ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 10 มี.ค. 2556 เปิดอ่าน : 8,202 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมระดมความคิด เรื่อง "กรอบแนวทางการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน" เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๖ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักการศึกษา ร่วมประชุมประมาณ ๓๐ คน

รมว.ศธ. กล่าวในพิธีเปิดว่า จากการที่ตนได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ ๒ ชุด อันได้แก่ ๑) คณะกรรมการกำหนดวิสัยทัศน์การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี รมว.ศธ.เป็นประธาน และมี รมช.ศธ. เป็นรองประธาน มีหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์เป็นแนวทางในการปฏิรูปหลักสูตร วางแนวทางระบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้ความเห็นชอบระบบการจัดการศึกษาและหลักสูตร และ ๒) คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เป็นประธาน มีหน้าที่ออกแบบระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ทั้งระบบ กำหนดรายวิชาต่างๆ ในหลักสูตร รวมทั้งเนื้อหารายวิชา การจัดการเรียนการสอนและลำดับขั้นในการเรียนรู้ ดำเนินโครงการตำราเรียนแห่งชาติ พัฒนาระบบการอนุมัติต้นฉบับตำราเรียน ดำเนินการทดสอบหลักสูตร และวางแผนการประกาศและใช้หลักสูตร โดยมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปหลักสูตรให้แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือน


 

การประชุมครั้งนี้เพื่อระดมความคิดจากหลากหลายมุมมอง ทั้งผู้บริหารการศึกษา นักการศึกษา ครู และสื่อมวลชน ซึ่งจะช่วยจุดประกายให้ผู้อื่นมาร่วมกันพัฒนาการศึกษา โดยบุคคลสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนคือครูอาจารย์ทั้งหลาย ที่จะเป็นกลไกที่ดีในการขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายที่คุณลักษณะที่เด็กและเยาวชนไทยในอนาคตว่าควรจะเป็นอย่างไร คณะกรรมการจะช่วยกันคิดและกำหนดสิ่งที่เหมาะสมกับการเรียนของเด็กไทยในแต่ละช่วงชั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา เช่น วิชาประวัติศาสตร์ เด็กควรรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย แต่ต้องกำหนดว่าเด็กต้องรู้แค่ไหนเพื่ออะไร เช่น ให้เด็กรู้ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้น เพื่อเตรียมรับมือในอนาคต เมื่อเจาะลงไปสู่รายละเอียดของแต่ละวิชา ก็ต้องอาศัยผู้อยู่ในวงการศึกษาช่วยกันคิดและกำหนดออกมาให้เหมาะสมกับบริบทการศึกษาไทย สำหรับเวลาที่ใช้ในการเรียน ซึ่งจะมีทั้งเวลาเรียนในห้องและนอกห้องเรียน รวมทั้งกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างและพัฒนาทักษะต่างๆ จะกำหนดสัดส่วนเวลาการเรียนของเด็กในแต่ละช่วงชั้นอย่างไร เป็นเรื่องที่ที่ประชุมจะต้องร่วมกันหารือต่อไป ทั้งนี้มีนักการศึกษาลายท่านเห็นความสำคัญ มีความสนใจและมีประสบการณ์ด้านการศึกษา ซึ่งตนจะได้นำคณะกรรมการไปเข้าพบเพื่อขอรับนโยบายในโอกาสต่อไป

ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ได้นำเสนอแนวทางการปฏิรูปหลักสูตรตาม ๕ ยุทธศาสตร์ ได้แก่

๑) การปฏิรูปหลักสูตร
๒) ปฏิรูปครู
๓) เร่งสร้างความเข้มแข็ง STEME (Science Technology Engineering Mathematics English)
๔) เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
๕) ปรับโครงสร้าง

ซึ่งจะต้องดำเนินเพื่อสร้างโอกาส ความเท่าเทียมทางการศึกษา ทั้งมิติด้านการเข้าถึงและคุณภาพ ทั้งมิติความเข้มแข็งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษา ด้านทักษะและสร้างโอกาสนวัตกรรม (วิจัย) และความเชื่อมโยงและร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ชุมชน โรงเรียน ครู นักเรียน ซึ่งต่อจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการย่อยขึ้นมาประชุมหารือทุกสัปดาห์ เพื่อให้ทำงานได้เสร็จภายใน ๖ เดือนตามที่ได้รับมอบหมาย การปรับหลักสูตรครั้งนี้จะเป็นการปรับหลักสูตรครั้งใหญ่เพราะหลักสูตรที่ใช้อยู่มีจุดด้อยที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนไทยแย่ลง เช่น หลักสูตรฉบับนี้มีความย่นย่อ และปล่อยปลายเปิดให้ขึ้นอยู่กับการจัดการของครูมากเกินไป ซึ่งเหมาะสำหรับครูที่สามารถสูงนำไปใช้ ซึ่งหลักสูตรจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นอย่างไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและการทำงานของคณะทำงาน



 

รมว.ศธ.ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพิ่มเติมภายหลังพิธีเปิดว่า จะมีการปรับลดชั่วโมงเรียนทุกช่วงชั้นแน่นอน เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนในประเทศอื่นๆ แล้ว ไม่ได้เรียนมากเท่ากับนักเรียนไทยซึ่งใช้เวลาปีละ ๑,๐๐๐ ชั่วโมง แต่กลับมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีกว่า เช่น ฮ่องกงใช้เวลาเรียนปีละ ๗๐๐ ชั่วโมง จึงต้องกลับมาทบทวนเรื่องเวลาเรียนในแต่ละช่วงชั้น และเนื้อหาสาระที่จะให้เด็กเรียน โดยเปรียบเทียบเวลาเรียนจากประเทศอื่น อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าทัศนคติของการเรียนในอดีตอาจจะคิดว่าเรียนมากแล้วได้รู้มาก แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะเมื่อใช้เวลาเรียนมาก เวลาที่จะคิดวิเคราะห์ก็จะไม่มี แต่หากเราสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์ได้แล้ว การคิดในเรื่องอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องสอนอีก เพราะเด็กจะสามารถคิดต่อได้เอง ซึ่งสิ่งนี้เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ที่เราต้องการพัฒนาหลักสูตรและครูผู้สอน ส่วนอื่นเป็นส่วนช่วยเสริม หากสองอย่างแรกสำเร็จ ก็จะดำเนินการในส่วนที่เหลือต่อไป

 

ที่มาภาพและข่าวจาก http://www.moe.go.th/websm/2013/mar/086.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,119 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 126,835 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,453 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,284 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,562 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้านประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน
เปิดอ่าน 32,950 ครั้ง
คลิปรายการ "เปิดปม" กรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย รีบดูครับคลิปรายการ "เปิดปม" กรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย รีบดูครับ
เปิดอ่าน 17,480 ครั้ง
รวมวิธีทำกระทงแบบใหม่ๆ เป็นมิตรกับธรรมชาติรวมวิธีทำกระทงแบบใหม่ๆ เป็นมิตรกับธรรมชาติ
เปิดอ่าน 18,741 ครั้ง
ลูกเรามีความคิดสร้างสรรค์แค่ไหนลูกเรามีความคิดสร้างสรรค์แค่ไหน
เปิดอ่าน 10,173 ครั้ง
มติ ครม. เห็นชอบลงทะเบียนซิมเติมเงิน-ฟรี Wi-Fi เป็นวาระแห่งชาติมติ ครม. เห็นชอบลงทะเบียนซิมเติมเงิน-ฟรี Wi-Fi เป็นวาระแห่งชาติ
เปิดอ่าน 5,842 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ