ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > รมว.ศธ.หารือการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนให้ตรงกับอาเซียน

รมว.ศธ.หารือการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนให้ตรงกับอาเซียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 พ.ย. 2555 เปิดอ่าน : 8,778 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
รมว.ศธ.หารือการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนให้ตรงกับอาเซียน

Advertisement

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมหารือกับนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) และศาสตราจารย์ศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพิจารณาเรื่องการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนของสถานศึกษาให้ตรงตามปฏิทินอาเซียน เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ที่ห้องทำงาน รมว.ศธ.

รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้หารือกับคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีการเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยที่จะมีการเลื่อนออกไปจากเดิม ทำให้มีผลกระทบกับนิสิตนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ซึ่งโดยปกติเมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นปีที่ ๔ แล้ว จะต้องไปฝึกสอนเป็นเวลา ๑ ปี (๒ ภาคเรียน) แต่เนื่องจากการเปิดภาคเรียนของในระดับโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษายังเปิดภาคเรียนแบบเดิม คือ ช่วงระยะเวลากลางเดือนพฤษภาคม ทำให้เวลาการฝึกสอนของนักศึกษาไม่มีความต่อเนื่อง และอาจจะฝึกสอนได้ไม่ครบเวลา ๑ ปี ส่งผลให้จบการศึกษาล่าช้าออกไป โดย เลขาธิการ กพฐ.ก็มีมุมมองว่าอาจจะมีการปรับหรือขยับการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้บ้าง เพื่อให้นิสิตนักศึกษาสามารถไปฝึกสอนต่อได้โดยไม่เสียเวลา ซึ่งในรายละเอียดเลขาธิการ กพฐ. กับคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะร่วมกันพิจารณาถึงผลกระทบต่างๆ ต่อไป

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ในความเป็นจริงได้มีการประชุมปรึกษาเรื่องนี้ในที่ประชุมผู้บริหาร สพฐ.หลายครั้ง และได้รวบรวมข้อมูลการเปิดปิดภาคเรียนของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ พบว่า ในโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศอาเซียน ก็ยังมีการเปิด-ปิดภาคเรียนที่มีความหลากหลาย ซึ่งการที่มหาวิทยาลัยไทยจะเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับปฏิทินของอาเซียนก็เป็นเรื่องที่มีเหตุผลสำหรับนักศึกษาที่จะมีการเคลื่อนย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยของอาเซียน แต่ในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความเห็นว่านักเรียนทั้งระดับประถมฯ และมัธยมฯ ซึ่งมีจำนวนกว่า ๑๐ ล้านคน การจะพิจารณาเลื่อนหรือไม่เลื่อนนั้น ควรจะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน หากจะเลื่อนให้ตรงกับมหาวิทยาลัยก็คงจะมีผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะต้องเลื่อนออกไปประมาณ ๔ เดือน กล่าวคือจากกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนสิงหาคม แต่หากให้ปรับเวลาเหลือเพียง ๒ สัปดาห์ หรือไม่เกิน ๒๐ วัน ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะไม่เป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้ปกครองและนักเรียนมากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะรับข้อคิดเห็นจากคณะครุศาสตร์ฯ ไปประชุมรับฟังความคิดเห็น และประสานงานกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อไป โดยคาดว่าจะได้รับคำตอบในเบื้องต้นภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

คณบดีคณะครุศาสตร์ฯ กล่าวว่า เป็นความห่วงใยของ รมว.ศธ.ที่เห็นว่าการเปิด-ปิดภาคเรียนของระดับอุดมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ สพฐ. ยังมีความเหลื่อมล้ำกัน การที่จะปรับให้สองระบบสอดคล้องกันก็จะเป็นภาพที่ดีในแง่ของเอกภาพในการจัดการศึกษา และสอดคล้องกับนานาชาติในการร่วมจัดกิจกรรมทางวิชาการ การแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน อาจารย์ สู่เวทีสากล เพื่อให้มีความสะดวก มีความเป็นไปได้ และเกิดประโยชน์ต่อการศึกษามากขึ้น

สำหรับการศึกษาของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ในปัจจุบัน เป็นหลักสูตร ๕ ปี และมีข้อบังคับของคุรุสภาให้มีการฝึกสอนเป็นเวลา ๑ ปีการศึกษา (๒ ภาคเรียน) โดยแบ่งเป็น ๒ ลักษณะ คือ ๑) นิสิตนักศึกษา ที่เรียนสะสมหน่วยกิตครบถ้วน จะฝึกสอนในช่วงปี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ และปี ๕ ภาคเรียนที่ ๑ และ ๒) นิสิตนักศึกษา ที่เรียนตามปกติ จะฝึกสอนในช่วงปี ๕ ในภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ หากมีการขยับปฏิทินตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยกำหนดในปีการศึกษา ๒๕๕๗ นั้น ภาคเรียนที่ ๒ ก็จะเปิดเรียนในช่วงกลางเดือนมกราคม-กลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่นิสิตนักศึกษาต้องไปฝึกสอน ในขณะที่โรงเรียน สพฐ.ยังเปิดตามปกติ คือ กลางเดือนพฤษภาคม ก็จะทำให้นิสิตนักศึกษาเสียโอกาสในการที่จะเข้าไปฝึกสอนตั้งแต่ต้นภาคเรียน ซึ่งมีเวลาคาบเกี่ยวในส่วนนี้ประมาณ ๒ สัปดาห์ หากมีการขยับและไม่ทำให้สภาพที่คุ้นชินด้านสังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงไป แต่เป็นการปรับเพื่อให้สอดรับกับระดับอุดมศึกษาในการส่งนิสิตนักศึกษาไปฝึกสอนให้กับโรงเรียน สพฐ. ซึ่งถือเป็นแหล่งสำคัญในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และโรงเรียนเองก็ได้ประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย ก็จะเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า หากมีการขยับเวลาเปิด-ปิดภาคเรียนออกไปในเวลาที่ไม่กระทบกับการศึกษาภาพรวมมากนัก การที่นิสิตนักศึกษาคณะครุศาสตร์จะฝึกสอนต่อเนื่องทันทีก็จะมีความเป็นไปได้สูง แต่หากไม่ฝึกสอนทันทีจะเสียโอกาสและจะจบการศึกษาล่าช้าไปอีก ซึ่งขณะนี้ สพฐ. และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะพยายามพิจารณาหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับนิสิตนักศึกษาที่จะไปฝึกสอน ซึ่งก็เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนที่ไปฝึกสอนด้วย

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> รมว.ศธ.หารือการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนให้ตรงกับอาเซียน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รมว.ศธ.ประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ.☕ คลิกอ่านเลย
รมว.ศธ.ประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ.
เปิดอ่าน 4,006 ครั้ง
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 8 กุมภาพันธ์ 2554☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 8 กุมภาพันธ์ 2554
เปิดอ่าน 12,021 ครั้ง
งานศิลปหัตกรรมนักเรียนระดับชาติ "สุดยอดเด็กไทย ก้าวใหม่ที่ไกลกว่า"☕ คลิกอ่านเลย
งานศิลปหัตกรรมนักเรียนระดับชาติ "สุดยอดเด็กไทย ก้าวใหม่ที่ไกลกว่า"
เปิดอ่าน 9,253 ครั้ง
ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน☕ คลิกอ่านเลย
ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน
เปิดอ่าน 2,551 ครั้ง
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,995 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

จิตรกรรมไทยจิตรกรรมไทย
เปิดอ่าน 21,297 ครั้ง
ผลศึกษา45ผักพื้นบ้าน ต้านมะเร็ง-กินแล้วไม่อ้วนผลศึกษา45ผักพื้นบ้าน ต้านมะเร็ง-กินแล้วไม่อ้วน
เปิดอ่าน 30,465 ครั้ง
ลดความอ้วนด้วยตะเกียบ ช่วยถ่วงให้กินได้ช้าลงและคำเล็กลง ลดความอ้วนด้วยตะเกียบ ช่วยถ่วงให้กินได้ช้าลงและคำเล็กลง
เปิดอ่าน 6,556 ครั้ง
พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
เปิดอ่าน 10,612 ครั้ง
ตัดวงจรเครียด...ก่อนระเบิดตัดวงจรเครียด...ก่อนระเบิด
เปิดอ่าน 5,702 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ