ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

สัมผัสที่หก/ลางสังหรณ์....ฝึกได้สร้างได้ด้วยตัวเอง


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,378 ครั้ง
สัมผัสที่หก/ลางสังหรณ์....ฝึกได้สร้างได้ด้วยตัวเอง

Advertisement

สัมผัสที่หก/ลางสังหรณ์....ฝึกได้สร้างได้ด้วยตัวเอง

          คงเคยได้ยินคำว่า สัมผัสที่หก  มาบ้าง แต่จะมีวิธีการทำอย่างไรจึงจะฝึกให้มีสัมผัสที่หกได้                          มารู้จักความหมายของ  สัมผัสที่หก  (sixth sense)  ดร.บุญชัย โกศลธนากุล  "ปรัชญาชีวิต ศาสตร์แห่งความสำเร็จ"    http://laws.anamai.moph.go.th/norsorkor/content/content%201.htm)   กล่าวว่า   สัมผัสที่หก ก็คือคุณสมบัติทำให้ genius ทั้งหลายต่างจากคนธรรมดาๆ และประสาทสัมผัสที่หกในความหมายนี้ก็คือ การมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่า อะไรใช่ ไม่ใช่ อะไรควรทำ ไม่ควรทำ อันเป็นความรู้ที่เกิดมาจากภายใน ไม่มีใครมาบอก  ประสาทสัมผัสที่หกจะมีขึ้นได้ คนๆ คนจะต้องมีกำลังสมาธิสูง และสามารถเอาใจไปจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานๆ เมื่อเราสามารถจดจ่อความคิดอยู่ที่เรื่องบางเรื่องได้นานๆ ความรู้ภายในเกี่ยวกับเรื่องนั้นก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ประสาทสัมผัสที่หกเป็นผลจาก power of concentration หรือสมาธิ  

                สัมผัสที่หก  ลองฝึกสร้างได้  ขอโมทนาสาธุ กับความสำเร็จที่จะเกิดกับทุกคน เริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยวิธีง่าย ๆ ก่อน และฝึกเพิ่มเป็นลำดับ ดังนี้

                ฟังเพลงบรรเลง   เพลงที่มีแต่เสียงดนตรีเป็นท่วงทำนอง ไม่มีเนื้อร้อง  เช่นเพลงบรรเลงไทยเดิม  เดี่ยวระนาด  เดี่ยวขลุ่ย  เดี่ยวเปียนโน  เดี่ยวจูเกิ้ง  เดี่ยวไวโอลิน  หรือเพลงคลาสสิคต่าง ๆ ให้ฟังก่อนนอน หรือเมื่อมีโอกาส จะทำให้สบายใจ จิตเป็นสุข ท่านจะฝันบอกเหตุการณ์หรือไม่ฝันเลยก็ได้ จิตสงบดี แต่ต้องกำกับด้วยการอธิษฐานจิต ขอให้เป็นคนมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่า อะไรใช่ ไม่ใช่ อะไรควรทำ ไม่ควรทำ               

                 อ่านหนังสือธรรมะ  จิตเพ่งที่หนังสือและอ่านข้อความในหนังสือ จนไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเนื้อเรื่องในหนังสือ ฝึกให้กำลังสมาธิกล้าและเข้มแข็งขึ้น แต่ต้องกำกับด้วยการอธิษฐานจิต ขอให้เป็นคนมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่า อะไรใช่ ไม่ใช่ อะไรควรทำ ไม่ควรทำ               

                  สวดมนต์   สวดมนต์บทพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ  หรือ บทสวดที่ท่านสวดเป็นประจำ  เมื่อสวดมนต์จบก็ให้อธิษฐานจิต ขอให้เป็นคนมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่า อะไรใช่ ไม่ใช่ อะไรควรทำ ไม่ควรทำ               

                  อธิษฐานจิต       เมื่อไปทำบุญด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ทำบุญทำทาน สร้างพระประธาน ใส่บาตร ให้ทานคนยากจน  บริจาคซื้อโลงศพ ทำบุญช่วยน้ำท่วม หรือรักษาศีล 5 ศีล 8 ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้เป็นคนมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่า อะไรใช่ ไม่ใช่ อะไรควรทำ ไม่ควรทำ ให้จิตที่ตั้งความปรารถนาไว้ทุกครั้งเป็นการเสริมพลังจิตให้เข้มแข็ง  เรียกว่ามีเป้าหมายในการทำบุญที่ชัดเจน               

                  ฝึกโยคะ     โยคะจะช่วยฝึกจิตและฝึกกายให้เข้มแข็ง ซึ่งมีวิธีการเฉพาะจำเป็นต้องฝึกฝนเพื่อเพิ่มพลังกายและพลังจิต แต่ต้องกำกับด้วยการอธิษฐานจิต ขอให้เป็นคนมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่า อะไรใช่ ไม่ใช่  อะไรควรทำ ไม่ควรทำ               

                   ฝึกสมาธิ    ทำจิตใจให้สบายโดยวิธีบริกรรม อาจจะใช้คำว่า พุทโธ  หรือคำบริการที่ตนเองเคยใช้  หรือนั่งดูลมหายใจเข้าออก กำกับคำบริกรรมก็ได้  สมาธิโดยทั่วไปมี 3 ระดับ สมาธิเล็กน้อย ชั่วครั้งชั่วคราว   (ขณิกสมาธิ)   อุปจารสมาธิ (สมาธิระดับกลาง)  อัปนาสมาธิ (สมาธิระดับสูง)  การฝึกสมาธิต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปเริ่มนั่งสมาธิ วันละ 5-10 นาที  เริ่มฝึกสมาธิเล็กน้อยไปก่อน แล้วเพิ่มเวลาฝึกคุณก็จะฝึกสมาธิได้ในระดับกลาง และระดับที่สูงขึ้น การฝึกสมาธิ เพื่อพยายามให้ใจสงบ ไม่คิดฟุ้งซ่าน คิดอย่างเดียว นี่เรียกว่าใจจดจ่อเป็นสมาธิกับคำบริกรรม  ต้องใช้ความพยายามและอดทนหน่อย แต่ต้องกำกับด้วยการอธิษฐานจิต ขอให้เป็นคนมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และมีความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่า  อะไรใช่   ไม่ใช่   อะไรควรทำ  ไม่ควรทำ               

                   หยุดความคิด    วิธีการหยุดความคิดทั้งหมดทำใจให้ว่าง ว่าง ว่าง  ไม่ว่าจะนั่งหลับตา หรือนั่งลืมตายืนลืมตา หรือยืนหลับตา นอนลืมตา หรือนอนหลับตา ให้หยุดความคิดทั้งหมดไว้ กำหนดให้เป็นความว่างปราศจากการปรุงแต่งของความคิดทั้งหมด  วันหนึ่ง ๆ พยายามหยุดความคิดไว้ ให้จิตอยู่กับความว่างเป็นอารมณ์  วิธีนี้เป็นการเพิ่มสัมผัสที่หกดีที่สุด                 บางคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องอธิษฐานจิต ขอให้มีลางสังหรณ์ ขอให้มีจิตสะอาด ไม่เป็นกิเลสหรือ ตอบว่า ไม่เป็นกิเลสฝ่ายชั่ว  แต่เป็นความอยากฝ่ายเหตุผล เป็นความอยากในแง่บวก ทำให้เป็นคนประกอบด้วยเหตุผล สามารถปฏิบัติ และเห็นผลของการประพฤติปฏิบัติได้ไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนคนอื่น แต่เป็นการกระทำเพื่อฝึกฝนตนเองให้ค้นพบสัมผัสที่หก เพื่อสร้างจินตนาการ  ความคิดสร้างสรรค์  ให้จิตค้นพบความรู้ที่เกิดขึ้นมาเองว่าอะไรใช่ อะไรไม่ใช่ อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ อันเป็นความรู้ที่เกิดมาจากภายใน                

                   สัมผัสที่หกทำได้ไม่ยากลองทำดู   ไม่จำเป็นต้องทำทุกวิธี เลือกวิธีใดที่ชอบทำให้สม่ำเสมอ แต่ข้อสำคัญคุณต้องมีรากฐานที่ดี นั่นคือ ศีล 5 เป็นรากฐานก่อน คือ ต้องไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย ไม่พูดปดพูดเท็จ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่ดื่มสุราและของมึนเมา จะฝึกสัมผัสที่หกง่ายมาก ๆ ไม่ต้องเชื่อหรอก ลองทำดูเองจะซึ้งแก่ใจ  คุณจะพบสิ่งใหม่ แปลกแหวกแนว เหลือเชื่อ และสิ่งที่คาดไม่ได้คิดไม่ถึงจะปรากฏชัดได้ด้วยใจตนเอง   สัมผัสที่หกคุณสามารถฝึกได้สร้างได้ด้วยตัวคุณเอง.......

 

                                                                                                               ขอขอบคุณ hunsa.com

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1712 วันที่ 11 ม.ค. 2552


สัมผัสที่หก/ลางสังหรณ์....ฝึกได้สร้างได้ด้วยตัวเองสัมผัสที่หกลางสังหรณ์....ฝึกได้สร้างได้ด้วยตัวเอง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

Catch Me If You Can ...

Catch Me If You Can ...


เปิดอ่าน 6,345 ครั้ง
เรื่องของเรา

เรื่องของเรา


เปิดอ่าน 6,346 ครั้ง
100 เคล็ดลับคู่บ้าน

100 เคล็ดลับคู่บ้าน


เปิดอ่าน 6,355 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์

วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 6,349 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
แปลก! แต่จริง.....วัดในกาฬสินธุ์เลี้ยงต่อหัวเสือเฝ้ากุฏิ.....เป็นย ามกันขโมย
แปลก! แต่จริง.....วัดในกาฬสินธุ์เลี้ยงต่อหัวเสือเฝ้ากุฏิ.....เป็นย ามกันขโมย
เปิดอ่าน 6,342 ☕ คลิกอ่านเลย

ว้าย...! ! เกิดมาพึ่ง ได้เจอ  ...เทวรูปเปลือย...  ขนหนาว ลุก
ว้าย...! ! เกิดมาพึ่ง ได้เจอ ...เทวรูปเปลือย... ขนหนาว ลุก
เปิดอ่าน 6,340 ☕ คลิกอ่านเลย

ควบคุมการกินอาหารและเครื่องดื่ม....เพื่อลดน้ำหนัก
ควบคุมการกินอาหารและเครื่องดื่ม....เพื่อลดน้ำหนัก
เปิดอ่าน 6,340 ☕ คลิกอ่านเลย

วิธีชะลอความแก่ 7 ประการ
วิธีชะลอความแก่ 7 ประการ
เปิดอ่าน 6,348 ☕ คลิกอ่านเลย

เป็นมนุษย์หรือเป็นคน
เป็นมนุษย์หรือเป็นคน
เปิดอ่าน 6,345 ☕ คลิกอ่านเลย

ฟื้นฟูอารมณ์ดี .... ด้วยของกินสีส้ม
ฟื้นฟูอารมณ์ดี .... ด้วยของกินสีส้ม
เปิดอ่าน 6,345 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฟ้า กับ เหว
ฟ้า กับ เหว
เปิดอ่าน 18,679 ครั้ง

เกลือ สารพัดประโยชน์เพื่อความงาม ทำอะไรได้บ้าง
เกลือ สารพัดประโยชน์เพื่อความงาม ทำอะไรได้บ้าง
เปิดอ่าน 21,805 ครั้ง

นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ
เปิดอ่าน 23,137 ครั้ง

ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น
เปิดอ่าน 56,559 ครั้ง

ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
เปิดอ่าน 12,726 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ