ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เตือน!!..สึนามิปี52


เรื่องราวจากสมาชิก

8,381

views
Advertisement

เตือน!!..สึนามิปี52

 
"สมิทธ"เตือนไทยอาจถูก"คลื่นยักษ์สึนามิ"ถล่มอีกระลอก

ชี้ปี 52 ไทยร้อนจัดอุณหภูมิทะลุ 42 องศา เหตุแกนโลกสวิงเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำน้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็ว กระทบเกษตรจำนวนผลผลิตลดลง อาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะคลื่นความร้อนมากขึ้น ขณะที่ฤดูฝนปีนี้มาเร็วผิดปกติ เจอแน่ทั้งพายุ มรสุมเพียบ ซ้ำเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
 
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

เปิดเผยถึงแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติธรรมชาติในปี 52 ว่า ขณะนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยากำลังจับตาดูอยู่ เพราะอากาศที่ปกคลุมประเทศไทยปีนี้มีความผิดปกติพอสมควร โดยเฉพาะฤดูหนาวที่มีลมมรสุมจากตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังพัดแรงที่มาพร้อมกับอากาศเย็นจากประเทศจีนส่งผลถึงไทย ทำให้ช่วงฤดูหนาวไทยมีความเย็นผิดปกติ และต่อเนื่องระยะยาว และยังทำให้เกิดคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยที่เรียกว่า สตอมเซอจขนาดเล็ก ทำให้บ้านเรือนริมชายฝั่งได้รับผลกระทบตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ถึง จ.สตูล ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติจากปีก่อน ๆ และมีความรุนแรงมากกว่า    
 
นายสมิทธ กล่าวต่อว่า นักวิทยาศาสตร์ ทั่วโลกกำลังดูอยู่ว่า ทำไมปีนี้อากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือจึงเย็นลงมาจนถึงพื้นที่เส้นศูนย์สูตร

ซ้ำยังหนาวเย็นเป็นระยะยาวต่อเนื่องมากผิดปกติ ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศในแถบยุโรป และอเมริกา ซึ่งพบว่าบางแห่งเกิดปรากฏการณ์พายุหิมะตกผิดปกติ อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่า ภาวะดังกล่าวเกิดจากแกนโลกหมุนเอียงออกจากดวงอาทิตย์มากกว่าปกติหรือไม่ โดยอยู่ที่ประมาณ 23.5 องศา ส่งผลให้ประเทศที่อยู่ซีกโลกเหนือจะมีความหนาวเย็นมากผิดปกติ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง แกนโลก จะสวิงกลับ โลกจะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มาก กว่าปกติเช่นกัน ส่งผลให้หน้าร้อนที่กำลังมาถึงร้อนมากขึ้น 


อดีตประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ กล่าวอีกว่า ภาวะดังกล่าวจะทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วขึ้น

ส่งผลให้ปริมาณน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยจะมีอากาศร้อนมากกว่าปกติ กระทบต่อภาคการเกษตร จำนวนผลผลิตลดลง ตั้งแต่ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และพืชการเกษตรส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันศัตรูพืชก็จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะคลื่นความร้อนมากขึ้น ซึ่งที่อินเดียมีคนเสียชีวิตทุกปี และประเทศไทยอาจมีผู้เสียชีวิตได้ในพื้นที่ร้อนจัด เช่นที่ จ.ตาก และอุตรดิตถ์ แต่ทั้งนี้ฤดูร้อนอาจมีระยะเวลาที่สั้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา ต่อจากนั้นจะเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย และทะเลอันดามัน จะทำให้มีพายุมากขึ้น ซ้ำยังรุนแรงมากกว่าปกติ ซึ่งในช่วงนี้ประเทศ ไทยจะประสบภัยพิบัติจากพายุ ทั้งจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ทำให้บ้านเรือนเสียหายอย่างมาก
 
“ขอให้ติดตามดูฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง จะเริ่มช่วงปลายเดือน ก.พ. ต้องดูว่า อากาศร้อนมีความร้อนจัดจนอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขั้นผิดปกติหรือไม่ เชื่อว่าประเทศไทยน่าจะอยู่ที่ 42 องศา ผลที่ตามมาคือทำให้ฤดูฝนผิดปกติไปด้วย กระทบต่อการดำเนินชีวิตทั้งหมด ส่วนสาเหตุที่ทำให้โลกเอียง คือ 1. เป็นไปโดยธรรมชาติ 2. เป็นเพราะการกระทำของมนุษย์ เนื่องจากมีการวิเคราะห์ว่า การที่ประเทศจีน และอีกหลาย ๆ ประเทศสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้เหนือเส้นศูนย์สูตรเป็นปริมาณมหาศาล จำนวนล้าน ๆ ลูกบาศก์ เมตร เมื่อน้ำถูกเก็บไว้ในเขื่อนจนเต็ม ส่งผลให้โลกเสียสมดุลทำให้แกนโลกเอียงผิดปกติได้ แต่ทั้งนี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน”
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ หรือแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นอีก นายสมิทธ กล่าวว่า อาจมีความเป็น ไปได้

เพราะเมื่อโลกเอียงเข้าเอียงออก ปริมาณ มวลโลกจะมีการเคลื่อนตัว เกิดการเคลื่อนตัวแผ่นเปลือกโลกทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรง และบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็เกิดแผ่นดินไหวเป็น ระยะ ๆ แล้ว แต่ยังไม่เคลื่อนตัวมากพอที่เกิดสึนามิได้ อย่างไรก็ตามปกติการเกิดแผ่นดินไหวมีวัฏจักร อาจไม่เกิดในมหาสมุทรอินเดีย แต่อาจเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก
 
นายสมิทธ กล่าวต่อว่า การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติขึ้นอยู่กับรัฐบาล ซึ่งสิ่งที่เรากลัวกันมาก ๆ คือ น้ำท่วมกรุงเทพฯ

ซึ่งคาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาประมาณ 20 ปี จึงจะเห็น แต่หากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับโลกเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ อาจเกิดเร็วภายใน 10-15 ปี เพราะน้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็ว จึงควรมีนโยบายป้องกัน แต่ตอนนี้รัฐบาลไม่ได้มีการเตรียมการอะไรเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ เนื่องจากนักการเมืองต่างห่วงเก้าอี้มากกว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ถ้าหน้าร้อนปีนี้ อุณหภูมิร้อนมากผิดปกติแสดงว่า ทฤษฎีของตนถูก ต่อมาจะมีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่า โอกาสที่น้ำจะท่วมกรุงเทพฯแบบถาวรจะมาเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนพูดไม่ได้ต้องการสร้างความตื่นตระหนก แต่อยากให้มีการเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น
 
ที่อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน “118 ปี ศาลาแยกธาตุ-กรมวิทยาศาสตร์บริการ” เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนากรมวิทยาศาสตร์บริการ จัดระหว่างวันที่ 29-31 ม.ค. โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การวางแผนพัฒนาประเทศจำเป็นต้องเข้าใจสภาวะแวดล้อมของโลกเพื่อปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาไทยก็ทำได้ดี แต่ในด้านขีดความสามารถวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของไทยมักถูกประเมินให้อยู่ในระดับต่ำอยู่ แม้เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ถ้าปล่อยให้สะสมยาวนาน ก็จะบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ดังนั้นการจะให้ประเทศแข่งขันอย่างยั่งยืนต้องผลักดันการวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และระดมความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เศรษฐกิจ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สนับสนุนนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
 
ขณะที่ นายเมธา รัชตะปีติ ผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษาศูนย์ฝนหลวงหัวหิน กล่าวว่า ขอเตือนผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของประเทศว่าควรเตรียมแผนรับมือฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง

เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนมาก่อนหน้าคือการมีอากาศหนาวเย็นนาน คาดว่าจะทำให้ฤดูแล้งปีนี้จะยกระดับเป็นภัยแล้งในที่สุด ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะยาวนานแค่ไหน และสิ่งที่เป็นห่วงมากก็คือ เขื่อนทั่วประเทศขณะนี้หลายเขื่อนมีปริมาณน้ำกักเก็บไม่ถึง 70% เนื่องจากในฤดูฝนที่ผ่านมา เกรงเขื่อนพังต้องเร่งระบายน้ำทิ้งทะเล ซึ่งทำให้เห็นว่าระบบบริหารทรัพยากรน้ำไม่มีมาตรฐาน เมื่อเป็นเช่นนี้อาจกระทบกับปริมาณน้ำที่จะนำมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งได้.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 2660 วันที่ 31 ม.ค. 2552

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


เตือน!!..สึนามิปี52

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

หัวหอม..... รักษาสิว

หัวหอม..... รักษาสิว


เปิดอ่าน 8,351 ครั้ง
การจัดนิทรรศการหนังสือ

การจัดนิทรรศการหนังสือ


เปิดอ่าน 8,356 ครั้ง
สิ่งแปลกใหม่บนกระจก

สิ่งแปลกใหม่บนกระจก


เปิดอ่าน 8,351 ครั้ง
วิธีแก้เหงาในฤดูหนาวจ้า

วิธีแก้เหงาในฤดูหนาวจ้า


เปิดอ่าน 8,362 ครั้ง
เชื่อหรือไม่....????

เชื่อหรือไม่....????


เปิดอ่าน 8,355 ครั้ง
กรุณาตั้งชื่อเรื่อง...

กรุณาตั้งชื่อเรื่อง...


เปิดอ่าน 8,375 ครั้ง
๒๐ คำถามกับ ว.วชิรเมธี

๒๐ คำถามกับ ว.วชิรเมธี


เปิดอ่าน 8,372 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

กตัญญูเป็นโอสถประเสริฐ เป็นคุณแก่ตนเองทั้งร่าง กายจิตใจ

กตัญญูเป็นโอสถประเสริฐ เป็นคุณแก่ตนเองทั้งร่าง กายจิตใจ

เปิดอ่าน 8,371 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
/*/ความเป็นจริง ของโลกใบนี้ /*/
/*/ความเป็นจริง ของโลกใบนี้ /*/
เปิดอ่าน 8,390 ☕ คลิกอ่านเลย

ชีวิตครูของผม ตอน โรงเรียนในฝัน หรือโรงเรียนรังแกฉัน (ตอนที 1 )
ชีวิตครูของผม ตอน โรงเรียนในฝัน หรือโรงเรียนรังแกฉัน (ตอนที 1 )
เปิดอ่าน 8,376 ☕ คลิกอ่านเลย

ศิลปินมนุษย์นกเพนกวิน...ผู้เขียนชีวิตด้วยปลายเท้า...
ศิลปินมนุษย์นกเพนกวิน...ผู้เขียนชีวิตด้วยปลายเท้า...
เปิดอ่าน 8,430 ☕ คลิกอ่านเลย

เจ้าหญิงวุ่นวาย เจ้าชายเย็นชา 1
เจ้าหญิงวุ่นวาย เจ้าชายเย็นชา 1
เปิดอ่าน 8,357 ☕ คลิกอ่านเลย

สาวหลากวัย....กินอย่างไรให้ผิวสวย
สาวหลากวัย....กินอย่างไรให้ผิวสวย
เปิดอ่าน 8,368 ☕ คลิกอ่านเลย

จุดอันตรายในโรงเรียน8 จุด
จุดอันตรายในโรงเรียน8 จุด
เปิดอ่าน 8,369 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สรรพคุณทางยาของ "ผักแขยง"
สรรพคุณทางยาของ "ผักแขยง"
เปิดอ่าน 35,480 ครั้ง

"หอยนางรม" บำรุง "ตับ-ไต-สุขภาพ-เพศ"
"หอยนางรม" บำรุง "ตับ-ไต-สุขภาพ-เพศ"
เปิดอ่าน 31,163 ครั้ง

เคล็ดลับการดูแลเท้า
เคล็ดลับการดูแลเท้า
เปิดอ่าน 10,873 ครั้ง

ยาสระผมเข้าตาบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อดวงตามั้ย
ยาสระผมเข้าตาบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อดวงตามั้ย
เปิดอ่าน 33,120 ครั้ง

กฎกระทรวงการประกอบวิชาชีพควบคุม พ.ศ. 2549
กฎกระทรวงการประกอบวิชาชีพควบคุม พ.ศ. 2549
เปิดอ่าน 21,798 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ