ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > กช.เห็นชอบแนวทางปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน 15,000 บาท

กช.เห็นชอบแนวทางปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน 15,000 บาท

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 29 ก.พ. 2555 เปิดอ่าน : 10,581 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
กช.เห็นชอบแนวทางปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน 15,000 บาท

Advertisement

กช.เห็นชอบแนวทางปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน 15,000 บาท - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เห็นชอบแนวทางการปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนวุฒิปริญญาตรีให้ได้รับเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท

 

  • เห็นชอบแนวทางการปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนวุฒิปริญญาตรี ให้ได้รับเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท

รมว.ศธ.กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้เห็นชอบแนวทางการปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนวุฒิปริญญาตรีให้ได้รับเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท เพื่อให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่ได้อนุมัติหลักการให้ปรับเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมบทเป็นเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนในอัตราเดียวกันทุกครั้งที่มีการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ โดยจะมีการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนสมทบเป็นเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนที่มีวุฒิปริญญาตรี ให้ได้รับอัตราเงินเดือนขั้นต่ำตามที่ ครม.กำหนด จากเดิม ๙,๑๐๐ บาท เป็นกว่า ๑๑,๖๘๐ บาท โดยจะขอใช้งบประมาณกลางเพื่ออุดหนุนเพิ่มเติมในระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน ๒๕๕๕ จำนวน ๑,๐๙๔ ล้านบาท หรือเดือนละ ๑๒๑.๕๕ ล้านบาท ตามวิธีคำนวณ ดังนี้

  • ปัจจุบันครูโรงเรียนเอกชนได้รับเงินเดือนเฉลี่ยเดือนละ ๑๐,๔๒๘ บาท

  • ปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนจาก ๑๐,๔๒๘ บาท เป็น ๑๑,๐๖๘ บาท เพิ่มขึ้น ๑,๒๕๒ บาท

  • นำอัตรา ๑,๒๕๒ บาทต่อเดือน คำนวณเป็นเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนต่อปี ได้แก่ ระดับก่อนประถมศึกษาและประถมศึกษาเท่ากับ ๖๐๑ บาทต่อคนต่อปี โดยคิดจากสัดส่วนนักเรียน ๒๕ คนต่อครู 1 คน (๑,๒๕๒÷๒๕x๑๒) และระดับมัธยมศึกษาและประกาศนียบัตรวิชาชีพเท่ากับ ๗๕๑ บาทต่อคนต่อปี โดยคิดจากสัดส่วนนักเรียน ๒๐ คนต่อครู ๑ คน (๑,๒๕๒÷๒๐x๑๒)

  • นำอัตราข้างต้นคูณกับจำนวนนักเรียนที่รับอุดหนุน จะคิดเป็นงบประมาณอุดหนุนที่ต้องใช้เพิ่มเติมระหว่างเดือนมกราคม–กันยายน ๒๕๕๕ เป็นเวลา ๙ เดือน ใช้งบประมาณ จำนวน ๑,๐๙๔ ล้านบาท หรือเดือนละ ๑๒๑.๕๕ ล้านบาท

การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ครูที่มีวุฒิปริญญาตรี ซึ่งได้รับเงินเดือนต่ำกว่า ๑๑,๖๘๐ บาท จำนวน ๗๐,๓๕๓ คน ได้รับเงินเดือนขั้นต่ำ ๑๑,๖๘๐ บาท ทั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ โดยต้องปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวเฉลี่ย ๑๒% เนื่องจากเงินเดือนครูที่รัฐบาลอุดหนุนส่วนหนึ่งรวมอยู่ในเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่ง ศธ.ได้เตรียมรายละเอียดเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้

สำหรับการปรับเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามมติ ครม. เพื่อให้ครูที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท จำนวน ๘๗,๖๘๐ คน  ซึ่งจำนวนนี้มีครูเอกชนที่ได้ปรับเงินเดือน ๑๑,๖๘๐ บาทรวมอยู่ด้วย ใช้งบประมาณอีกจำนวน ๒,๔๐๑.๕๘ ล้านบาท หรือเดือน ๒๖๖.๘๔ ล้านบาท โดยจะต้องถามความเห็นจากสำนักงบประมาณอีกครั้ง รวมงบประมาณที่ต้องใช้เพิ่มในระหว่างเดือนมกราคมกันยายน ๒๕๕๕ จำนวนทั้งสิ้น ๓,๔๙๕.๕๘ ล้านบาท หรือเดือนละ ๓๘๘.๓๙ ล้านบาท

นอกจากนี้การปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เห็นควรให้ สช.ศึกษาแนวทางการนำระบบคูปองมาใช้อุดหนุนนักเรียนในโรงเรียนเอกชนแทนการอุดหนุนในระบบเดิม เพื่อให้โรงเรียนสามารถนำเงินที่ได้รับจากคูปองไปจ่ายเป็นเงินเดือนครูโดยตรง

  • เห็นชอบแนวปฏิบัติการกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียนเอกชนในระบบ ปีการศึกษา ๒๕๕๕

โดยมอบหมายให้ สช.แจ้งโรงเรียนเอกชนกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นตามความเหมาะสมและเป็นธรรม โดยถือปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔ มีสาระสำคัญ ดังนี้

- การกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษา  ให้โรงเรียนที่นักเรียนรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

- กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาไม่เกินอัตราตามที่ระเบียบว่าด้วยการอุดหนุนรายบุคคลกำหนด โรงเรียนที่นักเรียนไม่รับเงินอุดหนุนรายบุคคล กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาตามความจำเป็นและเหมาะสมแต่ต้องไม่มีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรเกินควร หรือเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

- การกำหนดค่าธรรมเนียมอื่น ได้แก่ ให้โรงเรียนพิจารณากำหนดอัตราค่าธรรมเนียมอื่นตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยต้องไม่มีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรเกินควร หรือเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควรและให้เก็บได้เฉพาะนักเรียนที่รับบริการเท่านั้น  ซึ่งค่าธรรมเนียมอื่นต้องไม่เป็นรายการของค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งได้แก่ ค่าลงทะเบียนแรกเข้า ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าบำรุงห้องสมุด ค่าบำรุงกีฬา ค่าเวชภัณฑ์ ค่าภาคปฏิบัติ ค่าวัสดุฝึกหรือค่าอุปกรณ์การศึกษา สำหรับโรงเรียนที่นักเรียนรับการอุดหนุนค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ค่าอาหารเสริม(นม) หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดจาก ศธ.ไว้แล้ว ห้ามโรงเรียนเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากผู้ปกครองหรือนักเรียนอีก เว้นแต่มีความจำเป็นต้องจัดรายการดังกล่าว ให้นักเรียนเกินกว่าที่ได้รับการอุดหนุน

- ในกรณีที่คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเห็นว่าการกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียนมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรเกินควร คณะกรรมการฯ มีอำนาจสั่งให้โรงเรียนลดค่าธรรมเนียมดังกล่าวลงตามที่เห็นสมควรได้ ทั้งนี้ ผลกำไรที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าเหมาะสมคือไม่เกินร้อยละ ๒๐ ต่อปี

- แนวทางการจัดทำประกาศอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียน

- การจัดส่งสำเนาประกาศอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนที่จะทำหน้าที่ศึกษาแนวทางการแก้ไข ยกเลิกกฎ ระเบียบและแนวปฏิบัติที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน และพิจารณาผู้ที่จะร่วมเป็นคณะอนุกรรมการฯ เสนอ รมว.ศธ.พิจารณาแต่งตั้ง โดยให้มีการศึกษาครอบคลุมประเด็นเรื่องวิทยฐานะครูโรงเรียนเอกชนด้วย

  • เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเงินกู้ยืมของโรงเรียนในระบบ จำนวน ๕ ราย

ได้แก่ ๑) นายปฐมพงศ์ ศุภเลิศ ครูโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ๒) นายประพันธ์ ทรรศนียากร ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา จังหวัดเชียงราย ๓) นายศิวชาติ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนพลูหลวงวิทยา จังหวัดตาก ๔) นายรังสี สังฆพรหม ผู้อำนวยการโรงเรียนบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีพิษณุโลก ๕) นายนิวัฒน์ มั่นศิลป์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนมารีย์วิทยา จังหวัดนครสวรรค์

โดยมีทำหน้าที่เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียน พิจารณาคำขอและอนุมัติการกู้ยืม พิจารณาปรับลดหรือลดค่าปรับขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ และพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ในกรณีที่ผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ โดยให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปี


 

  • เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเงินยืมสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่เปิดสอนวิชาศาสนาควบคู่วิชาสามัญในจังหวัดภาคใต้ จำนวน ๕ ราย

ได้แก่ ๑) นายสุชล เส็นบัตร ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนศาสนวิทยามูลนิธิ จังหวัดพัทลุง ๒) นายขดดะรี บินเซ็น ผู้จัดการโรงเรียนบุสตานุดดีน จังหวัดสงขลา  ๓) นายมังโสด หมะเต๊ะ ผู้จัดการโรงเรียนสันติวิทย์ จังหวัดสงขลา ๔) นายนายอุเส็น ดาโหะ ช่วยราชการสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑๒ ๕) นายอุสมาน อารง ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา จังหวัดปัตตานี

ซึ่งจะทำหน้าที่เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อวิทยาคารสงเคราะห์สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ พิจารณาคำขอ และอนุมัติการยืมเงินและกำหนดระยะเวลาการชำระเงินยืมนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญายืมเงิน โดยให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปี

  • เห็นชอบประกาศหลักเกณฑ์การให้เงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จัดหาสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนการกุศลโรงเรียนการศึกษาพิเศษ  และโรงเรียนเรียนร่วม พ.ศ. ....

โดยมีสาระสำคัญประกอบด้วย คำนิยาม การพิจารณาให้เงินอุดหนุน การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินการของโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนการกำกับดูแล ได้แก่ โรงเรียนเอกชนการกุศล โรงเรียนการศึกษาพิเศษ และโรงเรียนเรียนร่วม จำนวนประมาณ ๔๐๐ โรงเรียน โดยให้เงินอุดหนุนแก่โรงเรียนประมาณ ๑๐๐ โรงเรียนต่อปี โรงเรียนละ ๖๘๐,๐๐๐ บาท

ซึ่งจะใช้งบประมาณปีละ ๖๘ ล้านบาท  ทั้งนี้ได้เสนอคณะอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนฝ่ายกฎหมายพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว


 

  • เห็นชอบประกาศหลักเกณฑ์การอุดหนุนทางการเงินเป็นค่าก่อสร้างและปรับปรุงอาคารเรียนของโรงเรียนการกุศล พ.ศ. ....

โดยมีสาระสำคัญประกอบด้วย หลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เงินอุดหนุน การยื่นคำขอรับเงินอุดหนุน การดำเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่โรงเรียนการกุศล จำนวน ๕๖ โรงเรียน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๙๐ ล้านบาท โดยแต่ละโรงเรียนต้องมีงบประมาณสมทบในการก่อสร้าง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ หรือสมทบในการปรับปรุงอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐

ทั้งนี้ ได้เสนอคณะอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ฝ่ายกฎหมายพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว

  • ให้ศึกษาแนวทางการอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชนในรูปแบบคูปองเพื่อการศึกษา

รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้ สช.ศึกษาแนวทางการอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชนในรูปแบบคูปองเพื่อการศึกษา หากนำมาใช้เฉพาะโรงเรียนเอกชนจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ และหากไม่จ่ายในรูปคูปองหรือสมาร์ทการ์ด แต่จ่ายในรูปเงินสดจะมีผลดีผลเสียอย่างไร และให้จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานอนุกรรมการ และเชิญ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นอนุกรรมการ

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2012/feb/065.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กช.เห็นชอบแนวทางปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน 15,000 บาท , , กช.เห็นชอบแนวทางปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน , 15000 , บาท << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการสภาการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการสภาการศึกษา
เปิดอ่าน 5,946 ครั้ง
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2559
เปิดอ่าน 23,914 ครั้ง
การแถลงผลงานของกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงานของกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 5,823 ครั้ง
ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557
เปิดอ่าน 4,986 ครั้ง
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (5 กันยายน2555)☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (5 กันยายน2555)
เปิดอ่าน 9,447 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

น้ำค้างเกิดขึ้นจากอะไรน้ำค้างเกิดขึ้นจากอะไร
เปิดอ่าน 75,993 ครั้ง
พบ ยีน ต้นเหตุชายโตเร็วกว่าหญิง แต่ส่งผลอายุขัยสั้นกว่า!พบ ยีน ต้นเหตุชายโตเร็วกว่าหญิง แต่ส่งผลอายุขัยสั้นกว่า!
เปิดอ่าน 8,187 ครั้ง
ดาวน์โหลดสื่อวิดีทัศน์ ชุด "กายบริหารหน้าเสาธง"ดาวน์โหลดสื่อวิดีทัศน์ ชุด "กายบริหารหน้าเสาธง"
เปิดอ่าน 18,345 ครั้ง
“รังผึ้ง” นวัตกรรมใหม่…สามารถเก็บน้ำผึ้งโดยไม่ต้องกวนผึ้งเลย“รังผึ้ง” นวัตกรรมใหม่…สามารถเก็บน้ำผึ้งโดยไม่ต้องกวนผึ้งเลย
เปิดอ่าน 12,151 ครั้ง
ระบบสุริยะอาจสูญสลาย! เมื่อนักดาราศาสตร์พบปรากฏการณ์ "ดาวมรณะ" กลืนดาวบริวารระบบสุริยะอาจสูญสลาย! เมื่อนักดาราศาสตร์พบปรากฏการณ์ "ดาวมรณะ" กลืนดาวบริวาร
เปิดอ่าน 10,497 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ