ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > อยากรู้หรือไม่...คุณแก่เร็วไป หรือ อ่อนกว่าวัย ?

อยากรู้หรือไม่...คุณแก่เร็วไป หรือ อ่อนกว่าวัย ?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 ก.ค. 2553 เปิดอ่าน : 11,215 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
อยากรู้หรือไม่...คุณแก่เร็วไป หรือ อ่อนกว่าวัย ?

Advertisement

เคยสงสัยหรือตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่า...แท้จริงแล้วร่างกายของเรา เมื่อเทียบกับธรรมชาติของวัยที่ควรจะเป็นแล้ว เราแก่เกินไปหรือเสื่อมโทรมกว่าวัยที่ควรจะเป็นหรือไม่? บางคนอายุตามบัตรประชาชน 27 ปี แต่อายุที่แท้จริงของร่างกายอาจเป็น 35 ปีก็เป็นไปได้ ซึ่งปัจจุบันการวิเคราะห์อายุชีวภาพสามารถระบุได้ชัดเจนว่า อายุที่แท้จริงของเราอยู่ที่เท่าไหร่ แก่เกินอายุจริง หรืออ่อนกว่าวัยหรือไม่

นพ.อรรถสิทธิ์ อมรถนอมโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี ได้กล่าวถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการวิเคราะห์อายุชีวภาพหรืออายุที่แท้จริงของเราไว้อย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีการคิดค้นอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น เช่น การเอกซเรย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง หรือเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น รวมไปถึงศาสตร์แห่งการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-aging medicine ก็มีการพัฒนาเครื่องมือที่นำมาใช้เพื่อช่วยในการวิเคราะห์โรคต่างๆ เช่นกัน และที่กำลังจะกล่าวถึงก็มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

Live blood cell analysis เป็นวิธีการตรวจโดยการนำเลือด 1 หยดที่ได้จากกการเจาะเลือดปลายนิ้ว นำไปส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ชนิด Dark field ซึ่งมีพื้นหลังเป็นสีดำ เพื่อดูลักษณะความผิดปกติของเม็ดเลือด ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด นอกจากนี้ยังสามารถตรวจวิเคราะห์ภาวะการสะสมของสารพิษ ตะกอนโลหะหนัก ภาวะภูมิแพ้แอบแฝง และการสะสมของสารอนุมูลอิสระ และอื่นๆ การตรวจใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็จะทราบผล และขณะที่ทำการตรวจผู้รับบริการสามารถมองเห็นภาพลักษณะเม็ดเลือดของตนเองไปพร้อมๆ กับผู้ตรวจผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้

Electro interstitial scan หรือ EIS เป็นเทคโนโลยีใหม่ หลักการทำงานของเครื่องก็คือ เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเรา ผ่านตัวนำไฟฟ้า หรือ Electrode ซึ่งจะติด Electrode ที่หน้าผากสองจุด Electrode สำหรับใช้ฝ่ามือทาบสองจุด และ Electrode ที่วางฝ่าเท้าอีกสองจุด โดยเครื่องจะตรวจวัดจังหวะการเต้นของหัวใจ และวัดระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดโดยผ่านตัวตรวจวัดที่เรียกกันว่า probe ที่หนีบอยู่ที่นิ้วชี้มือซ้าย เครื่องจะประเมินการนำกระแสไฟฟ้าในส่วนต่างๆ ของร่างกาย 22 ส่วน เครื่องจะใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์ประมาณ 5 นาทีก็จะทราบผล โปรแกรมการทำงานของเครื่องจะประเมินสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้



- ประเมินความสมดุลของความเป็นกรด-ด่างของของเหลวที่อยู่ในเซลล์และนอกเซลล์ และการทำงานของ Na+/K+ ATPase pump activity คือปั๊มที่อยู่ที่ผิวของเซลล์ มีหน้าที่ในการขับสารโซเดียมและโปแตสเซียมเข้าออกเซลล์ โดยปั๊มนี้จะทำงานได้ต้องอาศัยพลังงานที่เซลล์สร้างขึ้น

- ประเมินระดับออกซิเจนที่ไปถึงเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งระดับความดันโลหิตในระบบการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กๆ

- ประเมินส่วนประกอบของร่างกาย เช่น TBW (total body water) คือปริมาณน้ำทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย, มวลไขมัน รวมทั้งมวลสารที่ปราศจากไขมัน หรือ fat free mass เป็นต้น


การตรวจนี้จะช่วยบอกถึงอายุชีวภาพ หรือ Biological age นั่นก็คืออายุที่แท้จริงของร่างกายเรา โดยจะบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ อันได้แก่ ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ระบบหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ ระบบฮอร์โมนต่อมไร้ท่อ ภาวะการสะสมของอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น



เครื่องมือทางการแพทย์ทั้ง 2 ชนิด เป็นที่นิยมในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โดยนำมาใช้ในการตรวจคัดกรองหาความผิดปกติ ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ เพื่อการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดเพิ่มเติม และเครื่องมือทั้งสองยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจติดตามภายหลังการให้การรักษา

การพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวไกลก็เพื่อช่วยทำให้แพทย์ตรวจวิเคราะห์ได้ละเอียดแม่นยำมากขึ้น แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการตรวจวิเคราะห์ค้นหาโรค การวินิจฉัยจะแม่นยำมากขึ้นหากได้ทราบประวัติการเจ็บป่วยที่ชัดเจนจากผู้ป่วยเป็นสำคัญ

ปัจจุบัน เราสามารถวางแผนสุขภาพเพื่อควบคุมโอกาสที่จะเกิดโรคต่างๆ ในอนาคตได้ตั้งแต่ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ด้วยซ้ำ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายฟ้องถึงความผิดปกติด้วยอาการของโรคแล้วจึงค่อยไปพบแพทย์ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นจะป้องกันก็คงสายไปแล้ว


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและภาพได้ที่
ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com  

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> อยากรู้หรือไม่...คุณแก่เร็วไป หรือ อ่อนกว่าวัย ? , , อยากรู้หรือไม่...คุณแก่เร็วไป , หรือ , อ่อนกว่าวัย , ? << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
วิธีดูแลรักษาโซฟาหนัง

วิธีดูแลรักษาโซฟาหนัง
เปิดอ่าน 15,177 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
รำลึก 100 ปี พระปิยะมหาราช

รำลึก 100 ปี พระปิยะมหาราช
เปิดอ่าน 14,149 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รู้จัก 3 แมลงร้าย..พาหะนำโรค ที่แฝงตัวอยู่ใน “บ้าน”☕ คลิกอ่านเลย
รู้จัก 3 แมลงร้าย..พาหะนำโรค ที่แฝงตัวอยู่ใน “บ้าน”
เปิดอ่าน 8,143 ครั้ง
เมื่องานที่ทำ ยังไม่เป็นงานที่ใช่ จะอยู่ทำก่อนหรือจากไป☕ คลิกอ่านเลย
เมื่องานที่ทำ ยังไม่เป็นงานที่ใช่ จะอยู่ทำก่อนหรือจากไป
เปิดอ่าน 21,449 ครั้ง
มาฝึกสมาธิเบื้องต้นกันดีกว่า☕ คลิกอ่านเลย
มาฝึกสมาธิเบื้องต้นกันดีกว่า
เปิดอ่าน 9,808 ครั้ง
เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)☕ คลิกอ่านเลย
เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)
เปิดอ่าน 9,294 ครั้ง
จำปาดะ☕ คลิกอ่านเลย
จำปาดะ
เปิดอ่าน 14,628 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

H1N1...ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดH1N1...ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
เปิดอ่าน 6,783 ครั้ง
พระสรัสวดี พระสรัสวดี
เปิดอ่าน 11,222 ครั้ง
"ครูโซ่" คือใคร ใครคือ "ครูโซ่" มาดูลีลาสอนวิชา "คณิตศาสตร์" สุดจี๊ด ท"ครูโซ่" คือใคร ใครคือ "ครูโซ่" มาดูลีลาสอนวิชา "คณิตศาสตร์" สุดจี๊ด ท
เปิดอ่าน 13,547 ครั้ง
อาหารเพื่อสุขภาพกระเพาะอาหารอาหารเพื่อสุขภาพกระเพาะอาหาร
เปิดอ่าน 9,379 ครั้ง
The Six Math Problem และวิธีหาคำตอบ ชมที่นี่The Six Math Problem และวิธีหาคำตอบ ชมที่นี่
เปิดอ่าน 8,638 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ