ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

วัยทีนกับเพื่อน


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,349 ครั้ง
วัยทีนกับเพื่อน

Advertisement

เมื่อเพื่อนทำไม่ดี เราจะเตือนอย่างไร เพื่อนจึงจะไม่โกรธ

ถ้าเพื่อนเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีเหตุผล คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ การตัดเตือนย่อมทำให้เพื่อนโกรธอย่างแน่นอน และอาจคิดไปในแง่ร้ายว่าเราอยู่คนละฝ่ายกับเขา แม้เราจะหวังดีกับเขาแค่ไหนก็ตาม
ดังนั้น ถ้าคิดจะตักเตือนเพื่อนประเภทนี้ ก็ให้ทำใจไว้ล่วงหน้าเลยว่าเขาจะโกรธ และเมื่อเตือนแล้ว ก็ไม่ควรเตือนอีก จะเป็นการพูดซ้ำซาก เสียเวลา เสียอารมณ์ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้เขาเผชิญความจริงด้วยตัวเองต่อไปดีกว่า
แต่เมื่อใด ที่เพื่อนคนนั้นมีความทุกข์ด้วยเรื่องที่เราเตือนเขาแล้ว เราก็ควรแสดงความเป็นเพื่อนที่ดี ด้วยการปลอดใจเขา อย่างไปซ้ำเติมหรือพูดในเชิงสมน้ำหน้าว่าเราเตือนแล้วเขาไม่เชื่อ จะทำลายน้ำใจกันเกินไป เพื่อนที่ดีเขาไม่ทำกัน
เพื่อนก็คือเพื่อน ย่อมต้องมีความหวังดีต่อกัน ถึงเตือนแล้วจะโกรธ แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่มีมานาน ก็คงตัดกันไม่ขาด แล้วสักวันเขาก็ต้องเข้าใจในความหวังดีของเรา และอาจขอบคุณเราด้วยซ้ำไป
อย่าปล่อยให้เพื่อนทำผิด โดยเราไม่เตือน เพราะกลัวเขาโกรธเลยนะคะ

มีปัญหาเวลาทำรายงาน เพื่อนไม่ยอมให้เข้ากลุ่ม จะทำอย่างไร

เพื่อน ๆ ย่อมอยากได้คนที่ขยัน มีความรับผิดชอบ ตั้งใจทำงาน มาเข้ากลุ่ม เพื่อรายงาน จะได้มีคุณภาพ เสร็จทันเวลา และได้คะแนนดี
แต่ถ้าเราเป็นคนขี้เกียจ ไม่รับผิดชอบงานส่วนที่ได้รับมอบหมายไม่ตั้งใจ ทำให้ดี ทำแบบ ชุ่ย ๆ พอพ้นตัว เพื่อนก็ย่อมไม่อยากให้เราเข้ากลุ่ม ไปเป็นตัวถ่วงของพวกเขา
เข้าใจค่ะ ว่าการที่เพื่อนไม่ยอมให้เข้ากลุ่มคงทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด แต่เราคงต้องพิจารณาตัวเองด้วย ลองปรับปรุงตัวเสียใหม่ ขยันเรียนให้มากขึ้น ส่งการบ้านให้ทันเวลา และเป็นฝ่ายช่วยเหลือเพื่อนก่อนในเรื่องการเรียน เพื่อน ๆ ก็จะประทับใจ ต่อไปจะกลายเป็นว่าเพื่อน ๆ แย่งตัวเราให้เข้ากลุ่มด้วยซ้ำไปค่ะ
ส่วนในกรณีเร่งด่วน ถ้าเพื่อนไม่ยอมให้เข้ากลุ่ม อาจจ้องไปบอกอาจารย์ เชื่อว่าอาจารย์น่าจะช่วยได้ ถ้าไม่หากลุ่มให้เรา ก็อาจให้เราทำรายงานเดี่ยวมาส่ง ซึ่งก็จะเป็นโอกาสให้เราได้มีอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ และได้พิสูจน์ตัวเองด้วยว่าเราทำได้ เพื่อน ๆ เห็นฝีมือเราแล้วก็คงทึ่ง และยอมรับเราในที่สุดค่ะ

ถูกเพื่อนนินทาลับหลัง เสียความรู้สึกมาก จะทำอย่างไร


"อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดไปกรีดหิน"

คำพูด ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป คนนินทาเขาก็สนุกของเขาไป และเขาก็คิดว่าเราไม่ได้ยิน เราก็น่าจะรับมุขของเขา คือทำเป็นไม่ได้ยิน ปล่อยให้มันผ่านไป อย่างไปเก็บเอามาคิดต่อเรื่องก็จะจบ
เรื่องอะไรเราจะไปทุกข์ ในขณะที่คนต้นเหตุเขาสนุกล่ะคะ มันไม่เห็นจะคุ้มกันเลย เป็นการทำร้ายตัวเองเปล่า ๆ ถือเสียว่าคำนินทาของเพื่อนเป็นการช่วยฝึกใจเราให้หนักแน่นก็แล้วกันค่ะ แล้วประโยชน์ก็จะตกอยู่กับเรา
ส่วนเราเอง บางครั้งก็ยังเผลอนินทาเพื่อนเหมือนกันไม่ใช่หรือค่ะ โดยเราก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรกับเขา ดังนั้น เวลาที่ถูกนินทาก็คิดว่าเพื่อนล้อเล่น ไม่มีเจตนา ก็น่าจะดีเหมือนกันนะคะ
ถ้าเพื่อนคนนั้น เขาเป็นคนที่ขึ้นชื่อในเรื่องนินทา ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ต้องไปสนใจเลย เพราะจะไม่มีใครเชื่อคำพูดของคนช่างนินทาหรอกค่ะ แค่ฟังสนุก ๆ ไปอย่างนั้นเอง
ถ้าเพื่อนคนที่นินทา เขามีความดีอื่นอยู่อีกมาก ก็น่าจะคบเขาต่อไปนะคะ คิดว่าเรื่องแค่นี้ขอกันกินก็แล้วกันนะคะ

มีเพื่อนชอบเอาแต่ใจ จะทำอย่างไร

น่าจะลองขัดใจเพื่อนบ้าง ในเรื่องที่เราไม่เห็นด้วยกับเขา และบอกเหตุผลของเราให้เขาฟัง
แต่ถ้าเพื่อนไม่ยอมฟัง แล้วโกรธเรา งอนเรา ก็ปล่อยเขาไปสักพัก เมื่อเขาคิดได้ และเห็นว่าเรายังเป็นเพื่อนที่น่าคบอยู่ เขาก็คงเป็นฝ่ายกลับมาหาเราเอง โดยที่เราไม่ต้องไปง้อเขา
แต่ถ้าเพื่อโกรธแล้วโกรธเลย ก็คงต้องปล่อยเขาไป เราอยู่อย่างสบายใจของเราดีกว่า เรื่องอะไรจะต้องไปเสียเวลา เสียอารมณ์ คอยตามง้อ ตามเอาใจเพื่อนที่ไม่เคยคิดจะเอาใจเราบ้างเลย จริงไหมคะ

ทำอย่างไรให้เพื่อนเกรงใจไม่เอาเปรียบเรา

การที่เพื่อนไม่เกรงใจ และชอบเอาเปรียบเรา ก็เพราะเรายอมอ่อนข้อให้เพื่อน หรือเป็นฝ่ายต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อนมากเกินไป เพื่อนจึงรู้สึกว่าเราเป็น "ของตาย" จะทำอย่างไรกับเราก็ได้ เพราะเราไปไหนไม่รอดถ้าขาดเขา
คงต้องหัดพึ่งพาตัวเองให้มาก ทำอะไรด้วยตัวเองให้เป็น และรู้จักยืนยัน สิทธิของเราบ้าง เพื่อให้เห็นว่าเราก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน
เวลาเพื่อนทำอะไรให้เราไม่พอใจ ก็อย่าทนเงียบ แต่ให้บอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่าเราไม่ชอบ อย่าทำอย่างนี้กับเราอีก เพราะเราเองก็ยังไม่เคยทำกับเขาอย่างนี้เลย ถ้าเราไม่พูด เพื่อนก็อาจจะไม่รู้ตัว และเราก็ต้องเก็บกดอารมณ์ที่ไม่ดีเอาไว้ เป็นผลเสียต่อตัวเราด้วย นานไปเมื่อทนไม่ไหว ก็อาจระเบิดอารมณ์ออกมา ทำให้ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นลงจนมองหน้ากันไม่ติดก็ได้
แต่ถ้าบอกแล้วเพื่อนยังขืนทำอีก ก็แสดงว่าเขาไม่แคร์เรา เราก็ควรอยู่ให้ห่างเขาเข้าไว้ แล้วหันไปคบเพื่อนใหม่ที่นิสัยดี คบแล้วสบายใจ จะดีกว่า
คนที่ไม่เกรงใจและชอบเอาเปรียบเพื่อนนั้น ไม่มีใครชอบและอยากได้เป็นเพื่อนหรอกค่ะ ถ้าเขาไม่แก้ไขตัวเอง นานไปก็จะไม่มีใครคบเขาเองแหละค่ะ

คนรวยคนจนต่างกัน แต่จะเป็นเพื่อนกันได้ไหม

ได้แน่นอนค่ะ ถ้าสองฝ่ายเข้าใจ ยอมรับ และรักษาน้ำใจกัน
คนที่รวยกว่าก็ไม่โอ้อวด วางตัวข่มเพื่อน คนที่จนกว่าก็ไม่ฉวยโอกาส หลอกเอาเงิน หรือลดตัวไปเป็นลูกสมุนอยู่ใต้อำนาจเขา
การเป็นเพื่อนกันนั้น เป็นการผสมผสานและเพิ่มเติมส่วนที่ขาดให้กันและกัน เพื่อนที่รวยกว่า ก็อาจต้องการที่ปรึกษาหรือต้องการคนเตือนสติ เมื่อทำไม่ถูกไม่ควร ส่วนเพื่อนที่จนกว่าก็อาจต้องการคนให้กำลังใจ เรียกได้ว่าทั้งคู่ก็ต้องการกันและกัน เพื่อความอบอุ่นใจ ไม่ควรโดดเดี่ยวทั้งในเวลาทุกข์และสุข
หากคบใครแล้ว รู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าเขาก็ชอบเรา จริงใจกับเรา ก็คบต่อไปเถอะค่ะ อย่าให้ฐานะมาเป็นปัญหาให้ต้องคิดมากเลย

รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเพื่อน

ควรทำอย่างไร ควรจะพิจารณาดูก่อนว่า เราด้อยกว่าเพื่อนเรื่องอะไร เป็นเรื่องที่แก้ไข ปรับปรุงได้หรือไม่ จะได้หาหนทางกันต่อไป
ถ้าเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ เช่น รู้สึกว่าตัวเองเรียนด้อยกว่าเพื่อน รู้สึกว่าเพื่อนรอบรู้เรื่องต่าง ๆ มากกว่าเรา รู้สึกว่าเราเล่นกีฬาไม่เก่งเท่าเพื่อน เป็นต้น
เรื่องแบบนี้เราสามารถพัฒนาตัวเองให้ทันเพื่อนได้ เช่น ขยันเรียนให้มากขึ้น ขยันอ่านหนังสือความรู้รอบตัวให้มากขึ้น หมั่นศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ไปเรียนพิเศษ ทุ่มเวลาสำหรับฝึกซ้อมกีฬาให้มากขึ้น เราก็อาจจะทัดเทียมเพื่อนได้ เรียกว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
ถ้าเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ เช่น รู้สึกด้อยที่พ่อแม่แยกทางกัน ไม่อบอุ่นเหมือนครอบครัวเพื่อน รู้สึกว่าฐานะยากจนกว่าเพื่อน ไม่มีของใช้แพง ๆ เหมือนเพื่อน รู้สึกว่าไม่สวยไม่หล่อเหมือนเพื่อน เป็นต้น เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราต้องทำใจ เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้
แต่ก็ไม่ควรจมอยู่กับความน้อยเนื้อต่ำใจไปตลอด ลองมองหาข้อดีที่เราได้รับมาบ้าง เช่น การที่พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น และเป็นบทเรียนสำหรับการเลือกคู่ของเราในอนาคต ที่จะต้องเลือกให้ดี คิดให้รอบคอบก่อน หรือการที่ฐานะยากจน ก็ทำให้เรารู้จักคุณค่าของเงิน รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด ในอนาคตเมื่อมีงานทำ มีเงินเดือน เราก็จะเก็บเงินได้ ไม่ยากจนอีกต่อไป หรือการที่คิดว่าไม่สวยไม่หล่ออย่างเพื่อน ก็น่าจะดี จะได้ไม่มีใครมาจีบ ทำให้จิตใจไขว้เขวจนไม่เป็นอันเรียน
ถ้าคิดได้อย่างนี้จะทำให้เราเป็นคนที่มีอารมณ์มั่นคง และคนที่มีอารมณ์มั่นคงจะได้เปรียบคนอื่นในทุก ๆ ทางค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป

เพื่อนแบบไหนที่เราจะปรึกษาได้

ก่อนอื่นคุณควรเลือกเพื่อนที่จะปรึกษา ดูว่าเพื่อนคนนั้นเป็นคนรอบคอบ มีความคิดไตร่ตรอง มีเหตุผลหรือไม่ เป็นคนที่คุณไว้วางใจได้ มีความหวังดีต่อคุณอย่างจริงใจหรือเปล่า เขามีความรู้ในสิ่งที่คุณจะปรึกษามากน้อยแค่ไหน (เช่น ได้จากการอ่อนหรือประสบการณ์ตรง)
คำถามต่อมาคือ คุณจะปรึกษาเรื่องอะไร อย่าลืมว่าเพื่อนของคุณอยู่ในวัยเดียวกับคุณ เขาคงรู้อะไรพอ ๆ กับคุณนั่นแหล ดังนั้น เรื่องที่จะปรึกษาควรเป็นเรื่องธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่คุณคิดว่าเขาน่าจะรู้ เช่น เรื่องการเรียน การมีปัญหากับเพื่อนคนอื่น ๆ และการระบายปรับทุกข์เรื่องต่าง ๆ
เพื่อนมักเป็นคนที่เหมาะกับการปรับทุกข์มากกว่าเป็นผู้ให้คำปรึกษา (และต้องดูว่าเขาพร้อมที่จะรับฟังคุณด้วย) คุณอาจรับฟังคำแนะนำของเพื่อน แต่ก็ต้องแสวงหาคำแนะนำจากคนอื่น ๆ ด้วย เช่น พ่อแม่ ผู้ใหญ่ใกล้ชิด ซึ่งมีความรู้ รอบคอบและมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อนคุณจะได้ค้นพบคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ

มีเพื่อนที่ชอบหงุดหงิดง่ายจะทำอย่างไร

เวลาที่เพื่อนหงุดหงิดก็ลองถามเขาสิคะว่าหงุดหงิดเรื่องอะไร หรือทำไมต้องหงุดหงิดด้วยเรื่องแค่นี้
ถ้าเหตุผลของความหงุดหงิดสมเหตุสมผลก็บอกให้เพื่อระบายออกมาและรับฟัง อารมณ์ของเพื่อนจะดีขึ้นเอง
แต่ถ้าหงุดหงิดไม่มีสาเหตุหรือด้วยสาเหตุที่เล็กน้อยเสียเหลือเกิน ถ้ารักเพื่อน หวังดีกับเพื่อน ก็ต้องช่วยกันปรับพฤติกรรมเพื่อนแล้วละค่ะ อาจจะไม่ให้ความสนใจและไม่ใส่ใจ หรือปลีกตัวหลบออกมา เมื่อไรก็ตามที่เพื่อนอารมณ์ดีค่อยเข้าไปหา แสดงความสนใจและพูดคุยด้วย หรือไม่ก็บอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่า เราคงไม่สามารถที่จะทนรองรับอารมณ์ของเพื่อนได้ตลอดเวลา เอาไว้สบายใจเมื่อไรแล้วค่อยมาคุยกัน
เชื่อว่าบ่อยครั้งเข้าเพื่อนก็จะเรียนรู้ที่จะปรับตัวได้เอง และเขารู้ว่าไม่สามารถออกฤทธิ์หรือแสดงอารมณ์ไม่ดีกับเพื่อนบ่อย ๆ ได้ ไม่มีเพื่อนคนไหนยอมรับ และเขาอาจจะกลายเป็นคนไม่มีเพื่อน ถ้ายืนยังชอบหงุดหงิดใส่เพื่อนเสมอ ๆ

ติดเพื่อน รู้สึกเหงาถ้าไม่มีเพื่อนจะทำอย่างไร

เป็นธรรมชาติของวัยรุ่นค่ะที่ชอบรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อน ๆ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลย เด็กบางคนถึงขนาดขอพ่อแม่ย้ายโรงเรียนตามเพื่อนก็มี อย่างไรก็ตามเราควรเรียนรู้ที่จะเป็นตัวของตัวเองด้วย และรู้จักวิธีคลายความเหงาในเวลาที่ไม่มีเพื่อนอยู่ด้วย
ลองคิดดูสิคะว่ามีอะไรที่ทำแล้วให้ความเพลิดเพลินก็ทำสิ่งนั้น เช่น บางคนชอบฟังเพลง บางคนชอบอ่านหนังสือ บางคนชอบเลี้ยงสัตว์หรือปลูกต้นไม้ บางคนชอบเย็บปักถักร้อย เขียนบันทึก ที่สำคัญลองหัดสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่น ๆ บ้าง จริงอยู่ที่ว่าเราอาจมีเพื่อนสนิทเพียงคนสองคน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่คบกับคนอื่นเสียเลย การเป็นคนเข้ากับใคร ๆ ได้ง่าย จะทำให้เรามีคนคุยด้วย แล้วจะรู้สึกว่าคนอื่น ๆ ก็ช่วยให้เราคลายเหงาได้เหมือนกัน

ทำอย่างไรจึงจะเป็นคนคุยเก่งและมีเพื่อนมากๆ

การพูดคุยเป็นเรื่องที่พัฒนาได้ คนที่คุยเก่งคือที่มีเรื่องราวมากมายมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ลองใช้วิธีดูทีวี ฟังวิทยุ ดูหนังสือหรืออ่านหนังสือมาก ๆ แล้วเอาเรื่องที่ได้อ่านได้ดูมาเล่าให้เพื่อนฟัง ส่วนวิธีการเล่าให้ดึงดูดความสนใจนั้น แรก ๆ อาจลองสังเกตเพื่อนที่คุยเก่ง ๆ ฟังเขาและจดจำวิธีการพูด การใช้คำของเขา เลียนแบบเขาก่อนแล้วค่อย ๆ พัฒนามาเป็นวิธีการของเราเอง หรือจะศึกษาจากรายการทอล์คโชว์ต่าง ๆ ก็ได้ ค่ะ ถ้ายังไม่พร้อมที่จะเล่าให้เพื่อนฟัง ก็ลองคุยให้คนอื่น ๆ เช่น คุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง (หรือเจ้าด่างที่บ้านก็ได้) ฟังก่อน เป็นการฝึกเรียบเรียงความคิดไปในตัวด้วย
ที่จริงการมีเพื่อนมาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคุยเก่งเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น เป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน มีน้ำใจ รู้จักฟังเวลาคนอื่นพูด แค่นี้เพื่อนก็ติดกันกรอแล้วล่ะค่ะ
อย่าลืมว่าคนที่จองเวทีคุยอยู่คนเดียว ไม่รู้จักฟังคนอื่นบ้าง ก็น่าเบื่อมิใช่น้อย หรือคนที่พูดไม่ถูกกาละเทศะ พูดไม่เข้าหูคน ก็อาจทำให้เพื่อนหนีไปหมดได้เหมือนกันนะคะ

เวลาถูกเพื่อนล้อเลียน ควรทำอย่างไร

ไม่ต้องทำอะไร ทำท่าเฉย ๆ เข้าไว้ เพราะยิ่งแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ เพื่อนก็จะยิ่งสนุกและล้อเลียนไม่หยุดหย่อน แต่ถ้าทำเฉยเสีย ไม่โต้ตอบทั้งสีหน้าท่าทางและคำพูด เพื่อนก็จะไม่รู้สึกสนุกกับการล้อเลียนและเลิกล้อไปเอง
อย่างให้เพื่อนรู้ว่า คำล้อเลียนมีผลต่อความรู้สึกของเรา เพราะนั่นคือสิ่งที่เพื่อนต้องการและหวังที่จะได้เห็น จึงควรทำจิตใจให้มั่นคงเข้าไว้ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เพื่อนจะได้รู้สึกผิดหวังไงคะ ถือเป็นการแก้ลำอย่างหนึ่ง
และถ้าคำล้อเลียนนั้นไม่ทำให้เรารู้สึกแย่เกินไป มีปมด้อย หรือรู้สึกรำคาญ ก็อาจทำให้เป็นเรื่องขบขันไปเสียก็ได้ ถือว่าช่วยให้เพื่อนได้สนุกสนานก็แล้วกัน ให้ตัดสินใจเลือกเองค่ะว่าต้องการผลลัพธ์แบบไหน

จะหาเพื่อนที่คุยกับเรารู้เรื่องและชอบอะไรเหมือนเราได้อย่างไร

ไม่อยากหรอกค่ะ ถ้าเราแสดงท่าทีเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ก็จะมีเพื่อนมากมายมาให้เราเลือกคบหาสมาคม เพื่อนคนไหนคุยกันถูกคอ มีรสนิยมตรงกันก็จะดังดูดเข้าหากันเอง เหมือนแม่เหล็กต่างขั้ว ไม่จำเป็นต้องตั้งอกตั้งใจเฟ้นหาหรอกค่ะ
แต่ถ้าเราเก็บตัว ไม่ยอมสร้างสัมพันธภาพกับใครเลย มัวแต่จะรอให้คนอื่นเป็นฝ่ายเข้ามาหาเราเอง ก็คงยากที่จะพบเพื่อนที่ถูกใจได้ง่าย ๆ เพราะเราไม่มีโอกาสเรียนรู้ว่าใครเป็นอย่างไร เรื่องอย่างนี้ต้องอาศัยความสนิทสนม และใช้เวลาพอสมควรค่ะ
ดังนั้น ฝึกเป็นคนยิ้มง่ายเข้าไว้ วางตัวสบาย ๆ เป็นตัวของตัวเอง และรู้จักหยิบยื่นความเป็นมิตรให้กับคนอื่นก่อนค่ะ

ทำไมเราจึงรู้สึกว่าเพื่อนมีความสำคัญมากกว่าพ่อแม่

เพราะเพื่อนอยู่ในวัยเดียวกับเรา ทำให้มีความคิดความรู้สึกคล้ายคลึงกัน ชอบและสนใจอะไรเหมือน ๆ กัน จึงรู้สึกว่าเพื่อนยอมรับเราได้เกือบทุกเรื่อง และเข้าใจเรามากกว่าพ่อแม่ซึ่งเป็นคนต่างวัย เวลาอยู่กับเพื่อนจึงรู้สึกสนุก คุยกันถูกคอ เรียกว่าพูดภาษาเดียวกันนั่นเอง วัยรุ่นเลยชอบที่จะอยู่กับเพื่อนมากกว่า

นอกจากนั้น การที่วัยรุ่นแสดงความสนใจและให้ความสำคัญกับเพื่อนก็อาจเป็นเพราะกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ ห่างเหินหรือไม่ยอมรับ ในขณะที่พ่อแม่มีความรักให้วัยรุ่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ในจิตใจส่วนลึกของวัยรุ่นเองก็รู้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พ่อแม่ย่อมให้อภัยลูกเสมอ จึงเลือกที่จะตามใจตามงอนง้อเพื่อน เลยดูเหมือนกับว่าวัยรุ่นให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่า แต่ถ้าวัยรุ่นได้สำรวจใจตนเองจริง ๆ แล้ว วัยรุ่นอาจพบว่าพ่อแม่ต่างหากที่สำคัญที่สุด (ไม่มีใครหวังดีและจริงใจกับเราเท่าพ่อแม่) เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกเหมือนกับแสดงต่อเพื่อน หรือว่าไม่จริง ?

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1756 วันที่ 7 มี.ค. 2552


วัยทีนกับเพื่อน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

รายการ "เงินทองต้องรู้"

รายการ "เงินทองต้องรู้"


เปิดอ่าน 6,346 ครั้ง
   ........ ขอแค่รอยยิ้มก็พอ

........ ขอแค่รอยยิ้มก็พอ


เปิดอ่าน 6,346 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

กู จุนพโย & กึมจันดี แนว น่ารักสดใส !

กู จุนพโย & กึมจันดี แนว น่ารักสดใส !

เปิดอ่าน 6,370 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เคล็ดลับแก้อาการกลัวผี....... แบบขำขำนะ...
เคล็ดลับแก้อาการกลัวผี....... แบบขำขำนะ...
เปิดอ่าน 6,346 ☕ คลิกอ่านเลย

แบบบ้านไม่บานไม่กลัวน้ำท่วม 1
แบบบ้านไม่บานไม่กลัวน้ำท่วม 1
เปิดอ่าน 6,355 ☕ คลิกอ่านเลย

 แม่แห่งชาติ......รูปภาพแห่งความประทับใจ....ที่หาดูยาก
แม่แห่งชาติ......รูปภาพแห่งความประทับใจ....ที่หาดูยาก
เปิดอ่าน 6,343 ☕ คลิกอ่านเลย

เรื่องฝนฝน . ในวันที่ฝนตก
เรื่องฝนฝน . ในวันที่ฝนตก
เปิดอ่าน 6,376 ☕ คลิกอ่านเลย

บรรดา ทาศรี  เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
บรรดา ทาศรี เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
เปิดอ่าน 6,340 ☕ คลิกอ่านเลย

เด๊อะจิ๊กุ่ง....กับ รายการ...รื่นเริงบันเทิงใจล้านนาไทยวาไรตี้
เด๊อะจิ๊กุ่ง....กับ รายการ...รื่นเริงบันเทิงใจล้านนาไทยวาไรตี้
เปิดอ่าน 6,349 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

LearnSquare e-Learning Management System
LearnSquare e-Learning Management System
เปิดอ่าน 20,491 ครั้ง

ดาวน์โหลดเอกสารแนวทางการจัดการเรียนรู้ BBL กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ดาวน์โหลดเอกสารแนวทางการจัดการเรียนรู้ BBL กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เปิดอ่าน 24,556 ครั้ง

การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ตำแหน่งครู)
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ตำแหน่งครู)
เปิดอ่าน 13,807 ครั้ง

จัดตารางทานอาหาร ช่วยควบคุมน้ำหนัก
จัดตารางทานอาหาร ช่วยควบคุมน้ำหนัก
เปิดอ่าน 14,182 ครั้ง

10 เรื่องมหัศจรรย์เกี่ยวกับไข่ ที่คุณสามารถทำเอง เอาไว้สอนเด็กได้
10 เรื่องมหัศจรรย์เกี่ยวกับไข่ ที่คุณสามารถทำเอง เอาไว้สอนเด็กได้
เปิดอ่าน 19,078 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ