ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้

ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 4,738 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ "ณรงค์"ประกาศนโยบาย ศธ.2558 ปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คลอด 3 แนวทาง กำกับ สพฐ.สพท.โรงเรียน ครู และผู้ปกครอง ร่วมมือ ชี้ดำเนินการจริงจังไม่เกิน 4 เดือนเห็นผล ด้าน สพป.พิษณุโลก เขต 1 เผยทุกต้นปีต้องมีปัญหาเด็กอ่านเขียนไม่ได้ให้แก้ไข ❞
ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้

Advertisement

วันนี้ (12 ม.ค.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงข่าวประกาศนโยบายให้ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดย พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ศธ.ต้องการให้การแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขให้สำเร็จภายในปีนี้ เพราะปัญหานี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเด็ก ถ้าอ่านเขียนไม่ได้ ก็จะไม่สามารถเรียนรู้วิชาอื่นๆได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานล่าสุด พบว่า มีนักเรียนประมาณ 26,000 คนที่ยังอ่านเขียนไม่ได้กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ดังนั้น จึงต้องเร่งทำให้นักเรียนในระบบการศึกษาทุกคน อ่านเขียนภาษาไทยได้ และเข้าใจในสิ่งที่อ่านเขียน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการแก้ปัญหาดังกล่าวมี 3 แนวทาง ดังนี้ 1.ให้ สพฐ.ประกาศนโยบายและกำหนดมาตรการเร่งรัดนักเรียนให้อ่านออก เขียนได้ อ่านเขียนคล่อง และสื่อสารได้ โดยมีการกำกับติดตามการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานต่อ ศธ. 2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ต้องดำเนินการประกาศนโยบายแก่โรงเรียนในสังกัด มีข้อมูลการอ่านเขียนของนักเรียนทุกระดับชั้น เพื่อนำมาวิเคราะห์วางแผนการพัฒนาเด็กร่วมกับโรงเรียน และสรุปข้อมูลดังกล่าวรายงานต่อ สพฐ. มีการนิเทศ จัดทำแผนงาน กิจกรรมให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และรายงานความก้าวหน้าต่อ สพฐ.เป็นระยะ และ 3.สถานศึกษา ต้องกำหนดเป็นนโยบายสำคัญให้ครูและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการทุกวิธีให้นักเรียนอ่านเขียนได้ตามมาตรฐานของหลักสูตร ปรับระบบบริหารจัดการให้ครูทุกคน ไม่เฉพาะครูวิชาภาษาไทย มีส่วนร่วมรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาอ่านเขียนของนักเรียน มีแผนซ่อมเสริมนักเรียนทุกคนที่มีปัญหา และซ่อมเสริมให้แล้วเสร็จ พร้อมประสานผู้ปกครองให้รับทราบปัญหา และมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานให้อ่านเขียนได้ กำกับติดตาม นิเทศ ช่วยเหลือครูในการแก้ปัญหาอ่านเขียนของนักเรียน พร้อมรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานต่อเขตพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

“ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างจริงจังให้สำเร็จตามเป้าหมายของนโยบาย ซึ่งผมมั่นใจเกิน 100% ว่า นโยบายนี้ประสบความสำเร็จ ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต จะสามารถทำให้เด็กอ่านเขียนได้ครบทั้งหมดภายในปี 2558 และจริงๆแล้ว ถ้าดำเนินการอย่างจริงจังภายใน 3-4 เดือน ก็สามารถเห็นผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน“ พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว

ด้าน ดร.กมล กล่าวว่า นโยบายของ ศธ.ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาชาติ ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามค่านิยมหลัก 12 ประการ รวมถึงมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งการอ่านออกเขียนได้ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้น ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญ โดย สพฐ.มีเป้าหมายจะยกะระดับคะแนนสอบการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เอ็นที) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และ โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (พิซา)

นายบุญรักษ์ ยอกเพชร ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาဇ(สพป.) พิษณุโลก เขต 1 กล่าวว่า นิยามของคำว่าอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แตกต่างกันในแต่ละช่วงชั้น โดยชั้น ป.1-ป.2 หมายถึงการอ่านออก เขียนได้ ชั้น ป.3-ป.4 หมายถึงการอ่านเขียนคล่อง และ ป.5 – ป.6 หมายถึงการอ่านรู้เรื่อง สรุปความได้ เขียนคล่อง ซึ่งทุกต้นปีการศึกษาจะมีตัวเลขนักเรียนทุกระดับชั้นที่มีปัญหาอ่านเขียน ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะมีการตรวจสอบการอ่านเขียนของนักเรียนทุกคน ให้รู้ข้อมูล วิเคราะห์จุดบกพร่องของเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อวางแผนพัฒนาเด็กได้อย่างถูกต้อง รวมถึงมีการนิเทศ ช่วยเหลือสถานศึกษาและครูในการแก้ปัญหาด้วย ซึ่งที่ผ่านมาဇสพป.พิษณุโลก เขต 1 ก็ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาพอสมควร.

 

 


ที่มา เดลินิวส์ วันจันทร์ 12 มกราคม 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้ , , ศธ.ประกาศปี58 , ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ. ซักซ้อมความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน เผยไม่บังคับไปรร. หากผู้ปกครองกังวล ให้ลูกเรียนออนไลน์ได้☕ 22 ก.ย. 2564
สพฐ. ซักซ้อมความเข้าใจฉีดวัคซีนนักเรียน เผยไม่บังคับไปรร. หากผู้ปกครองกังวล ให้ลูกเรียนออนไลน์ได้
เปิดอ่าน 1,205 ครั้ง
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 31 ปีการศึกษา ☕ 21 ก.ย. 2564
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 31 ปีการศึกษา
เปิดอ่าน 2,908 ครั้ง
ด่วนที่สุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. และตำแหน่ง รอง ผอ.สพท.☕ 21 ก.ย. 2564
ด่วนที่สุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. และตำแหน่ง รอง ผอ.สพท.
เปิดอ่าน 6,448 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2564 (20 กันยายน 2564)☕ 20 ก.ย. 2564
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2564 (20 กันยายน 2564)
เปิดอ่าน 21,759 ครั้ง
"ตรีนุช" ลงนามระเบียบฯจัดตั้งสถาบันหลักสูตร☕ 20 ก.ย. 2564
"ตรีนุช" ลงนามระเบียบฯจัดตั้งสถาบันหลักสูตร
เปิดอ่าน 3,599 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ผลวิจัยชี้ใบสาบเสือแห้งห้ามเลือดได้ดีกว่าผ้าก๊อซผลวิจัยชี้ใบสาบเสือแห้งห้ามเลือดได้ดีกว่าผ้าก๊อซ
เปิดอ่าน 11,042 ครั้ง
‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
เปิดอ่าน 43,590 ครั้ง
ลายมือนักธุรกิจเงินล้านลายมือนักธุรกิจเงินล้าน
เปิดอ่าน 11,704 ครั้ง
น้ำประปาแปลงร่าง กลายเป็นน้ำแข็งคนกลับชอบ!? น้ำประปาแปลงร่าง กลายเป็นน้ำแข็งคนกลับชอบ!?
เปิดอ่าน 7,228 ครั้ง
ASEANASEAN
เปิดอ่าน 12,280 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ