ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ไม่ยากอย่างที่คิด


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,355 ครั้ง
พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ไม่ยากอย่างที่คิด

Advertisement

❝ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ง่าย ๆ สไตล์ ดร.แก้ว ❞

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้กระจายอำนาจการศึกษาให้สถานศึกษาในแต่ละท้องถิ่นสามารถออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาของตนเอง โดยส่วนกลางมีมาตรฐานการเรียนรู้ของประเทศ (Standard Based Education-SBE) เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ให้สถานศึกษาได้ออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมกับบริบทในท้องถิ่นของตนเองแต่ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ของประเทศ

ประเดิม Blog แรกของผมจึงขอนำเสนอขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ง่าย ๆ ตามสไตล์ Dr.Kaew โดยมีขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ไม่ยากอย่างที่คิด เพียง 3 ขั้นตอนง่าย ๆ คือ

1. เลือกรูปแบบหลักสูตร

2. จัดทำโครงสร้างหลักสูตร

3. ออกแบบหน่วยการเรียน

เรามาเรียนรู้ในขั้นตอนที่ 1 กันก่อนว่า จะเลือกรูปแบบหลักสูตรได้อย่างไร 

ในขั้นตอนแรก ผมขอให้คุณครูวางนโยบายในสถานศึกษาของท่านก่อนว่าต้องการหลักสูตรของโรงเรียนในรูปแบบใด คือ

1.หลักสูตรแบบแยกรายวิชา (Subject matter curriculum)   หรือ
2. หลักสูตรแบบบูรณาการ (Integrated curriculum)

ท่านที่เลือกรูปแบบหลักสูตรที่ 1 คือ หลักสูตรแบบแยกรายวิชา จะมีลักษณะเป็นรายวิชาที่แยกออกมาของใครของมันหรือแยกกลุ่มสาระออกเป็น 8 หลักสูตร (แต่ไม่ใช่ว่าทุกสถานศึกษาจะต้องมีจำนวนหลักสูตร 8 หลักสูตรเสมอไป) เพียงแต่ผู้เรียนต้องเรียนตามสาระ มาตรฐาน และมาตรฐานชั้นปี/ช่วงชั้นได้ครบถ้วนทุกกลุ่มสาระในแต่ละช่วงชั้นหรือชั้นปี  ซึ่งสถานศึกษาอาจออกแบบหลักสูตรให้มีจุดเน้นของสถานศึกษาที่ต้องการเน้นบางด้านที่ต้องการ (ภาษาธุรกิจเรียกว่า “หาจุดขาย” ของโรงเรียน)  เช่น อาจแยกรายวิชาพลศึกษาออกจากกลุ่มสาระพลศึกษาและสุขศึกษา ในกรณีที่จะให้เด็กเอาดีทางด้านกีฬา หรือแยกรายวิชาทัศนศิลป์ กับ ดนตรี ออกจากกลุ่มสาระศิลปะ เพราะจะเอาดีทางดนตรีเป็นพิเศษ เป็นต้น 

สำหรับรูปแบบหลักสูตรที่ 2 คือ หลักสูตรแบบบูรณาการ  รศ.ดร.นาตยา ปิลันธนานนท์* ท่านเขียนในหนังสือ "จากหลักสูตรสู่หน่วยการเรียน" ว่า “ในสภาพการณ์ที่สังคมโลกปัจจุบันอยู่ในภาวะ "สำลัก" กับความรู้ที่มากมายมหาศาล จนคนเราไม่สามารถที่จะเรียนรู้อะไรได้ทุกสิ่งทุกอย่าง และการเรียนที่คอย  "ไล่ตาม" ความรู้มากมายที่กระจัดกระจายกันอยู่ในกลุ่มสาระต่าง ๆ ผู้เรียนก็ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ในการดำรงชีวิต  ทิศทางการศึกษาในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาแบบบูรณาการมากขึ้นเรื่อย ๆ" 

ซึ่งหลักสูตรแบบบูรณาการ แบ่งได้เป็น

1.หลักสูตรที่ใช้"วิชาการ"เป็นฐานของการบูรณาการ 
2.หลักสูตรที่ใช้ "อาชีพ" เป็นฐานของการบูรณาการ

เรามาดูกันก่อนครับว่าหลักสูตรที่ใช้ "วิชาการ" เป็นฐานของการบูรณาการ เป็นอย่างไร ซึ่งเรายังแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ

1. Linked Course  คือนำสองรายวิชามาบูรณาการกัน  มีบางกิจกรรมทำร่วมกันและ Theme เดียวกัน แต่ Learning Outcome เป็นของแต่ละรายวิชา  และตัดเกรดแยกแต่ละวิชา  ถ้า “Drop” หรือ “ตก”  ก็มีผลต่อทั้ง 2 วิชา

2. Cluster คือนำสามรายวิชามาบูรณาการกัน โดยมี Learning Outcome แยกเฉพาะวิชาและรวมกัน         ทั้ง 3 รายวิชา โดยในแต่ละ Module จะมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งการให้เกรดจะแยกให้เกรดในแต่ละรายวิชา มีสัดส่วนที่ชัดเจน สิ่งสำคัญคือต้องหา Theme ร่วมให้ได้ว่าทั้ง 3 รายวิชานี้ต้องการ Learning Outcome อะไร? 

3. Coordinated จะต่างไปจากการบูรณาการในรูปแบบอื่น คือมีบุคคลที่เป็นอาจารย์ที่เกิดความคิดร่วมกันมาร่วมมือกันสร้างรายวิชาใหม่ โดยให้ลืมเรื่องการแยกรายวิชา โดยให้ร่วมกันหา Theme ว่าจะสอนอย่างไร มี Course syllabus ร่วมกัน เนื่องจากมีการรวมหลาย ๆ วิชาเป็นวิชาเดียว หน่วยกิตก็จะมากขึ้น เวลาที่ใช้สำหรับการเรียนการสอนจึงมากขึ้นด้วย ตัดเกรดร่วมกัน 1 เกรด   ซึ่งแตกต่างจากแบบ Linked Course และ Cluster ซึ่งตัดเกรดแยกแต่ละวิชา

คุณครูที่รักครับ เริ่มคันไม้คันมืออยากจะไปนั่งคุยกับเพื่อนครูอีกรายวิชาให้มาทำหลักสูตรในรูปแบบ
"บูรณาการ โดยใช้วิชาเป็นฐานความคิด" กันหรือยัง ?
 
ใน Entry หน้า จะพาคุณครูไปรู้จักกับหลักสูตรที่ใช้ "อาชีพ" เป็นฐานของการบูรณาการ

ห้ามพลาดนะครับ !
....................................................................................................................................
*นาตยา ปิลันธนานนท์.  2546.  จากหลักสูตรสู่หน่วยการเรียน.  กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 9466 วันที่ 10 พ.ย. 2552


พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ไม่ยากอย่างที่คิดพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาไม่ยากอย่างที่คิด

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ยังยิ้มได้

ยังยิ้มได้


เปิดอ่าน 6,346 ครั้ง
ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ

ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ


เปิดอ่าน 6,342 ครั้ง
วันพ่อแห่งชาติ

วันพ่อแห่งชาติ


เปิดอ่าน 6,353 ครั้ง
นิทาน...คนสามคน

นิทาน...คนสามคน


เปิดอ่าน 6,341 ครั้ง
นิสัยการกินที่ดี

นิสัยการกินที่ดี


เปิดอ่าน 6,361 ครั้ง
กินกล้วย ....แก้ท้องผูก

กินกล้วย ....แก้ท้องผูก


เปิดอ่าน 6,346 ครั้ง
มาทดสอบสายตา......กันเถอะ!!

มาทดสอบสายตา......กันเถอะ!!


เปิดอ่าน 6,343 ครั้ง
การวิจัยเบื้องต้น

การวิจัยเบื้องต้น


เปิดอ่าน 6,355 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ทักษิณ ชินวัตร เขียนข้อความบนเว็บไซต์ twitter.com เมื่อวันที่ 10พ.ย

ทักษิณ ชินวัตร เขียนข้อความบนเว็บไซต์ twitter.com เมื่อวันที่ 10พ.ย

เปิดอ่าน 6,344 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ขายแล้ว โปสการ์ดโหวตชื่อแพนด้าน้อย
ขายแล้ว โปสการ์ดโหวตชื่อแพนด้าน้อย
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

9 คำพ่อสอน
9 คำพ่อสอน
เปิดอ่าน 6,344 ☕ คลิกอ่านเลย

อภยปริตร สำหรับ สวดเมื่อฝันร้าย
อภยปริตร สำหรับ สวดเมื่อฝันร้าย
เปิดอ่าน 6,340 ☕ คลิกอ่านเลย

อย่าล้อเล่นกับ....ความรัก!!
อย่าล้อเล่นกับ....ความรัก!!
เปิดอ่าน 6,343 ☕ คลิกอ่านเลย

วิธีแก้ปัญหา...... ส้นเท้าแตก
วิธีแก้ปัญหา...... ส้นเท้าแตก
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

        ก่อนวันปิด....ศิษย์กราบลาขอขมาครู
ก่อนวันปิด....ศิษย์กราบลาขอขมาครู
เปิดอ่าน 6,347 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แชร์ว่อนเน็ต ตำรวจจับมอเตอร์ไซค์ วิ่งเลนขวาผิดหรือ
แชร์ว่อนเน็ต ตำรวจจับมอเตอร์ไซค์ วิ่งเลนขวาผิดหรือ
เปิดอ่าน 15,095 ครั้ง

วงจรไฟฟ้า
วงจรไฟฟ้า
เปิดอ่าน 65,056 ครั้ง

ผลวิจัย "ซุปไก่สกัด" มีผลดีต่อสมองและร่างกาย
ผลวิจัย "ซุปไก่สกัด" มีผลดีต่อสมองและร่างกาย
เปิดอ่าน 16,911 ครั้ง

การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 56,269 ครั้ง

กรมอนามัยเตือนตรุษจีนเลี่ยงควันธูปเสี่ยงมะเร็ง แนะจุดธูปเผากระดาษในที่โล่ง
กรมอนามัยเตือนตรุษจีนเลี่ยงควันธูปเสี่ยงมะเร็ง แนะจุดธูปเผากระดาษในที่โล่ง
เปิดอ่าน 7,422 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ