ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จาก ป.3 เหลือ ป.1

ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จาก ป.3 เหลือ ป.1

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 มี.ค. 2558 เปิดอ่าน : 9,937 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

สพฐ. ขานรับนโยบายนายกฯ ปรับเป้าหมายเด็กอ่าน - เขียนได้ใหม่จาก ป.3 มาเป็น ป.1 โดย 80% ต้องอ่าน - เขียนได้ตามมาตรฐาน โดยจะไม่เร่งรัดจนเกินไป พร้อมปรับแนวทางการสอนภาษาอังกฤษ ของไทยรองรับการประกาศนโยบายให้ภาษอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ในอนาคต

วันนี้ (10 มี.ค.) นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่าจะนั่งเป็นประธานซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และได้มอบนโยบายเร่งด่วน 6 เรื่องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปดำเนินการ ซึ่งหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่ง สพฐ.พร้อมรับและจะปรับการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายนายกฯ โดยเรื่องแรก นายกฯ ระบุว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องอ่านออกเขียนได้ ซึ่ง เดิมนั้น สพฐ. กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่แต่ตั้งเป้าหมายไว้กับนักเรียนในระดับ ป.3 อย่างไรก็ตาม จากนี้จะปรับเป้าหมายการทำงานใหม่เริ่มตั้งแต่ระดับ ป.1 และกำหนดให้ 80% ต้องอ่านเขียนได้ตามมาตรฐานการเรียนการสอนที่กำหนดไว้ ส่วนอีก 20% นั้นจะเป็นกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง เช่น ออทิสติก สมาธิสั้น และอีกครึ่งเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กต่างด้าว ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะทำให้อ่านออกเขียนได้เร็วเท่าเด็กปกติ

อย่างไรก็ตาม สพฐ. จะนำนวัตกรรมใหม่ที่แก้ไขปัญหาอ่านออกเขียนได้มาใช้และแจกไปยังโรงเรียนต่างๆ อาทิ การสอนแบบแจกลูกสะกดคำ รวมทั้งจะมีการอบรมพัฒนาครูด้วย ทั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่าปกติแล้วเด็กระดับ ป.1 สามารถอ่านออกเขียนได้ภายใน 60 วัน แต่เป็นการอ่านออกเขียนได้ตามมาตรฐานของเด็ก ป.1 เพราะในแต่ละระดับจะกำหนดมาตรฐานไม่เหมือนกัน แต่ยืนยันว่า สพฐ.จะไม่เร่งรัดการสอนเด็ก ป.1 จนเกินไป

นายกมล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายกฯ อยากให้ส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีพให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อไม่ให้เด็กมุ่งแต่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเพื่อให้เด็กไทยมีความรู้ในทักษะวิชาชีพด้วย โดยเรื่องดังกล่าว สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้วางแนวทางการทำงานร่วมกันไว้ 2 แนวทาง คือ 1. สพฐ. เป็นเครือข่ายบ่มเพาะนักเรียนสายอาชีพระดับ ม.ต้น โดยคาดหวังว่าเด็กกลุ่มนี้เรียนจบจะเข้าเรียนต่อสายอาชีพ และ 2. ผู้เรียนในโรงเรียน สพฐ. เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเรียนรายวิชาเพิ่มเติมจากรายวิชาชีพตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เมื่อจบหลักสูตรแล้วผู้เรียนได้รับ 2 วุฒิโดยมีเป้าหมายในกลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบล โรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

อย่างไรก็ตาม นายกฯ มีความเป็นห่วงใยเรื่องการพูดภาษาอังกฤษของเด็กไทย จึงอยากให้ ศธ. เร่งปลูกฝังในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และเชื่อว่าในอนาคตรัฐบาลจะต้องประกาศนโยบายให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เพราะเป็นภาษาสากลที่ทุกคนต้องเรียนและใช้เพื่อการสื่อสารแล้ว โดยนายกฯ ให้ข้อเสนอแนะว่าเด็กไทยควรได้เรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรงเพื่อให้คุ้นกับสำเนียงของเจ้าของภาษา ซึ่งในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของ สพฐ.นั้นก็มีการนำแนวทางของบริติซ เคานซิล จากประเทศอังกฤษมาใช้ และทราบว่ามา รมว.ศึกษาธิการ กำลังหารือกับรัฐบาลประเทศอังกฤษ เพื่อขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และบริติช เคานซิล ให้มาช่วยวางระบบการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษในประเทศไทยทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียนด้วย เพราะประเทศไทยมีจุดอ่อนในเรื่องนี้ ตนคิดว่าหากวางระบบการเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังจะพลิกโฉมการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยได้อย่างแน่นอน

 

 

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จาก ป.3 เหลือ ป.1 , , ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จาก , ป.3 , เหลือ , ป.1 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
"เจิมศักดิ์"แนะรร.เล็กดูแลคนแก่แทนยุบทิ้ง☕ 23 ก.ค. 2562
"เจิมศักดิ์"แนะรร.เล็กดูแลคนแก่แทนยุบทิ้ง
เปิดอ่าน 1,880 ครั้ง
ศธ.เดินหน้าภาษาคอมพิวเตอร์ Coding ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา☕ 23 ก.ค. 2562
ศธ.เดินหน้าภาษาคอมพิวเตอร์ Coding ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา
เปิดอ่าน 1,700 ครั้ง
“ณัฏฐพล” เปิดกว้างช่องทางการสื่อสารรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย นำ AI ช่วยแยกแยะข้อมูลคาด1 เดือนเสร็จ☕ 23 ก.ค. 2562
“ณัฏฐพล” เปิดกว้างช่องทางการสื่อสารรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย นำ AI ช่วยแยกแยะข้อมูลคาด1 เดือนเสร็จ
เปิดอ่าน 1,341 ครั้ง
นักวิชาการแนะรมว.ศธ.ตั้งสมัชชาขับเคลื่อนปฎิรูปศึกษา อย่ายึดติดความคิด ขรก.☕ 23 ก.ค. 2562
นักวิชาการแนะรมว.ศธ.ตั้งสมัชชาขับเคลื่อนปฎิรูปศึกษา อย่ายึดติดความคิด ขรก.
เปิดอ่าน 1,117 ครั้ง
แนะ สกสค.สร้างขวัญกำลังใจ “ครู”☕ 23 ก.ค. 2562
แนะ สกสค.สร้างขวัญกำลังใจ “ครู”
เปิดอ่าน 1,870 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

Download เอกสารหนังสือ "ครูดีในดวงใจ พ.ศ.2561"Download เอกสารหนังสือ "ครูดีในดวงใจ พ.ศ.2561"
เปิดอ่าน 15,661 ครั้ง
กระบี่กระบองกระบี่กระบอง
เปิดอ่าน 17,675 ครั้ง
ใบชะมวง ต้านมะเร็งและแบคทีเรียใบชะมวง ต้านมะเร็งและแบคทีเรีย
เปิดอ่าน 9,309 ครั้ง
ภาพแบบ Bitmap ภาพแบบ Bitmap
เปิดอ่าน 17,759 ครั้ง
ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครูศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู
เปิดอ่าน 4,780 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ