ปัญญา      ความรู้ในสิ่งที่ควรรู้  รู้ในวิชา

              2.  สัจจะ         ความจริง คือประพฤติสิ่งใดก็ให้ได้จริงไม่ทำอะไรจับจด

3. จาคะ          สละสิ่งที่เป็นข้าศึกแห่งความจริงใจ คือ สละความเกียจคร้าน  หรือความหวาดกลัว

ต่อความยุ่งยาก  ลำบาก

      4.  อุปสมะ  สงบใจจากสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อความสงบ  คือ  ยับยั้งใจมิให้ปั่นป่วนต่อความพอใจ

รักใคร่  และความขัดเคืองเป็นต้น

 

คหบดีธรรม 4

        เป็นหลักธรรมของผู้ครองเรือนพึงยึดถือปฏิบัติ  มี 4 ประการ คือ

        1.  ความหมั่น

        2.  ความโอบอ้อมอารี

        3.  ความไม่ตื่นเต้นมัวเมาในสมบัติ

        4.  ความไม่เศร้าโศกเสียใจเมื่อเกิดภัยวิบัติ

 

 

 

ราชสังคหวัตถุ 4

       เป็นหลักธรรมอันเป็นเครื่องช่วยในการวางนโยบายบริหารบ้านเมืองให้ดำเนินไปด้วยดี

มี 4  ประการ คือ

       1.  ลัสเมธัง         ความเป็นผู้ฉลาดปรีชาในการพิจารณาถึงผลิตผลอันเกิดขึ้นในแผ่นดิน  แล้วพิจารณาผ่อนผันจัดเก็บเอาแต่บางส่วนแห่งสิ่งนั้น

         2.  ปุริสเมธัง     ความเป็นผู้ฉลาดในการดูคนสามารถเลือกแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งในความถูกต้องและเหมาะสม

       3.  สัมมาปาลัง   การบริหารงานให้ต้องใจประชาชน

4.      วาจาเปยยัง  ความเป็นบุคคลมีวาจาไพเราะรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวตามเหตุการณ์ 

ตามฐานะและตามความเป็นธรรม

 

สติสัมปชัญญะ

       เป็นหลักธรรมอันอำนวยประโยชน์แก่ผู้ประพฤติเป็นอันมาก

        1.สติ                คือ  ความระลึกได้ก่อนทำ  ก่อนบูชา  ก่อนคัด  คนมีสติจะไม่เลินเล่อ  เผลอตน

        2.สัมปชัญญะ  คือ  ความรู้ตัวในเวลากำลังทำ  กำลังพูด  กำลังคิด

 

อกุศลมูล 3

       อกุศลมูล     คือ  รากเหง้าของความชั่ว  มี 3 ประการคือ

      1.  โลภะ        ความอยากได้

        2.  โทสะ       ความคิดประทุษร้ายเขา

        3.  โมหะ       ความหลงไม่รู้จริง

 

นิวรณ์ 5

      นิวรณ์  แปลว่า  ธรรมอันกลั้นจิตใจไม่ให้บรรลุความดี  มี  5  ประการ

        1.   กามฉันท์    พอใจรักใคร่ในอารมณ์  มีพอใจในรูป เป็นต้น

         2.  พยาบาท     ปองร้ายผู้อื่น

         3.  ถีนมิทธะ     ความที่จิตใจหดหู่และเคลิบเคลิ้ม

       4.  อุธัจจะกุกกุจจะ  ความฟุ้งซ่านและรำคาญ

              5.  วิจิกิจฉา     ความลังเลไม่ตกลงใจได้

ผู้กำจัดหรือบรรเทานิวรณ์ได้  ย่อมได้อานิสงส์  5  ประการคือ

             

              1.  ไม่ข้องติดอยู่ในกายตนหรือผู้อื่นจนเกินไป

              2.  มีจิตประกอบด้วยเมตตา

              3.  มีจิตอาจหาญในการประพฤติความดี

              4.  มีความพินิจและความอดทน

              5.  ตัดสินใจในทางดีได้แน่นอนและถูกต้อง

เวสารัชชกรณะ 5

         เวสารัชชกรณะ  แปลว่า  ธรรมที่ยังความกล้าหาญให้เกิดขึ้นมี  5  ประการ  คือ

       1.  ศรัทธา   เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ

       2.  ศีล          ประพฤติการวาจาเรียบร้อย

       3.  พาหุสัจจะ   ความเป็นผู้ศึกษามาก

       4.  วิริยารัมภะ   ตั้งใจทำความพากเพียร

       5.  ปัญญา         รอบรู้สิ่งที่ควรรู้

 

อริยทรัพย์ 7

       1.  ศรัทธา    เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ

      2.  ศีล          ประพฤติการวาจาเรียบร้อย

      3.  หิริ           ความละอายต่อบาปทุจริต

      4.   โอตตัปปะ ความสะดุ้งกลัวต่อบาปทุจริต

      5.  พาหุสัจจะ ความเป็นคนได้ยินได้ฟังมามาก

      6.  จาคะ การให้ปันสิ่งของแก่คนที่ควรให้

7.      ปัญญา  ความรอบรู้ทั้งสิ่งที่เป็นประโยชน์และสิ่งที่เป็นไท

 

สัปปุริสธรรม 7

        เป็นหลักธรรมอันเป็นของคนดี  (ผู้ประพฤติชอบ)  มี  7  ประการ

      1.  ธัมมัญญุตา    ความเป็นผู้รู้ว่าเป็นเหตุ

      2.  อัตถัญญุตา    ความเป็นผู้รู้จักผล

      3.  อัตตัญญุตา    ความเป็นผู้รู้จักตน

      4.  มัตตัญญุตา    ความเป็นผู้รู้จักประมาณ

      5.  กาลัญญุตา     ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลาอันเหมาะสม

      6.  ปุริสัญญุตา     ความเป็นผู้รู้จักสังคม

7.      บุคคลโรปรัชญญุตา  ความเป็นผู้รู้จักคบคน

คุณธรรมของผู้บริหาร 6

        ผู้บริหาร  นอกจากจะมีคุณวุฒิในทางวิชาการต่าง ๆ แล้วยังจำเป็นต้องมีคุณธรรมอีก 6 ประการ

      1.  ขมา         มีความอดทนเก่ง

      2.  ชาตริยะ     ระวังระไว

      3.  อุฎฐานะ    หมั่นขยัน

      4.  สังวิภาคะ  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

      5.  ทยา       เอ็นดู  กรุณา

      6.  อิกขนา  หมั่นเอาใจใส่ตรวจตราหรือติดตาม

 

ยุติธรรม 5

       นักบริหารหรือผู้นำมักจะประสบปัญหาหรือร้องเรียนขอความเป็นธรรมอยู่เป็นประจำ

หลักตัดสินความเพื่อให้เกิดความ “ยุติธรรม”  มี  5  ประการ คือ

      1.  สัจจวา     แนะนำด้วยความจริงใจ

      2.  บัณฑิตะ   ฉลาดและแนะนำความจริงและความเสื่อม

      3.  อสาหะเสนะ   ตัดสินด้วยปัญญาไม่ตัดสินด้วยอารมณ์ผลุนผลัน

      4.   เมธาวี   นึกถึงธรรม  (ยุติธรรม) เป็นใหญ่ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง

             5.  ธัมมัฎฐะ   ไม่ริษยาอาฆาต ไม่ต่อเวร

 

ธรรมเครื่องให้ก้าวหน้า 7

         นักบริหารในตำแหน่งต่าง ๆ ย่อมหวังความเจริญก้าวหน้าได้รับการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นพระพุทธองค์ทรงตรัสธรรมเครื่องเจริญยศ (ความก้าวหน้า)  ไว้ 7 ประการ คือ

       1.   อุฎฐานะ    หมั่นขยัน

       2.  สติ    มีความเฉลียว

       3.  สุจิกัมมะ     การงานสะอาด

       4.  สัญญตะ     ระวังดี

       5.  นิสัมมการี  ใคร่ครวญพิจารณาแล้วจึงธรรม

       6.  ธัมมชีวี       เลี้ยงชีพโดยธรรม

              7.  อัปปมัตตะ  ไม่ประมาท

ไตรสิกขา

         เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดความตั้งใจดีและมีมือสะอาด  นักบริหารต้องประกอบตนไว้ใน

ไตรสิกขาข้อที่ต้องสำเหนียก  3  ประการ คือ

       1.  ศีล

       2.  สมาธิ

       3.  ปัญญา

ทั้งนี้เพราะ  ศีล       เป็นเครื่องสนับสนุนให้กาย (มือ) สะอาด

                  สมาธิ    เป็นเครื่องสนับสนุนให้ใจสงบ

                  ปัญญา  เป็นเครื่องทำให้ใจสว่าง  รู้ถูก  รู้ผิด

 

พระพุทธโอวาท 3

       นักบริหารที่ทำงานได้ผลดี  เนื่องจากได้  ”ตั้งใจดี”  และ  “มือสะอาด”  พระพุทธองค์ได้วางแนวไว้ 3 ประการ ดังนี้

         1.  เว้นจากทุจริต  การประพฤติชั่ว  ทางกาย  วาจา ใจ

         2.  ประกอบสุจริต  ประพฤติชอบ  ทางกาย  วาจา  ใจ

           3.  ทำใจของตนให้บริสุทธิ์สะอาด  ไม่โลภ  ไม่โกรธ  ไม่หลง

 

          การนำหลักธรรมที่ประเสริฐมาปฎิบัติ  ย่อมจักนำความเจริญ  ตลอดจนความสุขกาย

สบายใจ  ให้บังเกิดแก่ผู้ประพฤติทั้งสิ้น  สมดังพุทธสุภาษิตที่ว่า “ ธัมโม  หเว รักขติ  ธัมมจาริง”  ธรรมะย่อมคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรม

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 9303 วันที่ 3 พ.ย. 2552


หลักธรรมของนักบริหาร

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

แนะนำสมาฃิก

แนะนำสมาฃิก


เปิดอ่าน 9,017 ครั้ง
สมุนไพร.....คลายวิตกกังวล

สมุนไพร.....คลายวิตกกังวล


เปิดอ่าน 9,023 ครั้ง
^-^ใบหน้าของวันทั้ง 7*_*

^-^ใบหน้าของวันทั้ง 7*_*


เปิดอ่าน 9,000 ครั้ง
ภาพกรุงเทพในอดีต...หาดูยาก

ภาพกรุงเทพในอดีต...หาดูยาก


เปิดอ่าน 9,344 ครั้ง
ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่????

ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่????


เปิดอ่าน 9,078 ครั้ง
ที่นั่งพิเศษมาฝากจ้ะ

ที่นั่งพิเศษมาฝากจ้ะ


เปิดอ่าน 9,023 ครั้ง
การใช้สระไอไม้มลาย

การใช้สระไอไม้มลาย


เปิดอ่าน 9,159 ครั้ง
เกิดมาทั้งที

เกิดมาทั้งที


เปิดอ่าน 9,018 ครั้ง
เผยแพร่ผลงาน

เผยแพร่ผลงาน


เปิดอ่าน 9,017 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ระวัง....6 สหายเร่งสวย.....ต้องดูให้ดี

ระวัง....6 สหายเร่งสวย.....ต้องดูให้ดี

เปิดอ่าน 8,998 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ฮานอยร้อนฉ่า "สาวพัทยา" โชว์กระเด้งเช้งวับ
ฮานอยร้อนฉ่า "สาวพัทยา" โชว์กระเด้งเช้งวับ
เปิดอ่าน 9,055 ☕ คลิกอ่านเลย

จะเลือกซื้อที่ดิน...ต้องดูอะไรบ้าง????
จะเลือกซื้อที่ดิน...ต้องดูอะไรบ้าง????
เปิดอ่าน 9,034 ☕ คลิกอ่านเลย

สิ่งดีดี...ในชีวิต
สิ่งดีดี...ในชีวิต
เปิดอ่าน 9,021 ☕ คลิกอ่านเลย

ทำไงดี เมื่อเธอ อยากแย่งแฟนคุณ !!!
ทำไงดี เมื่อเธอ อยากแย่งแฟนคุณ !!!
เปิดอ่าน 9,048 ☕ คลิกอ่านเลย

จัดสังฆทานอย่างไร.....ให้ได้ประโยชน์
จัดสังฆทานอย่างไร.....ให้ได้ประโยชน์
เปิดอ่าน 9,036 ☕ คลิกอ่านเลย

เผยแพร่ผลงาน
เผยแพร่ผลงาน
เปิดอ่าน 9,020 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สั่งจองพื้นที่บนดวงจันทร์ได้แล้ว
สั่งจองพื้นที่บนดวงจันทร์ได้แล้ว
เปิดอ่าน 31,713 ครั้ง

ฮือฮา! ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดรอบ7ปี คืน14เม.ย.2557 เฉิดฉายกลางท้องฟ้าคู่ดวงจันทร์
ฮือฮา! ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดรอบ7ปี คืน14เม.ย.2557 เฉิดฉายกลางท้องฟ้าคู่ดวงจันทร์
เปิดอ่าน 18,860 ครั้ง

สวมแหวนนิ้วไหนถึงจะมีโชค
สวมแหวนนิ้วไหนถึงจะมีโชค
เปิดอ่าน 19,039 ครั้ง

จดหมายฉบับที่ 81 ถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง Active Learning เปลี่ยนห้องเรียนสู่คุณภาพศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม
จดหมายฉบับที่ 81 ถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง Active Learning เปลี่ยนห้องเรียนสู่คุณภาพศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม
เปิดอ่าน 11,391 ครั้ง

คุณภาพการศึกษา...คืออะไร
คุณภาพการศึกษา...คืออะไร
เปิดอ่าน 85,575 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ