ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จาก ป.3 เหลือ ป.1


ข่าวการศึกษา 11 มี.ค. 2558 เวลา 02:13 น.

14,784

views
Advertisement

ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จาก ป.3 เหลือ ป.1

สพฐ. ขานรับนโยบายนายกฯ ปรับเป้าหมายเด็กอ่าน - เขียนได้ใหม่จาก ป.3 มาเป็น ป.1 โดย 80% ต้องอ่าน - เขียนได้ตามมาตรฐาน โดยจะไม่เร่งรัดจนเกินไป พร้อมปรับแนวทางการสอนภาษาอังกฤษ ของไทยรองรับการประกาศนโยบายให้ภาษอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ในอนาคต

วันนี้ (10 มี.ค.) นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่าจะนั่งเป็นประธานซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และได้มอบนโยบายเร่งด่วน 6 เรื่องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปดำเนินการ ซึ่งหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่ง สพฐ.พร้อมรับและจะปรับการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายนายกฯ โดยเรื่องแรก นายกฯ ระบุว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องอ่านออกเขียนได้ ซึ่ง เดิมนั้น สพฐ. กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่แต่ตั้งเป้าหมายไว้กับนักเรียนในระดับ ป.3 อย่างไรก็ตาม จากนี้จะปรับเป้าหมายการทำงานใหม่เริ่มตั้งแต่ระดับ ป.1 และกำหนดให้ 80% ต้องอ่านเขียนได้ตามมาตรฐานการเรียนการสอนที่กำหนดไว้ ส่วนอีก 20% นั้นจะเป็นกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง เช่น ออทิสติก สมาธิสั้น และอีกครึ่งเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กต่างด้าว ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะทำให้อ่านออกเขียนได้เร็วเท่าเด็กปกติ

อย่างไรก็ตาม สพฐ. จะนำนวัตกรรมใหม่ที่แก้ไขปัญหาอ่านออกเขียนได้มาใช้และแจกไปยังโรงเรียนต่างๆ อาทิ การสอนแบบแจกลูกสะกดคำ รวมทั้งจะมีการอบรมพัฒนาครูด้วย ทั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่าปกติแล้วเด็กระดับ ป.1 สามารถอ่านออกเขียนได้ภายใน 60 วัน แต่เป็นการอ่านออกเขียนได้ตามมาตรฐานของเด็ก ป.1 เพราะในแต่ละระดับจะกำหนดมาตรฐานไม่เหมือนกัน แต่ยืนยันว่า สพฐ.จะไม่เร่งรัดการสอนเด็ก ป.1 จนเกินไป

นายกมล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายกฯ อยากให้ส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีพให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อไม่ให้เด็กมุ่งแต่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเพื่อให้เด็กไทยมีความรู้ในทักษะวิชาชีพด้วย โดยเรื่องดังกล่าว สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้วางแนวทางการทำงานร่วมกันไว้ 2 แนวทาง คือ 1. สพฐ. เป็นเครือข่ายบ่มเพาะนักเรียนสายอาชีพระดับ ม.ต้น โดยคาดหวังว่าเด็กกลุ่มนี้เรียนจบจะเข้าเรียนต่อสายอาชีพ และ 2. ผู้เรียนในโรงเรียน สพฐ. เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเรียนรายวิชาเพิ่มเติมจากรายวิชาชีพตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เมื่อจบหลักสูตรแล้วผู้เรียนได้รับ 2 วุฒิโดยมีเป้าหมายในกลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบล โรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

อย่างไรก็ตาม นายกฯ มีความเป็นห่วงใยเรื่องการพูดภาษาอังกฤษของเด็กไทย จึงอยากให้ ศธ. เร่งปลูกฝังในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และเชื่อว่าในอนาคตรัฐบาลจะต้องประกาศนโยบายให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เพราะเป็นภาษาสากลที่ทุกคนต้องเรียนและใช้เพื่อการสื่อสารแล้ว โดยนายกฯ ให้ข้อเสนอแนะว่าเด็กไทยควรได้เรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรงเพื่อให้คุ้นกับสำเนียงของเจ้าของภาษา ซึ่งในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของ สพฐ.นั้นก็มีการนำแนวทางของบริติซ เคานซิล จากประเทศอังกฤษมาใช้ และทราบว่ามา รมว.ศึกษาธิการ กำลังหารือกับรัฐบาลประเทศอังกฤษ เพื่อขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และบริติช เคานซิล ให้มาช่วยวางระบบการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษในประเทศไทยทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียนด้วย เพราะประเทศไทยมีจุดอ่อนในเรื่องนี้ ตนคิดว่าหากวางระบบการเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังจะพลิกโฉมการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยได้อย่างแน่นอน

 

 

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2558

 


ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จาก ป.3 เหลือ ป.1ปรับเป้าแก้เด็กอ่าน-เขียนไม่ได้จากป.3เหลือป.1

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เปิดอ่าน 4,382 ☕ 27 ส.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.มีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 1 ราย
สพฐ.มีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 1 ราย
เปิดอ่าน 20,548 ☕ 27 ส.ค. 2569

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เปิดอ่าน 4,382 ☕ 27 ส.ค. 2569

ก.ค.ศ.ปลดล็อก 38 ค.(2)ไม่ต้องรอคิว "ย้าย-โอน-เปลี่ยนตำแหน่ง" เคาะพื้นที่พิเศษ 3,657 แห่ง-คืนอัตรา 7,276 ตำแหน่ง
ก.ค.ศ.ปลดล็อก 38 ค.(2)ไม่ต้องรอคิว "ย้าย-โอน-เปลี่ยนตำแหน่ง" เคาะพื้นที่พิเศษ 3,657 แห่ง-คืนอัตรา 7,276 ตำแหน่ง
เปิดอ่าน 2,914 ☕ 27 ส.ค. 2569

สพฐ.ประกาศผลกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประกวดนวัตกรรมต่อต้านการทุจริต "โรงเรียนสุจริต" ปี 2569 ระดับภูมิภาค
สพฐ.ประกาศผลกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประกวดนวัตกรรมต่อต้านการทุจริต "โรงเรียนสุจริต" ปี 2569 ระดับภูมิภาค
เปิดอ่าน 3,590 ☕ 27 ส.ค. 2569

สพฐ.ประกาศผลคัดเลือก สพท.และโรงเรียนต้นแบบ Best Practices ด้าน DLTV ปีงบประมาณ 2569
สพฐ.ประกาศผลคัดเลือก สพท.และโรงเรียนต้นแบบ Best Practices ด้าน DLTV ปีงบประมาณ 2569
เปิดอ่าน 2,624 ☕ 27 ส.ค. 2569

ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา/เลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2569) และการเลื่อนค่าตอบแทนพนักงานราชการ (1 ตุลาคม 2569)
ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา/เลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2569) และการเลื่อนค่าตอบแทนพนักงานราชการ (1 ตุลาคม 2569)
เปิดอ่าน 3,178 ☕ 26 ส.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทำไมราคายางจึงร่วงหล่น?
ทำไมราคายางจึงร่วงหล่น?
เปิดอ่าน 16,501 ครั้ง

วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรฉีด
วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรฉีด
เปิดอ่าน 24,860 ครั้ง

เครื่องหมาย *, # ในโทรศัพท์มีไว้ทำไม
เครื่องหมาย *, # ในโทรศัพท์มีไว้ทำไม
เปิดอ่าน 25,599 ครั้ง

เคล็ดลับจับคู่สี "คิ้วสแตนเลส" สร้างมิติใหม่ให้ทุกมุมบ้านสวย
เคล็ดลับจับคู่สี "คิ้วสแตนเลส" สร้างมิติใหม่ให้ทุกมุมบ้านสวย
เปิดอ่าน 923 ครั้ง

กินหวานอย่างไรไม่อันตราย
กินหวานอย่างไรไม่อันตราย
เปิดอ่าน 20,606 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ