ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สมศ.เผยใช้เวลาประเมินเฉลี่ย 5 ชม.ต่อปีไม่กระทบเวลาสอนครู

สมศ.เผยใช้เวลาประเมินเฉลี่ย 5 ชม.ต่อปีไม่กระทบเวลาสอนครู

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 7,320 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สมศ.เผยใช้เวลาประเมินเฉลี่ย 5 ชม.ต่อปีไม่กระทบเวลาสอนครู

Advertisement

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เผยในปี 2558 ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา 4 มาตรฐาน ได้แก่ ผลการจัดการศึกษา การจัดการศึกษาโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การบริหารจัดการ และการประกันคุณภาพภายใน ตามกฎหมายปัจจุบัน สมศ. ทำหน้าที่การประเมินคุณภาพและมาตรฐานดังกล่าวโดยใช้เวลาในการประเมินสูงสุดเพียง 3 วัน ใน 5 ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมงต่อปี พร้อมแนะนำ 5 วิธีสู่การเป็นครูในบริบทของประชาคมอาเซียน

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า ในปี 2558 ประเทศไทยมีจำนวนครูอาจารย์ทุกระดับชั้นกว่า 660,000 คน จำนวนสถานศึกษาทุกประเภท 38,010 แห่ง และจำนวนนักเรียน นักศึกษาทุกระดับชั้นกว่า 13 ล้านคน โดยสิ่งสำคัญที่จะขับเคลื่อนบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมากดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานการศึกษา โดยตัวแปรสำคัญในการสร้างมาตรฐานการศึกษาคือสถานศึกษาและคณาจารย์ โดยที่ผ่านมา กฎหมายกำหนดให้มีหน่วยงานอิสระภายนอกทำการประเมินมาตรฐานการศึกษา ได้แก่ สมศ. ทำหน้าที่ในการสะท้อนคุณภาพของสถานศึกษา โดยประเมินผ่านผู้เรียน ครู และผู้บริหาร ฯลฯ ให้เห็นภาพรวมคุณภาพการจัดการศึกษาทั้ง 4 มาตรฐานตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ ผลการจัดการศึกษา การจัดการศึกษาโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การบริหารจัดการ และการประกันคุณภาพภายใน ซึ่งใช้เวลาในการประเมินสูงสุดเพียง 3 วัน ในทุกๆ 5 ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมงต่อปี โดยกระบวนการประเมินของ สมศ. ในวันที่ 1 จะเริ่มจากการชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประเมิน หลังจากนั้นตลอดทั้ง 3 วัน จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสังเกต สัมภาษณ์ และตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารหลักฐานและระบบสารสนเทศ ในวันสุดท้ายเป็นการรายงานผลประเมินด้วยวาจาโดยบอกจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนาของสถานศึกษา ให้ข้อเสนอแนะ และชี้ทิศทางการพัฒนาสถานศึกษาต่อบุคลากรในสถานศึกษานั้นๆ

ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวต่อว่า จากการประเมินดังกล่าว สมศ. ตระหนักถึงความแตกต่างของความพร้อมของสถานศึกษา โดยต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่สถานศึกษาบางแห่งยังขาดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใน แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อการสร้างความพร้อมในระยะยาวของระบบการศึกษาไทย สถานศึกษาโดยเฉพาะคณาจารย์ ต้องให้ความสำคัญในการสร้างมาตรฐานของสถานศึกษาในทุกมิติ ซึ่งจะสะท้อนถึงศักยภาพของลูกศิษย์ อันจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ สมศ. จึงแนะนำ 5 วิธีสู่การเป็นครูในบริบทของประชาคมอาเซียน ดังนี้

การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษา อันได้แก่ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดเป็นระบบ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี การจัดการเรียนการสอนที่ ผู้เรียนเป็นสำคัญ การบริหารจัดการการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วมและเป็นระบบ การร่วมกันวางแผนและร่วมกันปรับปรุง ร่วมกันปฏิบัติตามแผนร่วมกันตรวจสอบประเมินผล โดยใช้ผลจากการประเมินมาปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาการตนเอง การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวทันโลก และนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน

ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวสรุปว่า ปัจจุบันครูไทยนอกจากการเตรียมการสอน การพัฒนาระบบการสอน การให้คำปรึกษานักเรียนนักศึกษา การประกันคุณภาพภายใน ฯลฯ อันเป็นหน้าที่พื้นฐาน ยังต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างผลงานให้สอดคล้องกับนโยบายของสถานศึกษาเพื่อให้รางวัลพิเศษอื่นๆ อาทิ การพัฒนา 6 ด้านเพื่อรับรางวัลโรงเรียนพระราชทานของกระทรวงศึกษาธิการ การพัฒนา 63 ตัวชี้วัด เพื่อรางวัลโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ของกระทรวงสาธารณสุข รางวัลโรงเรียนศรีตำบล รางวัลโรงเรียนในฝัน และรางวัลต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สมศ. เล็งเห็นประโยชน์จากการได้รางวัลดังกล่าว โดยสถานศึกษาต้องประเมินความพร้อมตามบริบทของโรงเรียนและสถานศึกษาตนเองที่มีความสอดคล้องกับรางวัลดังกล่าว ไม่ใช่สร้างเนื้อหาให้สอดคล้องเพียงเพื่อรับการประเมิน ซึ่งจะส่งผลต่อภาระที่เพิ่มภาระให้แก่บุคลากรครู

อย่างไรก็ตาม สมศ. มุ่งหวังให้ประเทศไทยมีหน่วยงานวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพ สะท้อนความเป็นจริงของปัญหาระบบการศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยมีแต่งานวิจัยที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการศึกษา อันเกิดจากหัวข้อวิจัยไม่เป็นประโยชน์ การหยิบยกกลุ่มตัวอย่างที่ผิดหลักการวิจัย การออกแบบการวิจัย ฯลฯ อันจะชี้นำสังคมไปทางที่ผิด ทั้งนี้งานวิจัยที่ สมศ. มุ่งหมายให้มีเกิดขึ้น ได้แก่ การวิจัยการนำผลการประเมินของหน่วยงานประเมินไปใช้จริงในสถานศึกษา การเปรียบเทียบเรื่องการประเมินมาตรฐานการศึกษาในสถานศึกษาในอาเซียน



ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สมศ.เผยใช้เวลาประเมินเฉลี่ย 5 ชม.ต่อปีไม่กระทบเวลาสอนครู , , สมศ.เผยใช้เวลาประเมินเฉลี่ย , 5 , ชม.ต่อปีไม่กระทบเวลาสอนครู << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ตรีนุช" สั่งผู้บริหารศธ. ทุกแท่งทำงานโปร่งใส  ไว้วางใจ สอดส่องลูกน้องห้ามทุจริต☕ 17 ก.ย. 2564
"ตรีนุช" สั่งผู้บริหารศธ. ทุกแท่งทำงานโปร่งใส ไว้วางใจ สอดส่องลูกน้องห้ามทุจริต
เปิดอ่าน 480 ครั้ง
สภาฯ ไฟเขียว รื้อคำสั่งคสช. ฉบับ 19 คืนอำนาจบรรจุแต่งตั้ง โยกย้ายครูให้ อ.ก.ค.ศ.☕ 17 ก.ย. 2564
สภาฯ ไฟเขียว รื้อคำสั่งคสช. ฉบับ 19 คืนอำนาจบรรจุแต่งตั้ง โยกย้ายครูให้ อ.ก.ค.ศ.
เปิดอ่าน 2,771 ครั้ง
ศธ. เปิดดาวน์โหลดแบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนักเรียน พร้อมเอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง☕ 17 ก.ย. 2564
ศธ. เปิดดาวน์โหลดแบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนักเรียน พร้อมเอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง
เปิดอ่าน 869 ครั้ง
"สุภัทร" เผยประชุมซักซ้อมความเข้าใจแผนฉีดไฟเซอร์  นร.-นศ. 17 ก.ย.นี้ ก่อนเชิญผู้ปกครองยินยอม☕ 16 ก.ย. 2564
"สุภัทร" เผยประชุมซักซ้อมความเข้าใจแผนฉีดไฟเซอร์ นร.-นศ. 17 ก.ย.นี้ ก่อนเชิญผู้ปกครองยินยอม
เปิดอ่าน 1,177 ครั้ง
ด่วนที่สุด เรื่อง รายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา☕ 15 ก.ย. 2564
ด่วนที่สุด เรื่อง รายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 2,957 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ระวัง นุ่งกางเกงคับรัดติ้ว แข้งขาเป็นเหน็บชาได้ระวัง นุ่งกางเกงคับรัดติ้ว แข้งขาเป็นเหน็บชาได้
เปิดอ่าน 9,270 ครั้ง
ข้อคิดจากเศรษฐีในประเทศไทยข้อคิดจากเศรษฐีในประเทศไทย
เปิดอ่าน 9,564 ครั้ง
จิตรกรรมจิตรกรรม
เปิดอ่าน 14,510 ครั้ง
รายการคำทับศัพท์รวบรวมจากการสะกดตามราชบัณฑิตยสถานรายการคำทับศัพท์รวบรวมจากการสะกดตามราชบัณฑิตยสถาน
เปิดอ่าน 173,130 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง การประชุมทางไกล "เครือข่ายโรงเรียนดีใกล้บ้าน" 2 ธันวาคม 2559รับชมย้อนหลัง การประชุมทางไกล "เครือข่ายโรงเรียนดีใกล้บ้าน" 2 ธันวาคม 2559
เปิดอ่าน 8,797 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ